พวกเราคงจะได้ยินได้ฟังเรื่องศัลยกรรมตกแต่ง เช่น ทำตา 2 ชั้น เสริมดั้ง(จมูก) ฯลฯ มาแล้วไม่มากก็น้อย วันนี้มีข้อมูลว่า ศัลยกรรมเหล่านี้ก็มีความเสี่ยงไม่น้อยเหมือนกัน
ท่านอาจารย์ดอกเตอร์โฟด นาฮาย ประธานสมาคมศัลยกรรมพลาสติก-ตกแต่งอเมริกา กล่าวว่า ท่านจะบอกคนไข้เสมอว่า ศัลยกรรมตกแต่งไม่ใช่การเสริมสวยทั่วๆ ไป ทว่า... เป็นการผ่าตัด และการผ่าตัดก็มีความเสี่ยงที่ไม่ใช่เท่ากับศูนย์
...
ปี 2548 สถิติของสมาคมฯ กล่าวว่า มีการผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่ง-เสริมสวยมากกว่า 1.8 ล้านครั้ง
อาจารย์นาฮายกล่าวว่า ความจริงอาจมากกว่านี้ เนื่องจากมีหมอสาขาอื่นๆ ทำงานข้ามสาขามาทำงานนี้ด้วยเหมือนกัน
...
สถิติปี 2548 พบมีการทำศัลยกรรมตกแต่ง-เสริมสวยในอเมริกาดังต่อไปนี้
ศัลยกรรมตกแต่ง-เสริมสวย จำนวนครั้ง เสริมเต้านม (breast augmentation) 329,000 ตกแต่งจมูก (nose reshaping) 307,000 ดูดไขมัน (liposuction) 303,000 ทำตา 2 ชั้น (eye lid surgery) 233,000 ตกแต่งรูปร่างพุง (tummy tuck) 146,000
...
สถิตินี้ยังไม่รวมการฉีดโบท็อกซ์ หรือการฉีดสารลดรอยเหี่ยวย่นในคนสูงอายุอีกประมาณ 11 ล้านครั้ง
อาจารย์ดอกเตอร์จีโอฟเฟรย์ เคย์ ทำการศึกษาข้อมูลการผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่งแบบผู้ป่วยนอก (ไม่ต้องนอนค้างคืนในโรงพยาบาล) สหรัฐฯ ช่วงปี 2541-2549 พบว่า
...
คนไข้ตายไป 22 รายจากการผ่าตัด 11 ล้านครั้ง หรือเทียบเท่าโอกาสเสี่ยงตาย 2 ในล้าน
อัตราตาย 1 ในล้านครั้งมีค่าใกล้เคียงกับการถ่ายภาพเอกซเรย์ปอด 1 ครั้ง โดยการถ่ายเอกซเรย์เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง ดังนั้น 2 ในล้านจะมีความเสี่ยงใกล้เคียงกับการถ่ายภาพเอกซเรย์ปอด 2 ครั้ง
...
ความเสี่ยงแบบนี้ดูเหมือนไม่มาก ทว่า... หัตถการทางการแพทย์ทุกชนิดย่อมมีความเสี่ยง และความเสี่ยงนี้ย่อมไม่เท่ากับศูนย์ ไม่ว่าจะตั้งใจดูแลรักษาอย่างดีเลิศเพียงไรก็ตาม
อาจารย์เคย์แนะนำว่า วิธีที่จะช่วยลดความเสี่ยงสำคัญได้แก่
- ตรวจเช็คก่อนว่า หมอที่ทำการผ่าตัดได้รับวุฒิบัตร หรือนุมัติบัตรจากแพทยสภาจริง กรณีประเทศไทยควรตรวจสอบผ่านเว็บไซต์แพทยสภา > [ Click ]
- ตรวจสอบว่า โรงพยาบาลหรือคลินิกที่ทำการรักษาได้รับใบอนุญาต และผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย เช่น HA (การรับรองมาตรฐานโรงพยาบาล) ฯลฯ
- ให้ข้อมูลกับแพทย์ที่รักษาว่า ท่านมีโรคประจำตัว หรือมีความเสี่ยงอะไรบ้าง เช่น ประวัติแพ้ยา โรคหัวใจ เบาหวาน ฯลฯ
...
ทีนี้ข่าวร้ายย่อมมาคู่กับข่าวดี... ข่าวดีคือ อัตราตาย 22 รายต่อ 11 ล้านครั้งในอเมริกานั้น
อัตราตายเกินครึ่งหนึ่ง (55%) คือ 12 รายตายจากโรคเส้นเลือดดำส่วนลึกอุดตัน (blood clots)
...
โรคเส้นเลือดดำส่วนลึกอุดตันป้องกันได้โดยการดื่มน้ำให้เพียงพอทุกวัน ไม่อยู่นิ่งๆ นาน โดยเฉพาะไม่อยู่ในอิริยาบถ "นั่งๆ นอนๆ" มากเกินไป
ถ้าต้องทำอะไรที่ต้องนั่งคราวละนานๆ รวมทั้งการเขียนบล็อก หรืออ่านบล็อก ควรกระดกข้อเท้าขึ้นลง และงอ-เหยียดเข่าสลับกันอย่างน้อยทุก 1 ชั่วโมง และลุกขึ้นยืนหรือเดินอย่างน้อยทุก 2 ชั่วโมง
...
เร็วๆ นี้มีข่าวทันตแพทย์(หมอฟัน)ปลอม ทำการอุดฟัน ถอนฟัน ใส่ที่ดัดฟันติดต่อกัน 3 ปี โดยไม่มีการทำความสะอาดอุปกรณ์ตามมาตรฐาน ทำให้คนไข้เสี่ยงติดเชื้อโรค เช่น เอดส์ ไวรัสตับอักเสบ ฯลฯ
เรียนเสนอให้พวกเราตรวจสอบชื่อทันตแพทย์(หมอฟัน)จากทันตแพทยสภา (www.dentalcouncil.or.th) ก่อนเข้ารับบริการทำฟันที่คลินิกทุกครั้ง
...
อย่าลืมว่า การใช้ชีวิตอย่างรอบคอบมีส่วนช่วยให้พวกเราปลอดภัยขึ้นได้มากกว่าที่คิด
ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
...
ที่มา
- Thank Reuters > Will Dunham > Plastic surgery is never risk free, doctor say > [ Click ] > November 16, 2007.
- ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก "บ้านสุขภาพ" เป็นไปเพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่เพื่อรักษาโรค
- ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอ พยาบาล เภสัชกร หรืออนามัยที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
- ขอขอบคุณอาจารย์ณรงค์ ม่วงตานี > สนับสนุนเทคนิค iT.
- นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > 19 พฤศจิกายน 2550.
ขอขอบคุณ... คุณ suksom
ผมไปดูงานที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งที่ชลบุรี
ในโลกของความเป็นจริง...
เรื่องที่น่าสนใจอีกคือ เมืองไทยมีโอกาสพัฒนาไปเป็นศูนย์กลางการศึกษาด้านสุขภาพของอาเซียนได้
ทีแรกตั้งใจว่าจะเก็บเงินทำตา 2 ชั้น โตๆๆ
มาอ่านข่าวของ นพ. วัลลภ พรเรืองวงศ์
ทำให้ต้องคิดหนักเลย
ขอขอบคุณ...คุณคนเขียนข่าว
มีหัตถการทางการแพทย์มากมายที่มีอัตราตายสูงกว่านี้ และอัตราตายนี้ส่วนใหญ่หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้จะมีการเตรียมการอย่างดี เช่น
โจทย์มีอยู่ว่า ถ้าการเสี่ยงนั้นๆ คุ้มค่า หรือปลอดภัยกว่าไม่เสี่ยงก็ใช้ได้ ตัวอย่างเช่น
ชีวิตของคนเราทำอะไร หรือไม่ทำอะไรก็เสี่ยงทั้งนั้น ขอเพียงให้การตัดสินใจของเราอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลว่า ทางเลือกไหนเสี่ยงน้อยกว่า หรือเรายอมรับความเสี่ยงนั้นๆ ได้...
สวัสดีค่ะคุณหมอ
เมื่อค่ำวานนี้ ครูแม่มดได้ไปเยี่ยมคุณยายที่รพ.ศิริราช คุณยายอายุ ๘๕ ปี มีอาการปวดท้องและท้องบวมๆ คุณหมอใส่ท่อปัสสาวะและใส่สายยางที่จมูกเพื่อระบายของเสียในร่างกาย วันนี้ทราบข่าวจากแม่ว่าไส้ติ่งคุณยายแตก คุณหมอกำลังวินิจจัยว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป (คุณยายทานยาละลายลิ่มเลือดค่ะ) เป็นห่วงท่านมากๆเลยล่ะค่ะ
ขอบคุณครับ...