พี่แอมป์เปลี่ยนรูปไม่เป็นแฝดกับพี่หมอนนท์แล้ว! : )

ขอบคุณมากๆนะคะที่แวะมาเสมอ มัทยุ่งมากเลย เพราะใกล้สิ้นปี ช่วงนี้หมอในโครงการลาหยุดไปเที่ยวแล้ว 2 คน มัทเป็นหมอเด็กสุดก็เลยโดนตามไปทำงานแทนซะ ปวดคอปวดหลังเลยค่ะ thesis ตัวเองก็ไม่ได้ทำเพราะไปดูคนไข้ กลับบ้านแล้วเหนื่อยทุกวัน

ช่วงนี้เห็นคุณตาคุณยายเป็นอัลไซเมอร์ทุกวันจริงๆ ที่น่ารักๆอย่างในหนังเรื่องนี้ก็มีไม่น้อยค่ะ หรือที่น่าเห็นใจก็มีหลายคู่มาก

มีคุณตาคนนึงเพิ่งเข้าโรงพยาบาลเพราะล้ม กระดูกสะโพกแตก เดินไม่ได้เลย ในแฟ้มเขียนว่าที่ล้มเพราะทะเลาะกับยายที่เป็นอัลไซเมอร์ นี่เลยจับพลัดจับผลูเข้ารพ.ทั้งคู่แต่อยู่คนละ ward

ตาหน่ะรักยายมาก แต่มันต้องใช่ความอดทนและเข้าใจมากๆที่จะอยู่ดูแลคนที่รัก ที่เปลี่ยนไปขนาดจำอะไรไม่ได้แล้วยัง ไม่เข้าใจอะไรใหม่ๆด้วย พูดไม่รู้เรื่องแล้วว่างั้นอ่ะค่ะ ไม่อยากทะเลาะแต่ก็มีเรื่องจนได้ คุณตาคงทุกข์น่าดู คนที่เป็นอัลไซเมอร์จริงๆไม่น่าทุกข์เท่าคนที่อยู่ดูแลอ่ะค่ะ

อีกคู่ที่เพิ่งเห็นที่บ้านพักคนชรา ไม่ใช่คนไข้มัทแต่ว่ามัทไ้ด้ยินเสียงคุณยายคนนี้ตลอดเพราะท่าน จะตะโกนออกมาว่า liar liar ่เสียงดังลั่นชั้นเลยค่ะ ท่านจะตะโกนชื่อสามีก่อนแล้วก็ตามด้วย liar liar

คิดดูสิค่ะ คนที่จำอะไรไม่ได้แล้ว แต่ติดอยู่กับความจำเดียวว่าสามีเคยโกหก พยาบาลเล่าให้มัทฟังว่าสามีก็อยู่ที่นี่แหละค่ะ อีกด้านนึงของตึก อยากมาหาเมีย แต่เมียจำหน้าไม่ได้แล้ว

แถมคุณตาถ้ามาหาแล้วได้ยินยายตะโกนว่าว่า  ไอ้โกหก ไอ้โกหก ตาก็คงเศร้าไม่น้อย นี่เค้าเลยไม่เจอกันเลยค่ะ ทั้งๆที่อยู่ตึกเดียวกัน

มีเรื่องสารพัดเลยค่ะวันๆ มัทเคยคิดว่าตัวเองเข้าใจทุกข์

แต่มาช่วง 3-4 เดือนที่ดูคนไข้บ่อยๆนี้ถึงรู้สีกว่า ไอ้ที่เข้าใจหน่ะ มันยังไม่ใช่ มาเห็นผู้สูงอายุที่เจ็บป่วยทั้งกายและใจแล้วตัวเองก็เหี่ยว ต้องคอยฝึกเจริญสติให้ได้จริงๆ

ว่าจะเขียนนิดเดียว ยาวอีกละ : )

ปล. เดาใจพี่แอมป์ถูกหล่ะ คิดว่า dead poet society ต้องเป็นหนึ่งในหนังโปรดพี่แน่ๆ : ) 

O Captain! My Captain!