ผู้เรียนเองก็มีส่วนอย่างมากในความสำเร็จทางการเรียน... บางคนก็หวังสูง บางคนหวังแค่ C

คนจน จนเพราะขี้เกียจหรือเปล่า เรื่องนี้คงต้องถาม อาจารย์ดร.แสวง
เด็กโง่ (แรงไปไหมครับ) โง่เพราะขี้เกียจด้วยหรือเปล่า อันนี้ผมยังสงสัย

ผู้สอนมีส่วนอย่างมากในการออกแบบและนำเสนอบทเรียนให้สอดคล้อง ต่อเนื่อง สามารถทำให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหาย่อย และต่อยอดสู่เนื้อหาโดยรวมของหลักสูตรได้ เพื่อเป็นการสนับสนุนการเรียน ทั้งในด้านความเข้าใจเพื่อนำความรู้นั้นเข้าสู่ระบบความจำ (encoding and memory) โดยเชื่อมโยงกับความรู้เดิม (prior knowledge) เพื่อให้ผู้เรียนไม่ลืมบทเรียนนั้น (forgetting) สิ่งเหล่านี้เรียกรวมว่า การรับรู้ cognition (ผมมีปัญหาว่าจะแปลเป็นไทยว่าอย่างไร นอกจากคำว่าการรับรู้ ใครทราบช่วยบอกเป็นวิทยาทานด้วยนะครับ)

ผู้เรียนเองก็มีส่วนอย่างมากในความสำเร็จทางการเรียน ลองนึกๆ ดูสิ่งที่เด็กจะนำติดตัวเข้ามาในชั้นเรียนคือความรู้เดิม (prior knowledge) ความคาดหวัง และความมุ่งมั่น (perception & motivation) อันนี้บางคนก็หวังสูง บางคนหวังแค่ C, คุณสมบัติอีกประการที่เด็กนำติดตัวเข้ามาเพื่อต่อสู้ (ผมใช้คำว่าต่อสู้เพราะเราเรียนกันเพื่อเกรด เรียนให้รู้ว่าฉันเก่ง) กับเพื่อนร่วมชั้นคือความเข้าใจเกี่ยวกับการรับรู้ (meta-cognition) นั้นคือรู้เทคนิควิธีการเรียนต่างๆ และรู้ว่าจะนำเทคนิคเหล่านั้นมาใช้ในสถานการณ์ใด สองเทคนิคง่ายๆ ที่เราคุ้นเคยคือ แบบค่อยๆ เรียนรู้ทำความเข้าใจ (meaningful learning) และแบบเฉพาะกิจ (rote learning, cramming) คือแบบท่องเร็ว ลืมเร็วนั่นเอง

choose

ผมคงต้องยกตัวอย่างชัดๆ คือน้อง Roommate ของผม ซึ่งเป็นชาวอเมริกัน ด้วยจรรยาบรรณของเพื่อนร่วมห้อง ขอไม่เปิดเผยชื่อครับ ขอเรียกนามแฝงว่าน้องเอแล้วกัน เอเรียนปริญญาตรีสาขาชีวะวิทยา เมื่อช่วงสอบกลางภาค มีวิชาหนึ่งที่เขาหนักใจมากๆ คือวิชาพญาธิวิทยา ต้องท่องจำชื่อเชื่อโรคเป็นร้อยๆ สิ่งที่เอทำคือไปซื้อการ์ดกระดาษแข็งมาเขียนชื่อเชื้อโรคไว้หน้าหนึ่ง แล้วเขียนผลของเชื่อโรคไว้อีกหน้าหนึ่ง (flash card) เอทำอยู่อย่างนั้นก่อนสอบครับ ผลที่ออกมาคือจำไม่ค่อยจะได้ และก็ได้รู้ว่าข้อสอบไม่ได้ออกแนวท่องจำมากนัก ตอนนี้ใกล้จะสอบปลายภาค เขาเอาเอกสารการสอนทั้งหมดประมาณร้อยหน้ามาย่อเหลือห้าหน้า (summarizing) แล้วก็นัดเพื่อนไปติว จริงๆ คือไปอ่านให้เพื่อนฟัง เพราะพอไปถึงห้องเพื่อน เขากำลังทำกับข้าวอยู่

เอบอกผมว่าเขาไม่คิดว่าเพื่อนเอาเปรียบ เพราะเขาบอกว่าเขาเรียนได้ดีที่สุดโดยการสอนคนอื่น (learning by teaching)

จะเห็นว่าน้องเอของผมมีเทคนิคมากมายในการเรียนหนังสือ และสามารถเลือกใช้ตามสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม คือมีการปรับเปลี่ยนเมื่อรู้ว่าเทคนิคหนึ่งไม่เวิร์ค ก็งัดเอาเทคนิคที่เหมาะกว่ามาใช้

เท่าที่ผมจำความได้ บ้านเราไม่มีวิชา “เรียนว่าเราเรียนอย่างไร” หรือ learn how to learn ผมสงสัยต่อว่านี่เป็นส่วนหนึ่งหรือเปล่า ที่ทำให้คนเรียนไม่ดี เรียนไม่ดี คือไม่รู้ว่าจะเรียนอย่างไร ไม่รู้ว่าตัวเองเรียนแบบไหน ถือว่าเป็นโชค(ร้าย)สองชั้นก็ว่าได้นะครับ คือไม่เข้าใจในวิชาที่เรียนแล้ว ยังไม่รู้ว่าจะจัดการกับความไม่เข้าใจนี้อย่างไร มันก็ยิ่งไปกันใหญ่

ใครมีความเห็นอย่างไร ขอเชิญอภิปรายครับ

รูป โดย fatal Cleopatra