ผักปลอดสารพิษ

วิสาหกิจชุมชน ฟาร์มผักสดบ้านใหม่นิคม <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" align="left">ตั้งอยู่บ้านเลขที่  368/1  ม.7  ต.ขุนทะเล  อ.เมือง  จ.สุราษฎร์ธานี </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" align="left"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" align="left">ความเป็นมา             
บ้านใหม่นิคม เป็นหมู่บ้านที่มีสภาพเป็นที่ลุ่ม เมื่อมีฝนตกชุกทำให้มีน้ำท่วมขัง และในฤดูแล้งน้ำที่ใช้ทำการเกษตรมีปริมาณน้อย พื้นดินที่ใช้ปลูกผักจึงมีสภาพไม่เหมาะสม เกษตรกรในหมู่บ้านต้องซื้อผักจากที่อื่นมาบริโภค ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผักที่ใช้สารเคมีในการกำจัดศัตรูพืช ทำให้ไม่มีความปลอดภัยต่อสุขภาพของร่างกาย ประกอบกับทางศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดสุราษฎร์ธานี  เปิดการอบรมการปลูกผักโดยไม่ใช้ดิน หรือที่เรียกว่า
ไฮโดรโพนิกส์  โดยใช้วัสดุแทนดินซึ่งให้อาหารพืชโดยใช้ระบบน้ำหมุนเวียนและกางมุ้ง  เพื่อป้องกันแมลงศัตรูพืช  นายสมหมาย  สิงหนาท  ซึ่งเป็นเกษตรกรหัวก้าวหน้าเกิดความสนใจเข้าร่วมอบรมแล้วนำมาประกอบอาชีพเป็นอาชีพเสริม   จนเห็นผลเป็นที่น่าพอใจ จึงริเริ่มจัดตั้งเป็นกลุ่มปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษในหมู่บ้าน  เพื่อให้สมาชิกในหมู่บ้านและเกษตรกรทั่วไปได้บริโภคผักที่สด  สะอาด  ถูกหลักอนามัย มีความปลอดภัยไม่มีสารพิษตกค้างและเป็นการสร้างอาชีพเสริมเพิ่มรายได้แก่สมาชิกในหมู่บ้านอีกด้วย  โดยมีสมาชิกกลุ่ม จำนวน 15 คน ยื่นจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน และได้รับการจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชน  โดยใช้ชื่อ “กลุ่มวิสาหกิจชุมชนฟาร์มผักสดบ้านใหม่นิคม”  เมื่อวันที่  30  มกราคม  2549  โดยทางกลุ่มฯ ได้ดำเนินการปลูก ผักคะน้า  ผักกวางตุ้ง  ผักกาดขาว  ผักกาดหอม  ผักบุ้ง และผักสลัด  การดำเนินการปลูกผักจะมีโต๊ะปลูกผัก  ทั้งหมด  14  โต๊ะ  มีโต๊ะปลูกขนาด 1.50 x 4.50 เมตร  จำนวน 4 โต๊ะ  และโต๊ะขนาด 1.20 x 2.40 เมตร   จำนวน 10 โต๊ะ และการจำหน่ายจะจำหน่ายตรงต่อผู้บริโภค</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" align="left"><div style="text-align: center"></div> </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" align="left"> โดยจำหน่ายที่กลุ่ม  ตลาดนัด  และถนนคนเดิน  ทุกวันเสาร์  รวมถึงการออกร้านตามงานเทศกาลต่างๆ  จำหน่ายในราคากิโลกรัมละ  50  บาท  โดยจะแพ็คใส่ถุงพลาสติกใสมีตราสัญลักษณ์การรับรองสินค้าเกษตรและอาหาร (ตัว Q) รหัสรับรอง กษ. 030239168940500 เมื่อวันที่  3  เมษายน  2549  จากกรมวิชาการเกษตร  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำหรับการบริหารจัดการกลุ่มมีการแบ่งหน้าที่ในรูปของคณะกรรมการ ซึ่งจะมีคณะกรรมการกลุ่ม  จำนวน  8  คน  กรรมการฝ่ายการตลาด   4  คน  ฝ่ายช่างเทคนิค  2  คน  ฝ่ายตรวจสอบ  1  คน  และมีที่ปรึกษา จำนวน  6  คน  และทางกลุ่มได้รับการ        คัดเลือกให้เป็นวิสาหกิจชุมชนต้นแบบ ซึ่งปัจจัยแห่งความสำเร็จของกลุ่มก็คือ สมาชิกกลุ่มและชุมชนที่มีความคิดร่วมกันที่จะทำงานเป็นกลุ่มสร้างเครือข่ายกลุ่มผู้ผลิตเพื่อแก้ปัญหาร่วมกันสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และเป็นที่รู้จักของเกษตรกรทั่วไป เป็นแปลงเรียนรู้ให้แก่ผู้สนใจ สำหรับข้อเสนอแนะต่อส่วนรวมในอนาคต  อยากให้มองถึง ระยะยาว อยากให้ทำเป็นธุรกิจซึ่งนับว่าคุ้มค่า เพราะเป็นการลงทุนครั้งเดียวอยู่ได้นาน เพราะเมื่อเปรียบเทียบกับการปลูกผักโดยใช้ดินแล้ว การปลูกผักโดยวิธีใช้น้ำไม่ใช้ดิน  น่าจะเหมาะกับสภาพพื้นที่บริเวณบ้านมากกว่า ประกอบกับตลาดยังมีความต้องการสูง เนื่องจากขณะนี้ผลิตได้ไม่เต็มที่ ส่งขายได้ระดับหนึ่งเท่านั้น</p>