ติลักขณาทิคาถา ๕

ตามนัยครั้งก่อน (ดูว่าด้วย... ๔) สังขารทั้งหลายทั้งปวงไม่เที่ยง และเป็นทุกข์ ส่วนธรรมทั้งหลายทั้งปวงเป็นอนัตตา...

คำว่า ไม่เที่ยง เราแปลมาจากคำว่า อนิจจัง หรือ อนิจจา ซึ่งตามสำนวนไทยบางครั้งก็ใช้ทับศัพท์ทั้งอนิจจังและอนิจจา... บางท่านเคยถามว่า อนิจจัง หรือ อนิจจา กันแน่ที่เขียนถูกต้อง... ซึ่งผู้เขียนก็บอกไปว่า ไม่ผิดหรือถูก เพราะจะเป็น อนิจจัง อนิจจา อนิจโจ หรือ อนิจเจ เป็นต้น ย่อมขึ้นอยู่กับลิงค์ วจนะ และวิำัำภัตติที่จะนำมาประกอบตามหลักไวยากรณ์...ส่วนความหมายเหมือนกัน

ความไม่เที่ยงแท้ ไม่แน่นอน ของสังขารทั้งหมดนั้น อาจสรุปในการพิจารณาโดยย่อได้ ๒ นัย กล่าวคือ

  • สิ่งภายนอกจากตัวเรา ซึ่งเรารับรู้ได้ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ นั้น ไม่เที่ยงแท้แน่นอน
  • สิ่งที่เป็นตัวเรา คือ กายและใจของเราเองนี้ ก็ไม่เที่ยงแท้แน่นอน เช่นเดียวกัน

ถ้าเรามีความสำเนียกหรือสำนึกรู้ ความไม่เที่ยงแท้แน่นอนทั้งสิ่งที่เรารับรู้จากภายนอกและสิ่งที่เป็นตัวเราอยู่ตลอด สามารถซึมซับความไม่เที่ยงแท้แน่นอนทำนองนี้ โดยพยายามพัฒนาความสำเนียกหรือสำนึกรู้ของเรานั้นไปสู่ระดับปัญญา... ถ้าเป็นไปได้ตามนี้ ก็ได้ชื่อว่า เห็นด้วยปัญญา และนั้นคือ ทางอันวิสุทธิ

...................

สำหรับความเป็นอยู่ประจำวัน เราไม่ค่อยจะสำเนียกหรือสำนึกรู้ความไม่เที่ยงเหล่านี้ ท่านว่าเป็นเพราะมี สันตติ เป็นตัวบดบังไว้...

สันตติ แปลว่า ความสืบเนือง ความสืบต่อ หรือความต่อเนือง... ดังเช่น ใจของเราจะคิดอยู่ตลอดเวลา คิดเรื่องนี้แล้วก็คิดเรื่องนั้น เรื่องโน้น และเรื่องนู้น... ความลื่นไหลของความคิดเหล่านี้ ต่อเนื่องกันไป... นั่นแหละ เรียกว่า สันตติ ซึ่งปกปิดมิให้เราสำเนียกรู้ว่า ความคิดของเรานั้น ไม่เที่ยง.....

คนใกล้ชิดของเรา เช่น พ่อแม่ ลูกหลาน สามีภรรยา หรือเพื่อนสนิท ฯลฯ ซึ่งอยู่ร่วมกับเรา เราเห็นอยู่ทุกวัน ซึ่งปกติเราจะเห็นว่าเขาเหล่านั้น เป็นคนเดิม เหมือนเดิม นั่นเป็นเพราะ สันตติ บดบังไว้... อันที่จริง คนใกล้ชิดเราเหล่านั้น ล้วนแก่ขึ้นทุกๆ ขณะ อีกทั้งความคิดความเห็นของพวกเขาก็เปลี่ยนแปลงไปทุกๆ วันเช่นเดียวกัน.... ถ้าเราสำเนียงรู้อยู่เสมอว่า คนใกล้ชิดของเราทั้งหมด ไม่เที่ยง ก็ถือว่าเป็นแนวทางแห่งความวิสุทธ

นอกจากนั้น สิ่งอื่นๆ ที่เป็นสังขารทั้งหมดก็เช่นเดียวกัน ล้วนมีความไม่เที่ยงเช่นเดียวกัน... บ้านเรือนหรือห้องที่เราอาศัยอยู่ก็เปลี่ยนแปลงไปทุกวัน แม้แต่คอมพิวเตอร์ที่เราใช้สอยอยู่ในขณะนี้ก็ย่อมไม่เที่ยงเช่นเดียวกัน... บ้านเรือนหรือเครื่องคอมพิวเตอร์ก็ตาม ถ้ายังใช้สอยได้อย่างปกติ เ้ราก็ไม่สำนึกรู้ความไม่เที่ยงของมัน แต่เมื่อมันเริ่มชำรุด ไม่สามารถตอบสนองดังปกติได้ เราก็จะเริ่มสำเนียกว่ามันไม่เที่ยง นั่นคือ ความที่มันใช้ได้อย่างปกตินั่นเอง เรียกว่า สันตติ

ดังนั้น สันตติ จึงบดบัง อนิจจัง หรือ อนิจจา ความไม่เที่ยงไว้โดยประการฉะนี้

................

อนึ่ง ความไม่เที่ยง ความไม่แน่นอน ความไม่คงเดิม นี้ เป็นการแปลความหมายตรงตัว...

อีกความหมายหนึ่ง อนิจจัง คือ ความเปลี่ยนแปลง นั่นเอง นั่นก็คือ สังขารทั้งหลายมีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา แต่ด้วยอำนาจความลื่นไหลต่อเนืองไปเรื่อยๆ (สันตติ) ทำให้เราสำคัญผิดว่าสิ่งนั้น เที่ยง ไม่เปลี่ยนแปลง หรือมั่นคง ... ทำนองนี้

นอกจากจะ ไม่เที่ยง แล้ว ก็ยัง เป็นทุกข์ อีกด้วย ซึ่งผู้เขียนจะนำมาเล่าในตอนต่อไป....