<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เรื่องเล่า......เมื่อวันวาน</p> การจัดการความรู้จะนำสู่การปฏิบัติ .....ในองค์กรของคุณได้อย่างไร <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="left"> ประสบการณ์จากคุณอำนวย….. โรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรฯ</p> เป็นที่ทราบกันดีว่าในปัจจุบันสังคมโลกได้มีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและแข่งขันกันอย่างรุนแรง การเรียนรู้ให้ทันต่อกระแสการเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อการอยู่รอด ความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้ในองค์กร จำเป็นต้องมีการจัดการอย่างเป็นระบบให้สามารถหยิบใช้และต่อยอดให้สามารถสร้างนวัตกรรมและสร้างการเรียนรู้ใหม่ได้อย่างต่อเนื่องจากการที่ได้เข้าร่วมโครงการพัฒนาการจัดการความรู้กับสถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม (สคส.) และสถาบันวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ประมาณ 5 เดือน บทบาทที่ได้รับในการร่วมโครงการในครั้งนี้เป็นบทบาท ”คุณอำนวย ” หรือ ผู้อำนวยความสะดวกในการจัดการความรู้ (Knowledge Facilitator) ในโรงพยาบาล ทั้งนี้เนื่องจากโดยส่วนตัวแล้วมีความสนใจในเรื่องการการจัดการความรู้ (Knowledge management) อยู่เป็นทุนเดิม บ้างแล้ว และยอมรับว่าการอ่านแต่ส่วนทฤษฎีนั้นเป็นสิ่งที่เข้าใจยากเพราะเป็นเรื่องนามธรรมค่อนข้างมาก จากที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมของโครงการได้ประมาณ 3 ครั้ง ( ก.ค.-พ.ย. 47) มีความรู้สึกว่าได้สัมผัสบรรยากาศแบบกัลยาณมิตรจากโครงการการจัดการความรู้ ที่เต็มไปด้วยพลังอันเป็นแรงกระตุ้นให้อยากจะนำไปใช้ (Implement) ในองค์กร โดยมี ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช และดร.ประพนธ์ ผาสุขยืด ซึ่งถือได้ว่าเป็น ผู้รู้ (Guru) ที่สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องการจัดการความรู้ และนำไปสู่การประยุกต์ปฏิบัติ อย่างที่ไม่เหมือนใคร โดยเฉพาะ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ( Share & Learn ) ที่ผู้เข้าร่วมโครงการจะเห็นปรากฏการณ์ของความวุ่นวาย ( Chaos) เกิดขึ้นซึ่งเป็นการบริหารสมองไปในตัว ทำให้คิดได้ถึงวิธีการใหม่ๆ นอกจากนั้นในทุกๆครั้งก็ยังมีการเชิญวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ มาจากทุกสารทิศให้มาร่วมให้ความรู้อีกด้วย (น่าประทับใจจริงๆ)เมื่อกลับมาที่โรงพยาบาลก็ตัดสินใจด้วย ความเชื่อ ( Beliefs) ว่า KM เป็นเครื่องมือตัวใหม่ที่มีประสิทธิภาพ จึงได้นำมา Implement ถือว่าเป็นขั้นตอนของการนำความรู้มาสู่การปฏิบัติคือเป็นการเปลี่ยน Knowledge มาเป็นการกระทำ ( Doing ) ในโรงพยาบาลค่ายฯ โดยมองการจัดการความรู้ว่าเป็นเครื่องมือชิ้นหนึ่งที่ใช้ในการพัฒนาคุณภาพงานให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งรพ.ค่ายฯ ก็อยู่ในระหว่างการพัฒนาคุณภาพ ( HA) ปัญหาในการทำการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลในขณะนี้คือ การดำเนินงานของทีม PCTในเรื่องการทบทวนการดูแลผู้ป่วย C3THER คำถามก่อนนำสู่การปฏิบัติ สำหรับตัวผู้เขียน คือ ”จะใช้การจัดการความรู้ในการพัฒนาดูแลผู้ป่วย ด้วยC3THER ได้หรือไม่ แล้ววิธีการ ( How to ) ล่ะ จะทำอย่างไร? ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งท้าทายในการนำหลักการมาสู่การปฏิบัติในองค์กรในครั้งนี้การนำ KM มาใช้ในการทบทวนการดูแลผู้ป่วยด้วย C3THER เป็นสิ่งที่ได้มาจากการวิเคราะห์หาจุดอ่อนในการพัฒนาคุณภาพของโรงพยาบาล พบว่าการทำงานของทีม PCT ยังขาดประสิทธิภาพเนื่องจากเปลี่ยนทีมผู้ทำงานบ่อย เพื่อลดจุดอ่อน เพิ่มจุดแข็ง และให้ได้เห็นผลลัพธ์ของทีม PCT ที่ชัดเจน จึงได้ประสานกับประธาน PCT(คนใหม่ ไฟแรง) โดยเสนอว่าสนใจที่จะนำ KM ลงในการพัฒนาทีม PCT ไหม! ซึ่งได้รับคำตอบว่า “สนใจ” จึงได้เขียนโครงการการพัฒนาการจัดการความรู้ในการทบทวนดูแลผู้ป่วยด้วย C3THER ซึ่งผู้บริหารได้อนุมัติโครงการ จึงได้รีบดำเนินโครงการ สำหรับปัญหาก่อนดำเนินโครงการพบว่า 1) มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ( ระหว่างบุคคล หอผู้ป่วย ) ในองค์กรน้อย 2) ความร่วมมือของทีมสหวิชาชีพน้อย 3) เอกสารการพัฒนาคุณภาพซ้ำซ้อนทำเรื่องเดียวกัน 4) ไม่มีบรรยากาศการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 5) มีปัญหาเรื่องการประสานงานของบุคลากร ช่วงการดำเนินการของโครงการจะเน้น การทำงานเป็นทีม การ Coaching และจะสร้างคุณอำนวย ( Knowledge FA ) ไว้ประจำทุกหน่วยงาน (ซึ่ง จะเป็น FA เดิมของการพัฒนาคุณภาพ HA ) จากการดำเนินโครงกามาระยะหนึ่ง ได้มีการประเมินผล พบว่า 1) มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากประสบการณ์ การใช้แนวปฏิบัติที่ดี (Good Practice) ในการดูแลผู้ป่วยมากขึ้น 2 ) ความร่วมมือของทีมสหวิชาชีพ ชัดเจนขึ้น 3) การจัดหมวดหมู่เอกสาร การจัดเก็บความรู้ เพื่อให้ค้นหา สามารถนำไปใช้ได้ง่าย 4) มีบรรยากาศ ไว้วางใจกันในบุคลากร กล้าพูด กล้าแสดงคิดเห็นมากขึ้น 5) การประสานงานของบุคลากรสะดวก ชัดเจนขึ้น 6) ผู้ป่วยได้รับการดูแลตามมาตรฐานวิชาชีพและพึงพอใจ <h2 style="margin: 6pt 0cm 0pt; text-indent: 0cm">KFC IS MY CONCEPT OF KNOWLEDGE FACILITATOR </h2> หลักการ NATO ( No Action Talk Only ) ที่อาจารย์ประพนธ์ กล่าวไว้เป็นสิ่งเตือนใจไว้เสมอว่าต้องไม่แค่พูด แต่รีบทำเพื่อให้เห็น Outcome ในองค์กร การลองผิดลองถูกเป็นสิ่งที่ควบคู่ไปกับการเรียนรู้ Concept KFC จึงเกิดขึ้นในใจคุณอำนวยรพ.ค่ายฯ ก่อนและหลังการทำโครงการ KM ขอสรุปองค์ประกอบ KFC ของการเป็นคุณผู้อำนวยความสะดวกในจัดการความรู้ (Knowledge Facilitator) ของโรงพยาบาล ( ที่ไม่ใช่สูตรตายตัว เปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ได้ตลอดเวลา ) ขอนำมา Share กัน เพื่อนำมาแนวทางในการทำงาน โดย K หมายถึง องค์ความรู้ ( knowledge ) คือ คุณอำนวยต้องค้นคว้าหาความรู้ในเรื่องการจัดการความรู้ ด้านการจัดการเกี่ยวกับคน (Manage People) ด้านการจัดการสารสนเทศ (Manage Information) F หมายถึง การประสานงาน (Facilitate ) ซึ่ง Core competency อันประกอบด้วย ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leadership ) การบริหารความขัดแย้ง ( Negotiating skill) การทำกิจกรรมกลุ่มสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือการแสดงความคิดเห็นจะมีความแตกต่างกันไป ควรแก้ไขให้เป็นลักษณะ Win - Win ซึ่งจะทำให้บุคลากรทำงานอย่างมีความสุข การบริหารเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดให้มีประสิทธิภาพ สุดท้ายที่สำคัญมากสำหรับตัวเองคือ ต้องกล้าเสี่ยง (Risk Taker) เพราะ KM เป็นเรื่องใหม่ที่คนในองค์กรไม่รู้จัก ทำอย่างไรให้คนในองค์กรยอมรับ กลยุทธ์คงไม่ตายตัว สุดท้าย ตัวสุดท้ายตัวC หมายถึง Communication การสื่อสารซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมาก ซึ่งในการดำเนินการในครั้งนี้ได้ใช้การสื่อสารทุกรูปแบบ การประชุม การจัดบอร์ดสื่อสารความรู้ การออกหนังสือเวียน การโทรศัพท์ การใช้Intranet การจัดเวทีเสนอผลงานคุณภาพเห็นจะดูมีพลังที่สุดเพราะจะเกิดการ Share& Learn ความรู้ฝังลึกในคน (Tacit Knowledge ) ได้พรั่งพรูออกมาเล่าจากประสบการณ์การทำงานจริง รวมทั้งจะมี Document มานำเสนอ ก็ขอเรียกว่าเป็น Explicit Knowledge เมื่อมีการนำไปลองปฏิบัติและปรับปรุงในการทำงานของแต่ละหน่วยงานก็จะเกิดการยกระดับความรู้ (Knowledge Leverage) ขึ้นในองค์กร สุดท้ายก็จะเกิดความรู้ใหม่ หรือเกิดนวัตกรรมคุณภาพ และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กร และเกิดความยั่งยืนต่อไป สุดท้าย….. การจัดการความรู้ให้เกิดขึ้นในองค์กร เป็นกระบวนการสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในองค์กร ซึ่ง ”คน “ เป็นปัจจัยในความสำเร็จที่ก่อให้เกิดเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ ( Learning Organization) ซึ่งกระบวนการจัดการความรู้นั้นมีทฤษฎีที่หลากหลาย สามารถนำมาประยุกต์ใช้ สำหรับผู้เขียนได้ใช้มุมมองของกระบวนการการจัดการความรู้ของ Marquardt(1996) คือ 1) การแสวงหาความรู้ (Knowledge Acquisition) 2) การสร้างองค์ความรู้ (Knowledge Creation) 3) การจัดเก็บข้อมูลและสืบความรู้ (Knowledge Storage and Retrieval) 4)การถ่ายโอนความรู้และการใช้ประโยชน์ (Transfer Utilization) ร่วมกับโมเดลปลาทูของดร.ประพนธ์ ผาสุขยืด ( KM = KV+KS+KA) ร่วมกับการคิดนอกกรอบในบางครั้ง ซึ่งตัวเองได้นำมาเป็นทิศทาง เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับบริบท (Context) ของตนเองมากที่สุด สิ่งที่จะบอกถึงความสำเร็จของคุณอำนวย ณ ขณะนี้คงไม่ได้อยู่ที่ผลลัพธ์ที่ต้องเป็นในทางบวกเสมอไป แต่อยู่ที่การได้นำไปใช้ปฏิบัติในการทำงานจริงในองค์กรแล้วติดตามผลลัพธ์ เพื่อนำมา Share & Learn ในบริบทต่างๆกัน ของโรงพยาบาลภาคเหนือตอนล่าง 17 โรงพยาบาล และนำข้อมูลที่ได้มา วิเคราะห์ สังเคราะห์ เพื่อสร้าง Core Competency ที่มีประสิทธิภาพและเหมาะกับองค์กรสุขภาพของเรา( คนไทย) มากที่สุด ก็จะเข้าสู่ Process KM โดยไม่รู้ตัว ..วัน เวลาไม่เคยรอใคร แต่ KM รอคุณอำนวย(ตัดสินใจ) นะค่ะ! ไม่ทำไม่รู้...จาก.คุณอำนวยโรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> E-mail moleudee17@ hotmail.com</p>
ประสบการณ์คุณอำนวย
การจัดการความรู้จะนำสู่การปฏิบัติ "ประสบการณ์คุณอำนวยปี47"
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
หญ้าบัว · 17 พ.ย. 2550
My Corner · 17 พ.ย. 2550
มุทิตา พานิช · 17 พ.ย. 2550
Phoenix · 17 พ.ย. 2550
นนทรีผลิดอก · 17 พ.ย. 2550
ขอบคุณที่ให้คำแนะนำค่ะ ว่างๆจะเล่าประสบการณ์ที่ทำในรพ.แลกเปลี่ยนค่ะ
จานแดง