มาร่วมกันจรรโลงคุณค่าแห่งวัฒนธรรมที่ดีของชาติไทยเอาไว้ ถึงแม้ว่าจะมีความยุ่งยาก สลับซับซ้อนอยู่บ้าง ก็คงไม่ใช่ปัญหาใหญ่โตแต่อย่างใด เพราะคนรุ่นเก่า ๆ เขาถือปฏิบัติกันอย่างต่อเนื่องมานาน

 

ถ่ายทอดภูมิปัญญา

สอนทำขวัญนาค

สู่เยาวชน เพื่อการอนุรักษ์

ชำเลือง  มณีวงษ์

(ผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม ราชมงคลสรรเสริญ 2547)

           พิธีทำขวัญนาค เป็นการประกอบพิธีพราหมณ์ โดยผู้ที่รู้คัมภีร์ทางศาสนะ  เป็นผู้ที่มีจิตใจสะอาดบริสุทธิ์ และเป็นผู้ที่อยู่ในวัยตอนปลาย (ปัจฉิมวัย) หรือผู้สูงอายุ และเป็นที่นับหน้าถือตา เป็นที่เคารพและศรัทธาของชาวบ้านในละแวกนั้น ๆ แต่เดิมผู้ที่ประกอบพิธีทำขวัญนาคมักจะเป็นผู้เฒ่าผู้แก่ที่เป็นเสาหลักของชุมชนหรือหมู่บ้านนั้น ๆ ใครมีเรื่องทุกข์ร้อนใด ๆ ก็ไปหา รวมทั้งเมื่อเจ็บไข้ได้ป่วย มีงานสำคัญก็มักจะไปปรึกษาหาฤกษ์ยาม เรียกว่าเป็นผู้ทรงไว้ซึ่งภูมิปัญญา (ปราชญ์ชาวบ้าน)

           

           ผมได้รับมรดกทางปัญญาพิธีทำขวัญนาคมาจากพ่อคุณวัน  มีชนะ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2513 ซึ่งในความเป็นจริงผมท่องจำบทร้องทำขวัญนาคได้ในบางบทตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นประถามศึกษาปีที่ 5-7 แล้ว เพราะว่าที่บ้านมีพ่อคุณหรือคุณตา ท่านเป็นหมอกลางบ้านหลายคน ก็ได้ซึมซับมาโดยการสั่งสมความรู้ แต่มาฝึกหัดอย่างจริงจังเมื่อพ่อคุณวัน มีชนะท่านเรียกหลาน ๆ  9 คนไปฝึกกัดและรับพิธีทำขวัญนาคต่อจากท่าน (ยกพิธีการทำขวัญนาคให้หลาน) เมื่อเวลาผ่านไปนานพอสมควร  วันนี้ผมมีอายุใกล้ 60 ปีแล้ว สุขภาพเริ่มทรุดโทรมลงไป ผมมองเห็นคุณค่าของประเพณีที่ดีงามนี้อย่างศรัทธา จึงถ่ายทอดความรู้พิธีการทำขวัญนาคไปยังลูกศิษย์ที่สนใจ 

          เริ่มต้นด้วยการฝึกหัดเด็ก 2 คนท่าเป็นแม่เพลงในวงเพลงอีแซว สายเลือดสุพรรณฯ ก่อน คือ อิม กับ ยุ้ย จนเขาทั้ง 2 คน สามารถไปร่วมงานกับผมได้ทุกครั้งที่ท่านเจ้าภาพมีเจตนาที่จะให้การสนับสนุน บางครั้งก็ต้องเดินทางไปไกล ๆ อย่างเช่นไปที่หมู่บ้านชายทะเล สัตหีบ จังหวัดชลบุรี ไปที่หมู่บ้านในเมือง จังหวัดชุมพร ไปที่ถนนลาดพร้าว ซอย 72 กรุงเทพฯ และอีกหลาย ๆ สถานที่ ในส่วนของการเรียนรู้ ผมถือว่านี่คือประสบการณ์ตรงที่เด็ก ๆ จะได้รับจากการเข้าไปอยู่ท่ามกลางกลิ่นไอของวัฒนธรรมไทยที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน 

          วันนี้ผมมีลูกศิษย์ที่ฝึกวิธีการร้อง พูด ประกอบพิธีทำขวัญนาคเอาไว้จำนวน 5 คน คือ

          1.  นางสาวหทัยกาญจน์  เมืองมูล  ม.6/1  ฝึกหัดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547

          2.  นางสาวรัตนา  ผัดแสน            ม.6/2  ฝึกหัดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547

          3. เด็กชายธีระพงษ์  พูลเกิด         ม.3/6  ฝึกหัดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549

          4. เด็กหญิงภาธิณี  นาคกลิ่นกุล     ม.3/1  เริ่มฝึกหัดในปี พ.ศ. 2550

          5. เด็กชายจักรกฤษณ์  ศุภสุข       ม.1/4  เริ่มฝึกหัดในปี พ.ศ. 2550 

              

               นอกจากนี้ ยังมีบุคคลภายนอก ที่มิได้เป็นนักเรียนที่ผมสอนมาขอหัดวิธีการทำขวัญนาคไปก็หลายคน บางคนก็มาขอบทเพลง บทร้องเอาไปท่อง มีทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ผมอาจจะลืม ๆ ไปบ้างเพราะมีมาหัดกันหลายคน) แต่บางท่านอาจไม่ทราบว่า คนภูมิปัญญาในยุคปัจจุบันนี้ผิดกว่าเมื่อตอนยุคก่อน ๆ ที่เขามักจะหวงวิชากัน  แต่สำหรับผมแล้ว ยินดีที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ผมมีอยู่ให้กับผู้ที่สนใจ ผุ้ที่มีความรักและศรัทธาเช่นเดียวกับผม ได้เก็บเอาเรื่องราวของวัฒนธรรมไทยที่ผมมีอยู่สืบต่อกันไปได้อีกช่วงอายุคน ผมถือว่า มาช่วยกันเก็บของเก่า เพราะถ้าหากไม่มีคนรุ่นใหม่ ๆ มาฝึกหัดให้เป็นจริง ๆ เอาไว้ ต่อไปอีกไม่นาน พิธีทำขวัญนาคกันอย่างถูกต้องก็จะหาดูไม่ได้ (ประยุกต์ได้แต่ควรที่จะรักษาเอกลักษณ์เดิมไว้บ้าง) พิธีการทำขวัญนาคที่ถูกต้องจริง ๆ ที่คนเก่า ๆ แก่ ๆ เขารับมรดกจากการครอบครูกันมาก็นับวันแต่จะจางหายไป ในความเป็นจริงเรายังเห็นหมอขวัญอีกมากมาย ที่มีลีลาลูกเล่นแพรวพราว  แต่ในความแพรวพราวเหล้านั้น หาแก่นแท้ ที่เกิดประโยชน์ได้มากน้อยแค่ไหน เพียงใด  มีเพลงที่ผมเขียนขึ้นมาด้วยตนเองหลายต่อหลายเพลง ที่ถูกผู้อื่นนำเอาไปร้อง โดยที่ผู้นั้นไม่มีมาขอไปจากผมเลย  ต่อเมื่อผมซึ่งเป็นเจ้าของเพลงตัวจริงไปได้ยินจึงได้รู้ว่า อ๋อนั่นมันเพลงของเรานี่นา เช่น เพลงลาครู (ตอนวางพานกำนล) 

         เมื่อลูกวาง พานกำนล           พ้นจากมือ (ดนตรีรับ)

     กราบไหว้คุณครู ที่ลูกนับถือ    เคยฝึกปรือ ร่ำเรียนมา (ดนตรีรับ)

     ขอเชิญคุณครู  ได้มาคุ้มครอง ปกป้องศิษย์ (ดนตรีรับ)

     จะนึกจะคิดในสิ่งใด ๆ            คิดได้ สมปรารถนา (ดนตรีรับ)

     ระลึกถึงบุญคุณ                   ครูเคย หนุนนำ (ดนตรีรับ)

     ามเช้าสาย บ่ายค่ำ             เคยพรอดพร่ำ จำนรรจา (ดนตรีรับ)

     ตราบสิ้นชีวิต  ลูกศิษย์ไม่ลืม  บุญคุณ ของครู (ดนตรีรับ)

     ครูเคยสั่งสอน ให้ลูกรู้           บุญคุณ ของครูบา (ดนตรีรับ)  

         

          เนื่องจากบทร้องในพิธีทำขวัญนาคแบ่งออกเป็นตอน ๆ ตามแบบฉบับครุที่ยึดถือกันมานาน ไม่ว่าจะเป็นหมอขวัญคนใดที่ไหนจะมีเค้าโครงคล้าย ๆ กันตั้งแต่ตอนเริ่มต้นจนถึงสุดท้าย รวมทั้งพิธีการเวียนเทียนเบิกบายศรี ยกเว้นมนต์คาถาที่นำเอามาร่าย อาจจะมีผิดแผกกันไปบ้าง ตามแต่ที่ครูของแต่ละท่านจะให้มา เมื่อผมจับจุดนี้ได้ จึงนำเอาบทร้องที่เป็นจุดเด่น ๆ มาแทรกเข้าไว้ เสริมด้วยการด้นกลอนสดในทุก ๆ ลีลาผสมผสานกับบทร้องฉบับครู ได้แก่

      1.  เพลงแหล่ สำหรับเดินเรื่อง บอกสาระที่สำคัญให้นาค (ผู้ที่จะบวช) ได้รับรู้เรื่องราว

      2.  เพลงรานิเกลิง (ลิเก) ย้ำในประเด็นหลัก ๆ สำคัญ ๆ เพราะจังหวะช้าชัดถ้อยชัดคำดี

      3. เพลงไทย (เพลงไทยเดิม) ร้องคั่นจังหวะการเดินเนื้อเรื่อง และแปลความเพิ่มเติม

      4. ทำนองเสนาะ (ธรรมวัตร) ร้องนำเรื่องในแต่ละตอน เนื่องจากต้องบทมีคาถานำด้วย

      5.  เพลงประยุกต์ ไทยและไทยลูกทุ่ง ตอนกล่อมนาคและร้องลา 

              ผู้ใดมีความสนใจที่จะฝึกหัดพิธีการนี้ ผมยินดีสอนทำขวัญนาคให้ ยินดีที่จะถ่ายทอดพิธีการทำขวัญนาคไปสู่คนรุ่นหลัง ๆ อย่างเต็มที่ และด้วยความเต็มใจ โดยที่ไม่ต้องเสียค่าจ้างรางวัลใด ๆ ทั้งสิ้น หากเป็นนักเรียนที่ต้องการเรียนรู้อาจจะรวมตัวกันไปที่โรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 1 ได้โดยมีหนังสือประสานงานไปยังโรงเรียนก่อน เพื่อที่จะได้จัดเวลาให้ ส่วนเยาวชนและประชาชนที่สนใจ ผมยินดีถ่ายทอดความรู้โดยการสอนทำขวัญนาคให้กับกลุ่มสนใจทุกกลุ่ม ในขณะที่ผมยังมีกำลังในการเป็นต้นแบบได้ ทั้งที่โรงเรียน (ในชั่วโมงที่ว่างจาการสอน) และที่บ้านในวันหยุดราชการ เพื่อเรียนรู้ภูมิปัญญา ทำขวัญนาคตามแบบฉบับและสร้างสรรค์คำร้องให้ออกมาแบบด้นสด ๆ อย่างฉับพลัน

          

          มาร่วมกันจรรโลงคุณค่าแห่งวัฒนธรรมที่ดีของชาติไทยเอาไว้ ถึงแม้ว่าจะมีความยุ่งยาก สลับซับซ้อนอยู่บ้าง ก็คงไม่ใช่ปัญหาใหญ่โตแต่อย่างใด  เพราะคนรุ่นเก่า ๆ เขาถือปฏิบัติกันมาอย่างต่อเนื่องมานาน ส่วนวัฒนธรรมที่มีการเปลี่ยนแปลงไป เป็นไปตามกระแสของสังคมที่เราไม่อาจจะไปหยุดยั้งได้ เพียงแต่มุมมอง  คิดหาจุดยืนที่เป็นหลัก ได้ประโยชน์ คุ้มค่า เกิดความภาคภูมิใจ ได้สติ เกิดศรัทธาในตัวเราอย่างเต็มที่ก็พอใจแล้ว 

นายชำเลือง มณีวงษ์ 413 หมู่ที่ 3 ตำบลดอนเจดีย์ อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี 72170 

          โทร.035-591271, 084-976-3799 และ 084-097-1661      

          Email: [email protected]