คำสาบจมเรือไททานิค


         

              คำเล่าลือถึงสาเหตุของความหายนะของเรือไททานิค ซึ่งเชื่อกันว่าเป็น

"เรือที่ไม่มีวันจม"  กลับล่มเสียตั้งแต่ในเที่ยวแรกอย่างไม่น่าเป็นไปได้   น่าจะมาจากอาถรรพ์

ที่เรือไททานิคได้ลักลอบบรรทุก   สิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งมาด้วย    สิ่งนั้นคือ...มัมมี่ 

       ...มัมมี่ของเจ้าหญิงไอยคุปต์โบราณ "อาเมน-รา" ที่เต็มไปด้วยอาถรรพณ์                 

 

             เป็นเรื่องลึกลับที่ไม่น่าเชื่อ ....       เรื่องนี้เกิดขึ้นในปี ค.ศ.1920

             เมื่อ  นักโบราณคดีชาวอเมริกันเดินทางไปพบกับนักอียิปต์

วิทยาชาวอังกฤษชื่อ มอร์เรย์ ที่บ้านพักในกรุงไคโร  ประเทศอียิปต์

จุดประสงค์ของเขามีเพียง ต้องการติดต่อขายสินค้าชิ้นหนึ่งให้กับ  

 เมอร์เรย์   และสินค้าที่ว่านี้คือหีบ  พระศพของเจ้าหญิงไอยคุปต์

โบราณ    องค์หนึ่งซึ่งก็คือ   เจ้าหญิง "อาเมน-รา" 

 

           นักโบราณคดีชาวอเมริกันคนนี้ ดูซูบซีดเหมือนขี้ยา  แต่งเนื้อ

แต่งตัวสกปรก  เมอร์เรย์  ก็เลยไม่ค่อยศรัทธาใน "สินค้า" ที่ได้รับการ 

เสนอขาย แต่ก็เอ่ยปากขอดู "สินค้า" ก่อนจะตัดสินใจ  

 

         ทันทีที่เมอร์เรย์เห็นหีบพระศพเคลือบด้วยทองคำเหลืองอร่าม

 ตระการตาเข้าเท่านั้น  เขาก็ถึงกับอ้าปากค้าง  ไม่คาดคิดว่าจะพบสิ่งมี

ค่ามหาศาลเช่นนี้ ต่อหน้าต่อตา   นักโบราณคดีอเมริกันเล่าว่าหีบพระ

ศพใบนี้ ค้นพบที่วิหารอะมอนรา ในธีบีส   ซึ่งเป็นบริเวณที่เก็บพระศพ

ของบรรดาเจ้าหญิงอียิปต์โบราณมากมาย สำหรับโลงพระศพที่อยู่ต่อ

หน้า เมอร์เรย์  คาดว่าน่าจะมีอายุประมาณ 1,600 ปีก่อนคริสตศักราช      

               "ตกลง ผมรับซื้อ" เมอร์เรย์กล่าว   

            "แต่มันมีอาถรรพณ์หน่อยนะ เพราะมีคำสาปแช่งจารึกไว้ด้วย"    นักโบราณคดีอเมริกันบอกกับเมอร์เรย์

         “ไม่เป็นไร ผมไม่เชื่อเรื่องพรรค์นี้หรอก”  เมอร์เรย์กล่าว   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">            </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">              เมอร์เรย์ไม่เสียดายเงินก้อนใหญ่ที่เขาจ่ายให้นักโบราณคดีผู้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">  นั้นแม้แต่น้อยเลย    ด้วยว่ามูลค่าของหีบพระศพที่เขาได้มามีค่า</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">มากกว่ามากนัก    แม้คำสาปแช่งที่นักโบราณคดีอเมริกาบันทึกไว้ให้ก็</p>ไม่ทำให้เขาสะดุ้งสะเทือน   คำสาปแช่งนั้นมีความว่า  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">        "มันผู้ใดบังอาจรบกวนสถานที่ซึ่งเป็นที่ร่างของข้าได้สถาปนาไว้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">ในอาณาจักรแห่งลุ่มน้ำไนล์ มันผู้นั้นจะต้องพบกับภัยพิบัติอันน่าสยด</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">สยองทุกวัน มันต้องตายทุกคน"</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt; tab-stops: 258.75pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt; tab-stops: 258.75pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt; tab-stops: 258.75pt" class="MsoNormal">           เมอร์เรย์ไม่เชื่อเรื่องคำสาป   เขานำหีบพระศพของเจ้าหญิง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt; tab-stops: 258.75pt" class="MsoNormal">โบราณไปให้ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโบราณคดีในกรุงไคโรอีกหลายท่าน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt; tab-stops: 258.75pt" class="MsoNormal">พิสูจน์ว่า เป็นหีบพระศพสมัยไหน?   ของเจ้าหญิงองค์ใด? แม้ว่าคำ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt; tab-stops: 258.75pt" class="MsoNormal">ตอบที่เขาได้รับจะไม่สามารถสรุปได้แน่ชัด  แต่กลับมีคำชมว่าเขามี</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt; tab-stops: 258.75pt" class="MsoNormal">สายตาเฉียบคม สามารถซื้อหีบพระศพโบราณได้ในราคาที่นับว่าถูก</p>มากเมื่อเทียบกับมูลค่าที่แท้จริง   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">        </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">            หลังจากนั้นได้มีข่าวๆ หนึ่งแทรกเข้ามารบกวนความรู้สึกของ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">เขาไม่น้อย นั่นคือ  นักโบราณคดีอเมริกันที่เพิ่งขายหีบพระศพใบนี้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">ให้  ได้เสียชีวิตอย่างลึกลับ…! หลังจากที่รับเช็คเงินสดจากเขาไปได้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">ไม่กี่ชั่วโมง    หรือว่าคำสาปจะเป็นจริง?     </p><p>       เมอร์เรย์ ไม่เชื่อว่าจะมีความเร้นลับอะไรในศตวรรษที่ 20 ได้อีก   สิ่งที่เขาต้องรีบกระทำขณะนี้ คือ การส่งหีบพระศพไปเก็บไว้ที่</p>บ้านในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">      </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">           สมัยนั้นไม่มีการขนส่งใดดีกว่าทางเรือ เมอร์เรย์ จึงติดต่อว่า</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">จ้างให้บริษัทเดินเรือมาจัดการขนหีบห่อที่เขาจัดการบรรจุไว้เรียบร้อย</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">ไปขึ้นเรือก่อนการเดินทาง    แต่ว่าสามวันหลังจากนั้น  ก็มีเหตุเกิดขึ้น</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">เมื่อเขาออกไปซ้อมยิงปืนทางตอนเหนือของแม่น้ำไนล์ จู่ๆ ปืนเกิด</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">ระเบิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ  ถูกเข้าที่แขนของเมอร์เรย์เป็นแผล</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">เหวอะหวะ แพทย์ต้องตัดแขนเขาทิ้งตั้งแต่ข้อศอกลงไป   เมอร์เรย์   </p><p>กลายเป็นคนพิการอย่างที่ไม่น่าจะเป็น ด้วยสาเหตุบังเอิญที่น่าพิศวงยิ่ง             </p><p></p><p>                อุบัติเหตุคราวนี้ทำให้ต้องปล่อยหีบพระศพเดินทางไปล่วงหน้า   ส่วนตัวเขาจำเป็นต้องอยู่พักฟื้นในอียิปต์สักพักจนแน่ใจว่าอาการไม่กำเริบแน่ จึงค่อยตามไปภายหลัง     </p><p>           หลังจากนั้น เมื่อบาดแผลค่อยยังชั่ว เมอร์เรย์ ก็รีบเดินทางไปอังกฤษทันที  แต่ระหว่างการเดินทางอยู่ในเรือ ปรากฏว่าเพื่อนของเขาที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขนส่งหีบพระศพ 2 คน  และหญิงรับใช้ชาวอียิปต์ของเขาอีก 1 คน จู่ๆ ก็พร้อมใจกันตายโดยไม่ทราบสาเหตุ     </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">           </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">              พอไปถึงอังกฤษ เมอร์เรย์ ก็รีบจัดการนำหีบพระศพออกจาก</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">โกดังท่าเรือกลับบ้าน   เมื่อถึงที่บ้านเมอร์เรย์  ตัดสินใจเปิดหีบออกดู</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">พระศพ   ทันทีที่ฝาโลงเปิดออกเผยให้เห็นมัมมี่ของเจ้าหญิงเท่านั้น    </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">เมอร์เรย์ ถึงกับผงะก็มัมมี่ของเจ้าหญิงที่เขาเห็นเวลานี้ แตกต่างไป</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">จากที่เคยเห็นซะแล้ว มันดูเหมือน   ใบหน้าของคนยังมีชีวิตอยู่จริง </p>กำลังจ้องมองเขาเขม็งด้วยแววตาอาฆาตแค้น <p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">       </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">                คราวนี้ เมอร์เรย์  ปักใจเชื่อว่าคำสาปมีจริงเต็มร้อย   เขาคิด</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">ว่าสิ่งที่นักโบราณคดีอเมริกันเตือน เริ่มสำแดงเดชให้ประจักษ์    ความ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal"> หวาดกลัวพุ่งเข้าจับขั้วหัวใจ   เขาต้องคิดหาวิธีใดวิธีหนึ่งที่จะนำหีบ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">พระศพไปให้พ้นตัว  แต่ใครล่ะจะมาเป็นผู้รับเคราะห์แทน  ในที่สุด ก็</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">มีเพื่อนหญิงที่เคยร่วมชั้นเรียน สนิทสนมกับเขามาตั้งแต่เด็ก ยินยอม</p>รับเอาหีบพระศพไปเก็บไว้    <p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">           เพื่อนหญิง ของ  เมอร์เรย์ ไม่ต้องรอนานเลย บรรดาคำสาปที่ติด</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">อยู่กับมัมมี่โบราณก็เริ่มแผลงฤทธิ์   เริ่มด้วยแม่ของเธอเสียชีวิตกระทัน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">หัน  แล้วเธอเอง ก็ถูกสามีทอดทิ้ง  แล้วต่อมาก็ล้มป่วยด้วยโรค</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">ประหลาด  เรื่องร้ายๆ ที่เกิดขึ้นซ้อนๆ กันทำให้เธอรีบนำหีบพระศพ</p>มาคืนให้ เมอร์เรย์   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">             </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">                เมอร์เรย์  กลัวคำสาปมาก ไม่ต้องการเก็บหีบพระศพไว้เช่น</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">กัน จึงมอบต่อให้พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอังกฤษ   ทางพิพิธภัณฑ์รีบ</p>นำมาจัดแสดงทันที   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">             </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">                 โดยจัดสถานที่วางหีบพระศพให้เหมือนบรรยากาศอียิปต์</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">โบราณ   แล้วเปิดให้นักท่องเที่ยวซื้อบัตรเข้าชม   ไม่มีใครคาดว่า</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">เหตุการณ์สยองขวัญจะเกิดขึ้นจนได้   ขณะที่นักท่องเที่ยวคนหนึ่ง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">กำลังถ่ายภาพหีบพระศพอยู่นั้น เขาได้ล้มตึงชักดิ้นชักงอขาดใจตายคา</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">ที่โดยไม่มีท่าทีมาก่อน    นอกจากนี้นักอียิปต์วิทยาผู้แตะต้องหีบ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal"> พระศพเพื่อการจัดแสดง ก็นอนตายตาเหลือกอยู่บนเตียงในห้องนอน </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal"> คล้ายกับตกใจกลัวอะไรบางอย่างสุดขีดจนหัวใจวายกระทันหัน </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">หนังสือพิมพ์อังกฤษเอาข่าวนี้ไปตีพิมพ์ กลายเป็นข่าวดังทำให้</p>ประชาชนหวาดกลัว ไม่มีใครอยากเฉียดเข้าไปใกล้หีบพระศพเลย <p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">              </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">           ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอังกฤษ  จึง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">ตัดสินใจมอบหีบพระศพใบนี้ให้พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติกรุง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">นิวยอร์ค  สหรัฐอเมริกา    ซึ่งทางนิวยอร์คก็ยอมรับอย่างยินดี  โดยให้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">ทางอังกฤษจัดส่งโดยเรือที่ดีที่สุด ทันสมัยที่สุด และใหญ่ที่สุดในสมัย</p>นั้นคือ  เรือไททานิค    <p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">      </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">             เรือไททานิค เป็นเรือที่ถือกันว่า “ไม่มีวันจม”   และถือว่าเป็น</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">เรือที่หรูหราที่สุด    หากจะขนย้ายหีบพระศพไปกับเรืออย่างเปิดเผย  ก็</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">กลัวผู้คนจะแตกตื่น  เลยจำเป็นต้องกระทำอย่างเป็นความลับ ทางฝ่าย</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">ขนส่งจัดการบรรจุหีบพระศพใส่ลังอย่างดี   แล้วนำไปซ่อนไว้ใต้ท้อง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">เรือ  ไม่มีผู้โดยสารทราบเลยแม้แต่คนเดียวว่า  มีหีบพระศพอียิปต์</p>โบราณที่มีอาถรรพณ์ บรรทุกมากับเรือด้วย   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal"></p><p>                       ผู้รู้เรื่องนี้ดีก็คือ  บริษัทผู้จัดส่งเท่านั้น       เรือไททานิคเที่ยวแรกออกเดินทางจาก South Hamton มู่งสู่New York                </p><p>       กระทั่งถึงวันที่ 15 เมษายน ค.ศ.1912 ทั่วโลกก็ตะลึงงันกับข่าว “เรือไททานิคชนภูเขาน้ำแข็งอับปางลงกลางมหาสมุทรแอตแลนติค   มีผู้โดยสารเสียชีวิตถึง 1,498 คน”  </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt; tab-stops: 324.0pt" class="MsoNormal">            ไม่มีผู้ใดทราบแน่ชัดว่าเรือไททานิคที่มีอุปกรณ์เดินเรือทันสมัย    ทำไมถึงอับปางเร็วนัก   หรือทำไมถึงต้องพุ่งเข้าชนภูเขาน้ำแข็งเข้า</p>อย่างจัง   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">           </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">         แต่บริษัทผู้รับจ้างขนหีบพระศพและบริษัทประกันภัยเท่า</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">นั้นที่ทราบอยู่เต็มอกว่า   เหตุที่เรือไททานิคชนภูเขาน้ำแข็งจนมีผู้เสีย</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">ชีวิตมากมาย   เพราะคำสาปของเจ้าหญิงอียิปต์โบราณ “อาเมน-รา” </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">นั่นเอง   เรือไททานิคต้องคำสาป และถูกทำลายด้วยมนต์ตราโบราณ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">ายุนับพันปี   </p><p> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">             เจ้าหญิงองค์นี้คงต้องการที่อยู่ที่สงบ ปราศจากการรบกวน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">ของผู้คน เธอจึงเลือกท้องน้ำที่ลึกที่สุดซึ่งจนกระทั่งบัดนี้  ยังไม่มีการกู้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal">เรือมาได้เพราะความลึกของท้องน้ำทะเล</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt -27pt; text-indent: 27pt" class="MsoNormal"></p><p></p><p> </p><p> </p><p> </p><p> </p>

หมายเลขบันทึก: 145860เขียนเมื่อ 12 พฤศจิกายน 2007 15:44 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 18:32 น. ()สัญญาอนุญาต: จำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี
ClassStart Books
โครงการหนังสือจากคลาสสตาร์ท