ป่าหายไปแล้วเป็นส่วนใหญ่ เหลือแต่ไม้ยืนต้นบางต้นหรือไม้ยืนต้นตายเป็นกลุ่มๆ

              วันนี้ผมได้เดินทางไปประชุมที่ดงหลวง โดยใช้เส้นทางขอนแก่น เขาวง ทำให้ผมได้เห็นสภาพแวดลอมที่ผมไปครั้งสุดท้ายเมื่อประมาณ ๑๕ ปีมาแล้ว ที่ผมยังเคยเห็นสภาพป่าอยู่บ้าง แม้จะเป็นยุคของการปลูกพืชไร่เป็นการค้า โดยเฉพาะมันสำปะหลัง แต่ในปัจจุบันสภาพแวดล้อมยังเสื่อมโทรมไปมาก ป่าหายไปแล้วเป็นส่วนใหญ่ เหลือแต่ไม้ยืนต้นบางต้นหรือไม้ยืนต้นตายเป็นกลุ่มๆ ซึ่งคาดว่าเกิดจากการจัดการของผู้ใช้ที่ดีในพื้นที่ดังกล่าว

               ประเด็นดังกล่าวนี้ ผมได้เคยเขียนบทความที่สรุปประเด็นของความไม่คุ้มค่าของการทำลายระบบป่าไม้ที่มีคุณค่า และมูลค่ามหาศาลที่จำนวนต้นไม้เป็นหมื่นเป็นแสนต้นต่อไร่ มีคุณค่าทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม สมุนไพร และความหลากหลายทางธรรมชาติ

               หลังจากการทำลาย ก็นำมาใช้ในการผลิตพืชการค้าที่หักต้นทุนแล้วเหลือกำไรปีละไม่เกินสามสี่พันบาทต่อไร่ แม้จะคิดยี่สิบปีก็ยังไม่ถึงแสนบาทต่อไร่ ที่ไม่สามารถเทียบได้กับมูลค่าของต้นไม้ ป่าไม้ และระบบนิเวศดังกล่าวข้างต้น

               071116+118แต่ในทางแนวคิดและนโยบายในการพัฒนาประเทศ กลับมองข้ามประเด็นสำคัญเหล่านี้ ทำให้เกิดการทำลายทรัพยากรธรรมชาติอย่างรุนแรงละรวดเร็วเพียงระยะเวลาไม่เกินสี่สิบปีที่ผ่านมา การกำหนดแผนและนโยบายได้ส่งผลให้เกิดการทำลายทรัพยากร แบบเผาทิ้ง เป็นมูลค่ามหาศาล

                ทำไมเราจึงคิดเรื่องแค่นี้ไม่ออก มีอะไรบังตาอยู่หรือครับ ณ วันที่ เราต้องมาทุ่มเท ฟื้นฟู แก้ไขสภาพแวดล้อม เราต้องใช้ทรัพยากรมากมาย ยากเย็นแสนเข็ญ แต่ก็ยังสำเร็จได้ยาก และกลุ่มคนที่ยังทำลายระบบทรัพยากร ก็ยังเดินหน้าทำลายต่อไปเหมือนเดิม คล้ายกับว่าเรามีทรัพยากรให้ทำลายไม่มีขีดจำกัด

                เมื่อไหร่เราจะเริ่มคิดเรื่องนี้กัน และเริ่มตระหนักถึงทรัพยากรพื้นฐานที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพของระบบทรัพยากร สิ่งแวดล้อม สังคมและการดำรงชีวิต

                ถึงแม้ว่าเราจะมีความตั้งใจดี ก็ใช่จะสำเร็จได้ง่าย เพราะเรามีแต่ชุดความรู้เพื่อการทำลาย แทบจะหาชุดความรู้เพื่อการสร้างสรรค์ แทบไม่ได้เลย นอกจากนี้ การสร้างความรู้ยังจำเป็นต้องอาศัยความสามารถพิเศษ สูงกว่าใช้ความรู้แบบธรรมดาทั่วไป ที่จะต้องมีการจัดการความรู้อย่างจริงจัง จึงจะทำให้เกิดความรู้ได้ ที่อาจต้องการความรู้ที่ต้องการสนับสนุนอย่างจริงใจ และจริงจัง กว่าการสอนและการถ่ายทอดความรู้

               เรื่องนี้ไม่ง่ายครับ แต่ถ้าไม่ตั้งใจก็ยิ่งยากเข้าไปอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ไม่เข้าใจและพยายามขัดขวางและมีมิจฉาทิฐิ ยิ่งไม่น่าจะเป็นไปได้เลย ดังนั้นการแก้ปัญหาเรื่องนี้ จึงต้องเริ่มต้นที่ระบบคิดในการพัฒนา ระบบคิดในการทำงานที่ถูกต้อง ก่อนที่จะมีการพัฒนาข้อมูลและความรู้ในการแก้ไชปัญหาเรื่องนี้ต่อไป