วิชาหรือวิทยาคมต่าง ๆ ที่พระครูนิมิตรธรรมวัชร์ (อาจารย์ธวัช วชิโร) ใช้ในการสงเคราะห์
ช่วยเหลือพุทธศาสนิกชนที่มาขอรับการสงเคราะห์ ปัดเป่า เสริมดวงรับโชค
โดยได้รับการถ่ายทอดและศึกษามากอาจารย์ผู้ที่ประสิทธิ์ประสาททุกแขนง
คือ ท่านอาจารย์หลวงพ่อพระครูบุญเลิศ อคคปุญโญ (ทองสุข) อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านอ้อยองค์ก่อน
ที่ได้มรณะภาพไป ซึ่งเป็นพระเถระที่มีความเก่งเป็นที่ยอมรับของคนทั้งหลายในด้านวิทยาคุณ
วิชาว่าด้วยการดูดวง ซึ่งเป็นการบำรุงจิตใจของผู้ที่มาหา ซึ่งการดูดวงหรือโชคลาภและฤกษ์ผานาทีส่วนมากจะเป็นพื้นฐานของพระหรือผู้ที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือเพื่อเป็นที่พึ่งยามไม่สะบายใจหรือจะทำการใดๆเช่นทำบุญ ซึ่งพระครูนิมิตธรรมวัชร์ (อาจารย์ธวัช วชิโร) ได้ค้นคว้าในด้านโหราศาสตร์มาจากหลายๆอาจารย์หลายผู้รู้ จากตำราหลายเล่มทั้งของไทย พม่า และประสพการณ์ที่ผ่านมาตั้งแต่อยูวัดมาจะเห็นว่าส่วนมากจะสอดคล้องกันมีการแนะนำถึงการที่จะแก้ในสิ่งที่ไม่ดีกับตนเองเป็นการบำรุงจิตใจให้มีความสะบายคนเราถ้าจิตใจมีความสุขแล้วทำสิ่งใหนมักมีความสุขไปหมด ในส่วนที่ใช้ญาณหรือกระแสจิตหรือความสัมผัสพิเศษเพ่งดูให้เพื่อการแก้ไขนั้นเป็นส่วนหนึ่งของวิชาโหราพยากรณ์ที่ได้รับการถ่ายทอดมานำมาผสมกับตำราต่างๆใช้แก้ไขให้ชีวิตหรืออุปสรรคของญาติโยมดีขึ้นนั้นเป็นส่วนที่มาจากการปฏิบัติสมาธิภาวนาให้จิตว่างและอัญเชิญเทพหรือเจ้าที่เจ้าทางของบุคคลนั้น ๆ มาเพื่อตรวจดูดวงชะตา ที่อยู่ ที่ประกอบกิจการ ว่ามีอุปสรรคอะไรและต้องแก้ไขอย่างไรเป็นเซ้นพิเศษ การทำพิธีสืบซาตาแบบโบราณของภาคเหนือ ซึ่งประกอบไปด้วยไม้ค้ำ และสิ่งที่เป็นมงคลและความหมายเช่นไม้ค้ำสำหรับค้ำดวงชะตา สะพานไม้ใช้ข้ามสิ่งที่เป็นอุปสรรค ต้นกล้วย ต้นอ้อย และไม้ค้ำเท่าอายุเครื่องสังเวยต่างๆตามความเชื่อและความผูกพันธ์ การสืบซะตานิยมทำกันในหลายโอกาสเช่นดวงตก ทำบุญบ้าน ได้ยศฐาบรรดาศักดิ์ ไม่สะบายเจ็บไข้ได้ป่วย
วิชาว่าด้วยการลงนะหน้าทอง
การลงทองหรือการเข้าคำของคนเมืองเหนือตามตำราของวัดตำหนักธรรมนิมิตร (บ้านอ้อย)
ต.ห้วยทราย อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่
ตำนานการเข้าคำหรือลงนะหน้าทอง เริ่มมาจากตำนานโบราณคนสมัยนั้นนิยมการสักน้ำหมึกไว้กับตัวตามความเชื่อว่าสามารถป้องกันภยันอันตราย แคล้วคลาด เป็นเสน่ห์กับตัวเอง และเป็นเครื่องหมายของชายชาตรีเพราะการสักนั้นต้องเจ็บปวดการสักต้องใช้ความอดทน ซึ่งสมัยนั้นนิยมการสักทั้งหญิงทั้งชายไม่สักมากก็ต้องสักน้อยตามสมัยนิยม แต่มีผู้มีจะกินคือมีฐานะแต่ไม่ทนกับการเจ็บปวดได้ปรึกษากับผู้รู้ว่ามีวิธีใหนที่จะกระทำพิธีให้คล้ายคลึงกับการสักมากที่สุด โบราจารย์สมัยนั้นจึงแนะนำให้เอาแผ่นทองบริสุทธิ์มาตีกับแผ่นหนังให้บางเบาที่สุดเอามาประกอบกับน้ำมันจันทร์ หรือน้ำมันสรรพว่านต่าง ๆ เพื่อให้ชึมเข้าในร่างกายโดยขณะที่ทำพิธีคลึงแผ่นทองให้เข้าร่างกายนั้นได้บริกรรมคาถาไปด้วยหลังจากที่ผ่านพิธีกรรมการคลึงแผ่นทองแล้วจึงทำพิธีปลุกเสกให้อาคมอยู่กับตัวให้เทียบเท่ากับการสักน้ำมันและสักน้ำหมึกประโยชน์และคุณของการลงทองหรือเข้าคำตามแต่จะเลือกหรือปรารถนา <h3 style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 1cm; text-align: left" align="left">1. เป็นการป้องกันภยันตรายต่างๆ แคล้วคลาดจากสิ่งที่เป็นอัปมงคล</h3>2. เป็นการป้องกันลมเพลมพัด ทางเหนือเรียกว่ากันผีใส่ คนใส่ หมายถึงสัมภเวสีผีไม่มีญาติที่อยู่ตามถนนหนทางเห็นคนเดินผ่านขวัญอ่อนก็กระทำย่ำยี คนทางเหนือเรียกว่าทักกิน (ผีทักผีตอ)3. เพื่อให้เป็นเสน่ห์เมตตามหานิยมแก่ตัวเองในด้านการพูดการเจรจาปราศรัย ให้คนรักคนชอบเอ็นดูสงสาร เข้าหาผู้หลักผู้ใหญ่ เจริญในหน้าที่การงาน4. เพื่อให้เป็นเสน่ห์แก่เพศตรงกันข้ามทั้งที่มีเป้าหมายและไม่มีเป้าหมาย- ไม่มีเป้าหมายคือ ให้เป็นที่รักที่พอใจแก่เพศตรงกันข้ามทั่วไปเหมาะแก่ผู้ที่มีอาชีพต้องพบปะผู้คน และเพศตรงกันข้ามบ่อย ๆ ให้เป็นที่รักและให้ลาภสักการะชื่อเสียงอุปถัมภ์ค้ำชู- มีเป้าหมายคือ ให้คู่ครองของตัวเองรักและหลงไหลอย่าได้มีคนอื่นให้รักครอบครัว หรือผู้ที่อุปการะคุณอยู่แล้วให้ความเมตตาตลอดไปอย่าได้เสื่อมคลาย <h4 style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: left" align="left"> </h4><h4 style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: left" align="left">การเข้าคำหรือลงทองจะต้องลงที่ไหนบ้าง</h4><h5 style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 18pt; text-align: left" align="left">1 ที่อุ้งมือทั้งสองข้าง หมายถึงให้เงินทองเข้ามาไม่ให้ขาด และการประกอบวิชาชีพให้</h5><h5 style="margin: 0cm 0cm 0pt 3cm; text-indent: 1cm; text-align: left" align="left">ประกอบไปด้วยเงินทองไม่มีการติดขัด</h5>2 ที่หน้าผาก 1 แผ่น หมายถึงให้เป็นเสน่ห์เมตตาแก่ผู้ที่พบเห็น การเจรจาปราศรัย ให้เป็นที่รักและเมตตาแก่ผู้ที่พบเห็น คนที่ไม่ถูกกับเราหรือไม่ต้องชะตากันเห็นหน้าจักมีความอ่อนน้อมและเอ็นดูเรา3 ที่ข้อพับแขนทั้งสองข้าง (สำหรับคนที่มีครอบครัวแล้วหรือมีเป้าหมาย) ความหมายให้รักหลงและคิดถึงอยู่ไม่ขาดให้เชื่อฟังเราเหมือนกับการพับผ้าไว้ให้เป็นระเบียบ ในขณะที่ทำพิธีลงทองหรือเข้าคำผู้ที่ลงทองหรือเข้าคำจะทำอะไรบ้าง <h1 style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 1cm">หลังจากที่การลงทองเสร็จเรียบร้อยแล้วจะมีการปลุกเสก ให้ตั้งจิตอธิษฐานในสิ่งที่ดีที่งาม ที่ตัวเองตั้งใจไว้เช่นขอให้มีความสุขความเจริญ ขอให้เป็นที่รักของคนทั้งหลายทั้วไปและคนที่เราต้องการให้มารักมาให้ความเอ็นดูอุปถัมป์ ค้ำชูช่วยเหลือการงานทุกสิ่ง</h1><h2 style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: left" align="left"> </h2> <h2 style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: left" align="left">วันที่จะกระทำพิธีลงทองหรือเข้าคำ</h2><h6 style="text-justify: inter-ideograph; text-indent: 1cm; text-align: justify">ให้ทำพิธีตามวันที่เป็นเสน่ห์ของบุคคลนั้นๆ หรือวันที่เป็นวันเงินทอง วันอำนาจ วันหน้าที่การงาน ฃองใครของมัน ยกตัวอย่างคนเกิดวันอาทิตย์ วันอังคารเป็นวันอำนาจ วันพุธเป็นวันเสน่ห์และหน้าที่การงาน วันเสาร์เป็นวันเงินทอง คนเกิดวันพฤหัสบดี วันศุกร์เป็นวันอำนาจ วันอาทิตย์เป็นวันเสน่ห์ วันจันทร์เป็นวันเงินทอง วันพุธเป็นวันหน้าที่การงานสำหรับบางท่านบางคนที่ดวงชะตากำลังดีทางวัดอาจทำพิธีเสริมดวงให้เพื่อให้ได้ผลสำเร็จมากยิ่งขึ้นแล้วแต่ดวงชะตาและท่านที่กำลังดวงตกก็ต้องแก้ไขหรือทำพิธีหนุนดวงก่อนตามแต่ที่ได้ตรวจดวงชะตาให้</h6> ข้อห้ามสำหรับคนที่ลงทองหรือเข้าคำตามตำราของวัดบ้านอ้อย1 ห้ามดื่มสุรา หรือของมึนเมาอย่างน้อย 3 วันทั้งหญิงทั้งชาย2 สำหรับผู้หญิงภายใน 3 วันห้ามนุ่งผ้าถุงหรือชุดนอนโดยสวมทางหัวลงมาสำหรับเพื่อเพศตรงกันข้ามหรือมีเป้าหมายเพิ่มอีกหนึ่งข้อคือพึงละเว้นจากการร่วมเพศอย่างน้อย 3 วัน การสงเคราะห์ด้านพิธีกรรมซึ่งเป็นทั้งการให้หรือเสริมกำลังใจโดยอ้างอิงเอาพระพุทธคุณเป็นหลักในรูปแบบที่เป็นอุบายโน้มน้าวจิตใจตามตำราที่นิยมกันในภาคเหนือคือยันต์เทียน จุดเพื่อเป็นการเสริมบารมี สะเดาะเคราะห์ รับโชค หรือปรารถนาเอาในสิ่งที่ตนคิดไว้ ตามบารมีของผู้จุดและพิธีกรรมและเป็นการเชิญชวน ดึงญาติโยมเข้าวัด และให้การสงเคราะห์มีดังนี้1. เทียนพระเจ้าน้าวริพล2. เทียนปฐมกัปป์คำ3. เทียนปัจจัย 24 4. เทียนปาระมีพระเจ้า5. เทียนธรณีเย็น6. เทียนธนูสิงห์7. เทียนหนานหลวงตกเตียง ซึ่งการบูชาแต่ละอย่างให้คุณไม่เหมือนกันมีความแตกต่างกันดังนี้เทียนพระเจ้าน้าวริพล เทียนปฐมกัปป์คำเทียนปัจจัย 24 ใช้สำหรับการเสริมดวง ค้าขาย เจริญในหน้าที่การงาน เป็นที่รักแก่คนและเทวดาทั้งหลายโดยมีความหมายดังนี้ 1. เทียนพระเจ้าน้าวริพล จุดแล้วให้โน้มน้าวจิตใจและมนุษย์หญิงชายทั้งหลายเข้ามาหา นำมาซึ่งโชคลาภและชื่อเสียงตามที่เราตั้งใจหรือปรารถนาใให้เกิดความสามัคคีขึ้นในหมู่คณะ คนหมู่มากอยูด้วยกันมีแต่เรื่องระหองระแหง และมีบริวารคิดทำสิ่งใดย่อมสำเร็จมีผู้คนมาให้ความอุปถัมภ์ช่วยเหลือตลอดหรือบริวารลูกหลานไม่อยู่ในโอวาทคำสั่งสอน คิดไปในทางที่ผิด ๆ ก็จะเป็นการชักจูงจิตใจให้กลับมาเป็นคนดีและรักพ่อแม่รักครอบครัว2. เทียนปฐมกัปป์คำ สำหรับผู้ที่เริ่มกิจการใหม่ หรือตั้งต้นการดำเนินกิจการหรือจุดในโอกาสพิเศษเช่นวันเกิด วันสืบชาตา ให้มีความสุขความเจริญความสมหวัง มีเงินทองยศฐาบรรดาศักดิ์ไปนาน ๆ เท่านานและให้ตัวเองเป็นหนึ่งตลอดในด้านที่ดีหรือผู้ที่เคยทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดเป็นต้นว่ากิจการต่าง ๆ แต่ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ประสพกับสิ่งที่ไม่พอใจเช่นขาดทุน ขัดแย้ง3. เทียนปัจจัย 24 จุดบูชาเพื่อให้ผู้ประกอบพิธีมีความสุขความเจริญเพรียบพร้อมด้วยประการต่าง ๆ ทั้งยศตำแหน่ง บริวาร ทรัพย์สินเงินทอง ความอุดมสมบูรณ์ในด้านต่าง ๆ และปัจจัยที่สำคัญต่อชีวิต 24 อย่างเป็นต้นว่าอาหาร อารมณ์ คนรัก บริวาร4. เทียนปาระมีพระเจ้า ใช้สำหรับจุดบูชาเพื่อให้พ้นจากเคราะห์กรรมเวร สิ่งที่เป็นอุปสรรคและเสนียดจัญไร อุบาทว์ที่เกิดขึ้นกับตัวเองและที่อยู่ที่อาศัยที่ประกอบกิจกรรม สิ่งอัปมงคลที่เกิดขึ้นโดยตั้งใจก็ดีหรือไม่ตั้งใจก็ดีเกิดจากคนกระทำหรือผีสางก็ดี จักแพ้และหนีไปเป็นการปะสะแผ่นดินให้มีความสุขความเจริญสำหรับการจุดเที่ยนปาระมีพระเจ้าเพื่อการสะเคราะห์ให้แก่ตัวเองและคอบครัวนั้นให้ทำดังนี้ ให้เอาเสื้อผ้าของคนที่อายุน้อยที่สุดวางข้างล่างสุดแล้าเป็นเสื้อผ้าของคนที่อายุมากตามลำดับในบ้านของเราถ้าเขียนชื่อวันเดือนปีเกิดของเจ้าของเสื้อผ้าหรือสมาชิกในบ้านด้วยยิ่งดีเอาช้อนๆกันขึ้นมาแล้วเอาถาดวางทับเสื้อในถาดนั้นให้เอาน้ำใส่ให้เกือบเต็มและเอาอิฐหรือที่จุดเทียนวางกลางถาดที่มีน้ำอยู่แล้วและน้ำนั้นควรจะลอยด้วยดอกมะลิ หรือส้มป่อย หรือดอกอะไรก็ได้ที่หอม ๆ พร้อมทั้งจุดเทียนยันต์และอธิษฐานจามใจปรารถนาจุดยันต์เทียนให้ดับในคราวเดียวเสร็จแล้วค่อย ๆ ยกถาดที่ใส่น้ำรองเทียนออกเอาน้ำนั้นประพรมเสื้อทุกตัวให้ใส่ไปทำงานหรือใช้ในกิจวัตรประจำวันสำหรับน้ำนั้นให้แบ่งใส่ภาชนะแแบ่งกันไปเอาไว้ล้างหน้าเป็นการเสริมมงคลตัวเองและเอาไปผสมน้ำสำหรับอาบอีกที่เป็นการอาบน้ำมนต์เที่ยนปาระมีพระเจ้าอีกที่หนึ่ง5. เทียนธรณีเย็น ใช้สำหรับจุดบูชาเพื่อความร่มเย็นของชีวิตและครอบครัว ใครที่คิดร้ายต่อเราทั้งต่อหน้าและลับหลังทำให้เราเดือดร้อนทั้งจิตใจและฐานะ ย่อมย้อนสนองกลับให้บุคคลที่คิดร้ายต่อเราได้รับผลที่ทำนั้นแต่ว่าการจุดเทียนธรณีเย็นนี้เดือนหนึ่งจุดได้เพียงหนึ่งครั้งคือวันแรม 14 หรือแรม15 ค่ำ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าวันเดือนดับเป็นการคุ้มครองตังเองจากเรื่องร้ายต่าง ๆ มลทินที่ไม่ดี โดยที่ทางวัดจะประกอบพิธีใหญ่เดือนละครั้งในวันเดือนดับโดยทางวัดจะมีการกล่าวโองการเชิญเทพเทวาอารักษ์ได้มารับรู้ถึงเจตนาในการจุดเทียนและเป็นการขออโหสิกรรมต่อสรรพสัตว์ต่าง ๆ ทั้งที่มีเท้าก็ดีหรือไม่มีเท้าก็ดีที่บินบนอากาศและอยู่ใต้พื้นปฐวีดินที่เราได้พลั้งพลาดให้ตกไปซึ่งชีวิตโดยจะตั้งใจก็ดีหรือไม่ตั้งใจก็ดีขอให้มารับความอโหสิกรรมและรับเครื่องสังเวยที่ได้ทำในวันนี้ โดยผู้ที่มักกระทำพิธีต้องนำมาดังนี้ ผลไม้ 3 อย่าง ธูปหอม 1 ห่อ6. เทียนธนูสิงห์ ใช้สำหรับจุดบูชาเพื่อแก้อาถรรย์ที่เกิดขึ้นกับตัวเองและที่อยู่ที่ประกอบกิจการ ร้านค้าเกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดหรือไม่เคยเห็นเกิดขึ้นในบ้านเช่นต้องธรณีสารต่าง ๆ เช่น หนูกัดเสื้อผ้า หรือถูกคนกระทำย่ำยีโดยที่เราก็ดีหรือไม่รู้ก็ดีทำให้มีแต่อุปสรรคต่างต่างนานาหรือจุดให้ตัวเราเองให้พ้นจากสิ่งที่เกิดขึ้นให้พ้นจากสิ่งที่เป็นอัปมงคลให้เป็นมงคล มีความร่มเย็นโดยให้นำไปจุดที่บ้านจะเป็นหลังบ้านหรือหน้าบ้านก็ดีก่อนจุดให้วางหรือบอกแม่ธรณีก่อนแล้วให้จุดกับพื้นให้ดับคราวเดียวทั้งเล่ม7. เทียนหนานหลวงตกเตียง ใช้สำหรับจุดเพื่อให้เกิดความสามัคคี ความเข้าใจกันในทางที่ดี ความรักในครอบครัว ไม่ให้เกิดความแตกแยกให้รักและห่วงใยในครอบครัวไม่ว่าจะเป็นพ่อ แม่ ลูกทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวดีขึ้น การจุดหรือพิธีกรรมที่จะต้องทำประกอบกับการจุดยันต์เทียนสำหรับเทียนทั้งหมดต้องเอาไปจุดที่บ้านแล้วให้อธิฐานตามที่ปรารถนาแต่ถ้ามาทำพิธีที่วัด จะมีพิธีกรรมที่ปลีกย่อยที่ละเอียดขึ้นอีก มีการกล่าวโองการให้แก่ครูบาอาจารย์เทพเทวาได้รับรู้โดยผู้ที่จะทำพิธีจุดเทียนต้องนำเอาผลไม้มาด้วยอย่างน้อย 3 อย่าง ดอกไม้ ธูปหอม 1 ห่อสำหรับผู้ที่มาทำพิธีที่วัดจะเป็นการเสริมดวงชะตาและเป็นการสะเดาะเคาะห์ซึ่งจะมีการปัดเคราะห์และลงทองหรือเข้าคำตามพิธีแบบโบราณล้านนาที่ได้กระทำมา วัตถุมงคลวัตถุมงคลที่วัดมีไว้สำหรับใช้อนุเคราะห์แก่ญาติโยมที่มาของความสงเคราะห์นอกจากการทำพิธีจุดเทียนแล้วยังมีของที่ใช้สำหรับติดตัวหรือติดร้านค้า บ้าน ที่อยู่อาศัย ที่ประกอบกิจการ1. ตระกรุด (ยันต์หอมสี่ทิศ)ตระกรุดหอมสี่ทิศเป็นตระกรุดที่มีคุณวิเศษทางด้านเมตตาค้าขายและป้องกันสิ่งที่เป็นอัปมงคลอันจะเกิดขึ้นกับที่อยู่อาศัยที่ประกอบกิจกรรมและเป็นเมตตามหานิยม นำมาซึ่งชื่อเสียงลาภสักการะและความสามัคคีและความรักให้เกิดขึ้นในบ้านในครอบครัว ในหมู่คณะที่ทำงาน หอมสี่ทิศ ความหมายก็คือให้มีความหอมหวลไปทั้ง 4 ทิศลักษณะและการบูชาดังนี้ตระกรุดหอมสี่ทิศหรือพระยันต์นี้ชุดหนึ่งประกอบด้วยตระกรุด 2 ดอกเป็นแฝดติดกัน ดอกแรกมีคุณทางปัด ล้างสิ่งอุบาทว์ เสนียดทั้งปวง เช่นบ้านใดเคหะหอเรือนหรือร้านค้าไม่เจริญหรือถูกอาถรรพ์คุณผีคุณคนสิ่งอุบาทว์อัปมงคลได้เกิดขึ้นโดยผู้อยู่อาศัยได้วิวาทผิดกันหรือเด็กร้องไห้โดยไม่ทราบสาเหตุ เกิดสิ่งสิ่งที่ไม่ดีไม่งามโดยตั้งใจก็ดีหรือไม่ตั้งใจก็ดีหากมีตระกรุดนี้ก็จะสามารถป้องกันภัยร้ายนั้นได้ตามบารมีของผู้ใช้ยันต์วิธีใช้ยันต์หรือตระกรุดหอมสี่ทิศนั้นมีดังนี้ให้นำตระกรุดมาแช่น้ำบริสุทธิ์โดยให้ลอยดอกมะลิหรือดอกหอมให้ใช้หญ้าคาหรือใบเงินใบทองหรือใบไม้มงคลนำมามัดรวมกันแล้วจุ่มน้ำแล้วยื่นโยงขันน้ำที่มีพระยันต์แช่อยู่ทูลเหนือหัวใช้ธูป 12 ดอกอธิฐานในสิ่งที่ต้องการหรือปรารถนา เช่น ให้พ้นจากอุปสรรคเสนียดจัญไรต่างต่างนานาและให้ออกจากบ้านจากที่อยู่ที่ประกอบกิจกรรมและใช้น้ำที่แช่ยันต์ประพรมไปตามที่อยู่อาศัยหากใช้ทางด้านค้าขายหรือความรักความสามัคคีและชื่อเสียงเมตตามหานิยมให้ภาวนาด้วยพระคาถาดังนี้ "นะกะตะอะมะตานะ" 3-5-7 ครั้งหรือตามใจอุตสาหะแล้วนำน้ำนั้นมาประพรมในบ้านหรือสิ่งของที่จะค้าขายจะอุดมไปด้วยมงคลทั้งปวงผู้ที่ไม่เคยมาหาเราก็จะมาผู้ที่เคยมาแล้วก็จะกลับมาอีกรอบพร้อมทั้งขจรขจายชื่อเสียงของเราด้วย การจะประกอบพิธีใช้ยันต์นี้ให้ทำเดือนละประมาณหนึ่งครั้งยิ่งทำในวันเดือนเพ็ญยิ่งดี ตระกรุดดอกแรกแก้สิ่งอัปมงคลดอกที่สองเป็นเมตตามหานิยมชื่อเสียงลาภยศขจรขจายไปทั้ง 4 ทิศ แต่หากเก็บไว้เฉยๆก็จะไม่เกิดประโยชน์อันใดให้ทำตามที่อธิบายจะเป็นการเพิ่มพุทธคุณและเสริมสิริมงคลให้แก่ผู้บูชาสมหวังทุกประการ 2. ยันต์กั้งก่า (ป้องกันสารพัด)ยันต์หรือตระกรุดกั้งก่า (คำว่ากั้งก่าเป็นภาษาพื้นเมืองโบราณของภาคเหนือแปลว่าป้องกัน ไม่ให้เกิดขึ้น) เป็นตระกรุดโทนลูกเดียว ใช้ป้องกันลมเพลมพัด เสนียดจัญไร คุณผี คุณคน คนท้อง (มีครรภ์) คนขวัญอ่อน เด็กเล็กร้องไห้กลางคืนโดยไม่ทราบสาเหตุ และผู้ที่ต้องเดินทางขึ้นเหนือล่องใต้ไปค้าขาย หรืองานที่ทำจำเป็นต้องเดินทางบ่อย ๆ จะเป็นการป้องกันจากสัมภเวสีต่าง ๆ ที่สิงสถิตย์ตามข้างทางหรือผีตายโหงทักมักจะพบเห็นในสิ่งที่ไม่เป็นมงคล 3. ยันต์มหาหวานเป็นตระกรุดที่ทำสืบๆกันมาตามตำราของท่านอาจารย์พระครูบุญเลิศ อคคปุญโญ (ทองสุข) อดีตเจ้าอาวาสและอาจารย์ของพระครูนิมิตธรรมวัชร์ (ธวัช วชิโร) เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน โดยเป็นตระกรุดหรือยันต์เกี่ยวกับการค้าขายเมตตามหานิยม ชุ่มเย็น ไว้กับบ้านกับร้านค้า กับตัวเอง จักบังเกิดความสุขสวัสดี ใครเห็นก็ชอบและรักเป็นที่เอ็นดูของเจ้านายและผู้บังคับบัญชาเจริญในหน้าที่การงานเป็นเสน่ห์แก่ตัวเองและสถานที่นั้น ๆ โดยการทำตระกรุดหรือยันต์นั้นต้องทำตามขั้นตอนต่าง ๆ ที่ได้ประพฤติมาดังนี้ เริ่งจากการจารอักขระลงในแผ่นทองหรือแผ่นเงินให้เรียบร้อยก่อนตามฤกษ์งามยามดีที่กำหนดไว้ แล้วเอามาตัดเป็นลูก ๆ เอาไปแช่ในน้ำผึ้งแท้ 7 วัน จากน้ำผึ้งแล้าเอาออกไปแช่ในน้ำตาลหมายถึงน้ำตาลจากต้นไม่ใช่น้ำตาลทราย เช่น น้ำตาลเมืองเพชรที่เป็นก้อน ๆ เป็นเวลา 7 วัน จากน้ำตาลแล้วเอาออกไปแช่ในน้ำอ้อยอีก 7 วัน จึงเอาขึ้นมาปลุกเสกและทำเป็นลูก ๆ จึงได้ชื่อว่ายันต์มหาหวานเหรียญรูปพระประธานในโบสถ์และแม่นางธรณี เนื่องด้วยในปีพ.ศ2549 นี้ทางวัดบ้านอ้อยจะมีการทำบุญใหญ่คืองานถวายสังฆทานและฉลอง (ปอยหลวง) ถาวรวัตถุขอวัดทางญาติโยมผู้ให้ความอุปถัมภ์วัดที่อยู่ในกรุงเทพฯขออนุญาต เอ่ยรายนามคือคุณโยมธนกร วงษ์วณิช คุณโยมประพาส กุลมงคล คุณโยมทวีวัฒน์ ทวีจิรวุฒิ ได้ร่วมใจกันที่จะสร้างของที่ระลึกเพื่อเป็นของมงคลกับผู้ที่ได้รับไปได้มาปรึกษาหารือกันว่าจะรับเป็นเจ้าภาพในการสร้างวัตถุมงคลในครั้งนี้แล้วแต่ว่าทางวัดจะสร้างอะไร จึงได้อธิษฐานต่อเทพเทวาอารักษ์สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่รักษาวัดขอบารมีให้เข้าดลใจว่าจะทำสิ่งใดดี ซึ่งวัตถุมงคลของทางวัดมีเป็นประจำอยู่แล้วเช่นตระกรุดต่าง ๆ และยันต์เทียน พร้อมพิธีกรรมต่าง ๆ เท่าที่ได้เขียนมาซึ่งได้ทำมาตลอดตั้งแต่อยู่วัดมาแต่ของเหล่านี้มักอยู่ได้ไม่นานจะต้องเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา จึงได้อธิษฐานขอบารมีเทพเทวาเจ้าที่เจ้าทางสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่รักษาวัดได้มาบอกกล่าว จนกระทั่งวันหนึ่งได้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดว่าจะหวนกลับมาอีกคือได้นิมิตหรือจะเป็นฝันก็ไม่เชิงได้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งจูงเด็กเดินไปมาในวัดท่าทางมีความสุขโดยมีใบหน้าที่เอิบอิ่มจึงเข้าไปถามว่า โยมพี่ไปไหน ผู้หญิงคนนั้นก็ตอบว่าเราเคยพบกันครั้งหนึ่งตุ๊ (หมายถึงพระครูนิมิตธรรมวัชร์ ชาวเหนือจะเรียกพระที่อ่อนกว่าและสนิทสนมว่าตุ๊)ไม่จำหรือเราเคยพบกันเมื่อก่อนเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา ก็เคยคุยกันมาครั้งหนึ่งแล้ว เลยได้คิดว่าควรเอารูปสิ่งนี้เป็นที่ระลึก ขอเล่าย้อนหลังไปประมาณ 10 ปี หลังจากที่ประกอบพิธีพระราชเพลิงศพท่านอาจารย์คือหลวงพ่อพระครูบุญเลิศ อคคปุญโญ ที่มรณะภาพ ซึ่งเป็นอาจารย์ของพระครูนิมิตธรรมวัชร์ แล้ว ทางคณะสงฆ์ได้แต่งตั้งให้พระครูนิมิตธรรมวัชร์ในตอนนั้นคือพระธวัช วชิโร เป็นเจ้าอาวาสปกครองวัดตำหนักธรรมนิมิตร (บ้านอ้อย) สืนแทนคืนก่อนที่จะไปรับใบตราตั้งเจ้าอาวาสหลังจากสวดมนต์เย็นแล้วได้ไปตรวจน้ำที่กลางลานวัดและได้อธิษฐานจิตถึงเทพเทพาอารักษ์สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่รักษาวัดว่าถ้าข้าพเจ้ามีบุญบารมีที่จะอยู่รักษาศาสนาและเป็นที่พึ่งของญาติโยมชาวบ้านและชนทั้งหลายทั่วไปขอได้เห็นซึ่งนิมิตหรือสิ่งที่รักษาปกปักยังวัดบ้านอ้อยแห่งนี้ด้วยเถิดปรากฏว่าได้เกิดเหตุอันไม่น่าเชื่อคือได้ฝันเห็นว่าตัวของพระครูนิมิตธรรมวัชร์ยังเป็นสามเณรน้อยอายุประมาณ 12 ปี และได้เห็นสภาพของวัดในขณะนั้นยังไม่เจริญ มี วิหารเก่า ศาลาเก่า และกุฏิเก่า หลังที่เคยอยู่เมื่อเป็นเด็กวัดและเป็นเณรน้อย ได้เอาจอบไปถางหญ้าข้างวิหารได้ไปพบกับผู้หญิงคนหนึ่งและเด็กอีกคนหนึ่งอยู่แถวนั้นซึ่งเป็นที่ตั้งของหอเทพารักษ์ประจำวัด (หอเสื้อวัด) จึงเข้าไปถามว่าพี่ไปไหน ผู้หญิงคนนั้นจึงย้อนถามว่าพระ หน้อย (เณรน้อย)ไม่รู้จักพี่เหรอพี่อยู่รักษาที่ตรงนี้มานานแล้วด้วยความสุขความเจริญแล้วพระหน้อย (หมายถึงพระครูนิมิตธรรมวัชร์ในขณะนั้น) จะมาอยู่ด้วยกันใช่ไหมอยากเห็นพี่ไม่ใช่เหรอ พอมาถึงตอนนี้ก็สะดุ้งตื่นแต่ก็ไม่ได้กลัวเพราะเคยรู้มาก่อนว่าเทพหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่รัดษาวัดเป็นผู้หญิงเพาระเคยมีคนเคยเห็นและประสพกันมาหลายราย จึงได้ทำเป็นรูปเหรียญที่มีสัญญาลักษณ์ของวัดคือแม่ธรณีและได้จำลวงหลวงพ่อที่ได้สร้างมาคู่กับวัดและสารูปของแม่ธรณีที่ปั้นพร้อมกันที่อยู่ในโบสถ์มาเป็นตัวแทน และได้ทำโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะแจกตอบแทนญาติโดยมที่ให้ความอุปถัมภ์ ในการทำบุญใหญ่ในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2549 โดยได้ทำการปลุกเศกตลอดพรรษาและให้คณาจารย์ที่มีชื่อเสียงอีกหลายองค์ได้โปรดเมตตาอธิษฐานจิต
ขอกราบเป็นลูกศิษย์ลงนะหน้าทองสักคนนะครับ
เจอผีบ่อยมากทำไงดีคะท่าน
ผมคิดว่าจะไปกราบท่านประมาณสิ้นเดือนมกราคมนี้ หรือต้นเดือนกุมภาพันธุ์นี้จะไปบูชาเทียนและปรึกษาท่านครับ และจะขอกราบฝากตัวเป็นศิษย์ผมจะไปกับน้องๆอีกสองสามคนจะไปบูชาเทียนและทำพิธีที่วัดอยากกราบรบกวนขอเบอร์โทรศัพท์ติดต่อได้ไหมครับเวลาจะไปแน่ๆผมจะได้โทรไปนัดล่วงหน้าก่อนครับผมอยู่สมุทรปราการครับ
วัดตำหนักธรรมนิมิตร (บ้านอ้อย) หมู่ 1 ต.ห้วยทราย อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ 50180 โทรศัพท์ 053-301027, 081-9516336
ช่วงวันที่ 25 - 31 มกราคม 2552 ไม่อยู่ ไปประกอพิธีกรรมทางศาสนา ที่ประเทศเวียดนาม
ดิฉันอยากไปมากเลยค่ะ พอดีมีเรื่องไม่สบายใจหลายเรื่อง รวมทั้ง คนในบ้าน และ ญาติพี่น้อง มีแต่ปัญหา ทำให้ไม่สบายใจ เหนื่อยใจค่ะ พอจะมีคาถาหรือเทียนให้จุดไหมค่ะ สำหรับ แก้นิสัยน้องชายที่ชอบทำตัวไม่ดี ขี้โมโหง่าย ไม่อยู่ในโอวาทของพ่อแม่ค่ะ
มักจะทำให้คนในครอบครัว ทุกข์ใจอยู่เสมอ ๆค่ะ และปัญหาอีกมากมายค่ะ เป็นทุกข์มากเลยค่ะ เห็นจะได้เข้าไปพบท่าน ปรึกษาท่าน ในเร็ว วันนี้ค่ะ ขอบพระคุณท่านมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ ที่เป็นที่พึงทางใจแก่ ศาสนิกชน ค่ะ
ขอกราบเป็นลูกศิษย์ลงนะหน้าทองสักคนนะครับ สาธุ