เชิญชมหนังสั้น "เหมือนเคย": ความรัก ความเข้าใจ และ อัลไซเมอร์

มัทนา

http://www.thaishortfilm.com/images/always/karn_big.jpg  http://www.thaishortfilm.com/images/always/karn005.jpg 

[ภาพจากเวป thaishortfilm]

 http://video.google.com/ThumbnailServer2?app=vss&contentid=236d742f3bf26c9&offsetms=500000&itag=w160&lang=de&sigh=GwZlbGsTsKBcl_WiN6gZWIe81xY http://video.google.com/ThumbnailServer2?app=vss&contentid=236d742f3bf26c9&offsetms=165000&itag=w160&lang=de&sigh=Ut-7PTAdh8Q4c-NcTPaflDANXY0
[ภาพจากเวป videogoogle

อ่านบทสัมภาษณ์ผู้กำกับจาก link ด้านบนแล้วเพิ่งทราบว่านักแสดงทั้งคู่เป็นสามีภรรยากันจริงๆด้วยค่ะ

แต่มีบทสัมภาษณ์ช่วงนึงที่เล่าว่า คุณยายคนนี้เคยเป็นอัลไซเมอร์จริงๆ อันนี้ ขอแสดงความเห็นว่าคงไม่ใช่อัลไซเมอร์นะคะ เพราะถ้าเป็นแล้วไม่หายค่ะ แต่ถ้าเป็น dementia หรือ delirium ถึงจะหาย (reversible) ได้ค่ะ

อ่านรายละเอียดได้ที่นี่ค่ะ

 

 คลิกเพื่อชมหนังสั้น "เหมือนเคย" (Always) ความยาว 17 นาที

แนะนำโดย anpanpon via bact via biolawcom.de
(หลายต่อมาก เฮอะๆ) 

---------------------------------------------------------- 

ปล. ขอฝากบันทึกอื่นๆที่เกี่ยวข้องไว้ด้วยค่ะ

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน วงปี

คำสำคัญ (Tags)#ผู้สูงอายุ#หนังสั้น#ความรัก#อัลไซเมอร์#กลุ่มอาการโรคสมองเสื่อม

หมายเลขบันทึก: 147766, เขียน: 20 Nov 2007 @ 02:39 (), แก้ไข: 19 Jun 2012 @ 18:30 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 7, อ่าน: คลิก
บันทึกที่เกี่ยวข้อง


ความเห็น (7)

จ๊ะเอ๋ ! ตามมากอดคนวางระเบิดค่ะ ^ ^

เบิร์ดเห็นด้วยว่าน่าจะไม่ใช่อัลไซเมอร์ แต่ความงดงามของความรัก ความเข้าใจ ความเอื้ออาทรที่อบอุ่น อ่อนหวานในหนังก็ทำให้ซาบซึ้งได้มากกว่าความถูกต้องของข้อความเนาะคะ

คำอวยพรที่ว่าให้ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร..คงมีความหมายแฝงแบบนี้นี่เอง ความดีงามที่ทำให้กันคงเปรียบเสมือนกับทองและเพชรที่ทรงคุณค่าในความรู้สึกทั้งของคุณตาคุณยายและของทุกๆคนที่พบเห็นนะคะ

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆค่ะ..กอดอีกทีก่อนไป

 

 

 

ใช่แล้วค่ะ คุณเบิร์ด : )

มัทไปลงความเห็นไว้ที่ blog biolawcom.de ดังนี้ค่ะ copy มาให้อ่านกัน

"ขอบคุณมากๆที่เขียนเรื่องนี้ ขออนุญาตนำไปบอกต่อค่ะ

ดูแล้วนึกชื่นชมทั้งคนทำหนังและนักแสดงค่ะ คิดในใจว่า ไป cast มาจากไหน เก่งจริงๆ
เป็นหนังที่จะช่วยทำให้คนเข้าใจความรักแท้ได้ดีมากๆ

คนที่ดูเรื่องนี้โดยมากอาจ"เศร้า"
แต่ส่วนตัวเห็นว่า มันสื่อถึง ความสุข ความโชคดี (ที่เจอคนที่รักกัน) และ ความเข้าใจในภาวะสมองเสื่อมว่าเราอยู่กับมันได้
สำหรับคนที่ได้เห็นความเป็นจริง(อันยากที่จะทำใจ)ของกลุ่มอาการโรคสมองเสื่อมเป็นประจำแล้ว
เรื่องราวที่นำมาสื่อยังอยู่ในระดับที่ธรรมดามากๆค่ะ เรื่องเศร้ากว่านี้มีอีกมากนัก หนังไม่บีบคั้นหัวใจเท่าไหร่ค่ะ
ซึ่งจริงๆก็กลับกลายเป็นข้อดีของหนังไปอีกแบบค่ะ ไม่ใช่ข้อเสีย
คือดูแล้วไม่ได้รู้สึกว่าคนทำกำลัง "พยายามมากเกินไป"
หนังดูเป็นธรรมดาธรรมชาติดีค่ะ

ถ้ายังได้คุยกับคุณ ศิวโรจณ์ ก็ฝากความชื่นชมไปด้วยนะคะ
การที่จะรู้ว่าเราดูหนังแล้วชอบไม่ชอบ criteria อย่างนึงคือดูตัวเองว่าหนังจบแล้วอ่าน credit รึเปล่า
เรื่องนี่อ่าน credit แล้วยังย้อน rewind กลับไปเพื่อดูรายชื่อนักแสดงด้วยค่ะ"

 

สวัสดีครับพี่มัท

อ่านแล้วคิดถึงเรื่อง the notebook เลยอ่ะครับ

ต้น

ขอขอบคุณอาจารย์มัทนา...

  • แวะมาขอบคุณครับ
  • ชอบคำกล่าวของอาจารย์ที่ตรงไปตรงมา คือ อัลไซเมอร์ไม่หาย

เมืองไทยน่าจะมีระบบตรวจสอบสุขภาพจิต และสมรรถภาพผู้บริหาร นักการเมือง เพื่อป้องกันพวกเพี้ยนๆ หรือสมองเสื่อมเข้ามาทำลายชาติ...

สวัสดีค่ะ อ.มัท

ตามเข้ามาดูคนเอาบ็อมบ์ ไปวางไว้ที่บันทึกเบิร์ด   อ.มัทวางได้ถูกจุด และถูกใจจริงๆจ๊ะ 

พี่แอมป์ชอบหนังสั้นหลายๆเรื่องตรงความเป็นธรรมชาติเนี่ยค่ะ   และตามเข้าไปดูตามลิงก์สามหนแล้วแต่โหลดมาไม่หมดซักที  สงสัย  ADSL บ้านพี่แอมป์ย่อมาจาก ...always down and so slow...  : ) 

กำลังบอกให้เด็กๆตามไปดูค่ะ  และให้เขียนบทความสะท้อนมุมมองความรักด้วย    นอกจากดูหนังรักๆหวานๆด้วยจินตนาการมาหลายเรื่องแล้ว  เขาควรได้เห็นความจริงอีกมุมหนึ่งของความรัก ที่แม้จะต้องแลกด้วยรสขมของชีวิต  แต่คนจำนวนหนึ่งก็พร้อมที่จะใช้เวลาทั้งชีวิต.... เพื่อดูแลคนที่ตนรัก 
                            .....เพราะรักแท้ๆ......

คิดถึงเพลง "รักยืนยง" ของคุณ "ปั่น" ได้ไงก็ไม่รู้  สมัยนู้นอะ  : )

 อ.มัทพูดเห็นภาพเลยค่ะ เรื่องอ่านเครดิต  เพราะพี่อ่านนับเรื่องได้   อย่าง The Last Emperor ,  Dead Poet Society  สมัยนู้น (อีกเหมือนกัน)อะค่ะ  

ขอบคุณ อ.มัทมากค่ะสำหรับบันทึกที่เอามาฝากอย่างตั้งใจเหมือนทุกครั้ง   คิดถึงน่าดูเลย  และขอให้เสร็จงานไวๆค่ะ  

พี่แอมป์เปลี่ยนรูปไม่เป็นแฝดกับพี่หมอนนท์แล้ว! : )

ขอบคุณมากๆนะคะที่แวะมาเสมอ มัทยุ่งมากเลย เพราะใกล้สิ้นปี ช่วงนี้หมอในโครงการลาหยุดไปเที่ยวแล้ว 2 คน มัทเป็นหมอเด็กสุดก็เลยโดนตามไปทำงานแทนซะ ปวดคอปวดหลังเลยค่ะ thesis ตัวเองก็ไม่ได้ทำเพราะไปดูคนไข้ กลับบ้านแล้วเหนื่อยทุกวัน

ช่วงนี้เห็นคุณตาคุณยายเป็นอัลไซเมอร์ทุกวันจริงๆ ที่น่ารักๆอย่างในหนังเรื่องนี้ก็มีไม่น้อยค่ะ หรือที่น่าเห็นใจก็มีหลายคู่มาก

มีคุณตาคนนึงเพิ่งเข้าโรงพยาบาลเพราะล้ม กระดูกสะโพกแตก เดินไม่ได้เลย ในแฟ้มเขียนว่าที่ล้มเพราะทะเลาะกับยายที่เป็นอัลไซเมอร์ นี่เลยจับพลัดจับผลูเข้ารพ.ทั้งคู่แต่อยู่คนละ ward

ตาหน่ะรักยายมาก แต่มันต้องใช่ความอดทนและเข้าใจมากๆที่จะอยู่ดูแลคนที่รัก ที่เปลี่ยนไปขนาดจำอะไรไม่ได้แล้วยัง ไม่เข้าใจอะไรใหม่ๆด้วย พูดไม่รู้เรื่องแล้วว่างั้นอ่ะค่ะ ไม่อยากทะเลาะแต่ก็มีเรื่องจนได้ คุณตาคงทุกข์น่าดู คนที่เป็นอัลไซเมอร์จริงๆไม่น่าทุกข์เท่าคนที่อยู่ดูแลอ่ะค่ะ

อีกคู่ที่เพิ่งเห็นที่บ้านพักคนชรา ไม่ใช่คนไข้มัทแต่ว่ามัทไ้ด้ยินเสียงคุณยายคนนี้ตลอดเพราะท่าน จะตะโกนออกมาว่า liar liar ่เสียงดังลั่นชั้นเลยค่ะ ท่านจะตะโกนชื่อสามีก่อนแล้วก็ตามด้วย liar liar

คิดดูสิค่ะ คนที่จำอะไรไม่ได้แล้ว แต่ติดอยู่กับความจำเดียวว่าสามีเคยโกหก พยาบาลเล่าให้มัทฟังว่าสามีก็อยู่ที่นี่แหละค่ะ อีกด้านนึงของตึก อยากมาหาเมีย แต่เมียจำหน้าไม่ได้แล้ว

แถมคุณตาถ้ามาหาแล้วได้ยินยายตะโกนว่าว่า  ไอ้โกหก ไอ้โกหก ตาก็คงเศร้าไม่น้อย นี่เค้าเลยไม่เจอกันเลยค่ะ ทั้งๆที่อยู่ตึกเดียวกัน

มีเรื่องสารพัดเลยค่ะวันๆ มัทเคยคิดว่าตัวเองเข้าใจทุกข์

แต่มาช่วง 3-4 เดือนที่ดูคนไข้บ่อยๆนี้ถึงรู้สีกว่า ไอ้ที่เข้าใจหน่ะ มันยังไม่ใช่ มาเห็นผู้สูงอายุที่เจ็บป่วยทั้งกายและใจแล้วตัวเองก็เหี่ยว ต้องคอยฝึกเจริญสติให้ได้จริงๆ

ว่าจะเขียนนิดเดียว ยาวอีกละ : )

ปล. เดาใจพี่แอมป์ถูกหล่ะ คิดว่า dead poet society ต้องเป็นหนึ่งในหนังโปรดพี่แน่ๆ : ) 

O Captain! My Captain!

Bieb3w
IP: xxx.131.208.198
เขียนเมื่อ 

เพิ่งได้มีโอกาสดูหนังสั้นเรื่องนี้ผ่าน voice TV ค่ะ

ชื่นชมในความรักจริงๆ

มั่นคงในความรักเหมือน sun of the bride เลยค่ะ