คำเจรจาที่อกจากปากไปแล้ว ลูกธนูที่ยิงออกไปแล้ว กาลเวลาที่ผ่านไปแล้วและโอกาสที่เหมาะที่เราละเลย สี่อย่างนี้ไม่ย้อนคืน เหมือนกับบางสิ่งบางอย่างที่เราลืมทำมันไม่กลับย้อนนาอีกต้องเสียใจไปตลอดชีวิต...

  

            สิ่งที่ไม่หวนคืนมามีสี่ประการคือ คำเจรจาที่อกจากปากไปแล้ว ลูกธนูที่ยิงออกไปแล้ว กาลเวลาที่ผ่านไปแล้วและโอกาสที่เหมาะที่เราละเลย สี่อย่างนี้ไม่ย้อนคืน เหมือนกับบางสิ่งบางอย่างที่เราลืมทำมันไม่กลับย้อนนาอีกต้องเสียใจไปตลอดชีวิต...   

           พฤติกรรมวัยรุ่นในปัจจุบันที่เปลี่ยนไปจากเดิมก็เป็นเพราะผู้ใหญนั้นเอง บางอย่างเรียกกลับไม่ได้แล้วเหมือนเมื่อานที่ผ่านไปเอากลับมาไม่ได้... สังคมบ้านเราปัจจุบันเป็นสังคมกามารมณ์ เพราะเราทำวีซีดีลามกออกมาให้เด็กดู ส่งเมล์FWเกี่ยวกับเรื่องใต้สะดือให้กันดูนับเป็น ๕๐-๑๐๐ คนต่อหัวข้อ...  สังคมเป็นสังคมบริโภคนิยม เพราะเรากินเหล้ากินเบียร์กินอะไรที่ราคาแพงให้เด็กดู เช่นกินอาหารในร้านหรู เด็กก็อยากทำตาม ผู้ใหญ่ใช้มือถือ เด็กก็อยากมีโทรศัพท์ตั้งแต่อนุบาล....เพราะเราพากันโทรศัพท์ให้เด็กดู... ละครปัจจุบันก็มีส่วนให้เด็กเลียนแบบทั้งการตามเครื่องแต่งตัวและเครื่องใช้ของพระเอก...การดุด่า การริษยาตาร้อน การดุร้าย การกินเหล้า...สังคมเราเป็นสังคมพูดไม่สุภาพเพราะละครในทีวีใช้คำไม่สุภาพ มีคำโฮกฮาก เด็กจึงเป็นคนไม่ดีเพราะเลียนแบบจากทีวีมาทำคิดว่าโก้  เด็กทำตัวเป็นคนกากเดนเพราะเห็นข่าวการทำกากเดนแล้วอยากเลียนแบบ ที่จริงถ้าดูให้ดีมันไม่ใช่เด็กเป็นเอง แต่เพราะผู้ใหญ่นั่นเองทำให้เด็กเป็นเช่นนี้ เด็กเขากำลังดูเราทำอยู่แล้วเขาก็ทำตามหรือจะบอกว่า หหรือจะสอนเขาว่า "จงทำอย่างที่พ่อพูด แต่อย่าทำอย่างที่พ่อทำ" 

           วัยรุ่นถูกผู้ใหญ่เรานี่แหละทำมอมเมา เด็กของเราถูกยั่วยวน ถูกยั่วยุ ถูกยั่วโทสะ...  เด็กเกิดมาก็เป็นเหมือนผ้าขาว  เราผู้ใหญ่ที่ร่วมกันทั้งประเทศนี่แหละทำลายเด็ก...ทำให้ผ้าขาวเปื้อนจนยากจะซักออก พ่อแม่บางคนยังหาสีที่ซักไม่ออกมาย้อมให้ลูกสกปรกโดยการทำสิ่งชั่วให้ดู นั่งเล่นไพ่ให้ดู เล่นหวยใต้ดินให้ดู หรือเปิดร้านเกมมอมเมาเด็ก พอร้านเกมถูกพ่อแม่ร้องเรียนก็ทำเป็นปิดตรงเวลาได้สองอาทิตย์ก็ทำเหมือนเดิม  เด็กโดดเรียนไปเล่นเกมรานก็มีชั่วโมงแถม มีน้ำบริการมีอาหารขายให้ ไม่ต้องไปไหนมีที่จอดรถซ่อนผู้ปกครอง

            มีเรื่องเล่าว่า...มีเศรษฐีคนหนึ่งกินอาหารอวดชาวบ้าน ต่อมามีคนจนคนหนึ่งเห็นเศรษฐีกินอาหารดี หิวมากจึงวิ่งเข้าไปแย่งกิน เศรษฐีถามว่าทำไมจึงทำอย่างนี้เขาบอกว่าเพราะอยากทำอย่างท่านบ้างเพราะเกิดมาไม่เคยมีกิน เศรษฐีจึงได้ข้อคิดว่าถ้าเราทำให้คนดีคนจะเลียนแบบ ทาสตัณหาราคะมันมาจากผู้ใหญ่ทำให้เห็นทำให้ดู มันจึงเกิด (ซิม้า,เซม๊า = ใช่ไหม)

               ดังนั้น ความเป็นคนสุภาพ หรือไปลามาไหว้  รู้จักพอเพียง รู้ประหยัด ชอบสะอาด มารยาทดี  พ่อแม่ต้องเริ่มสร้างที่บ้าน อย่าโยนให้โรงเรียนหรือผู้อื่นหรือโยนกันไปมาทั้งบ้าน ศาสนาและโรงเรียน ความดีต้องปลูกที่พ่อ ก่อที่แม่ แก้ที่ครูอาจารย์ ยกจิตวิญญาณให้สูงด้วยศาสนาและพระสงฆ์ ดังคำที่หลวงปู่ชา สุภทฺโท วัดหนองป่าพง เทศน์สอนให้สติแก่ผู้ฟังเทศน์ไว้ว่า....  

          เธอจงระวังความคิดของเธอ เพราะความคิดของเธอจะกลายเป็นความประพฤติของเธอ เธอจงระวังความประพฤติของเธอ เพราะความประพฤติของเธอจะกลายเป็นความเคยชินของเธอ เธอจงระวังความเคยชินของเธอ เพราะความเคยชินของเธอจะกลายเป็นอุปนิสัยของเธอ  เธอจงระวังอุปนิสัยของเธอ เพราะอุปนิสัยของเธอจะกำหนดชะตากรรมของเธอชั่วชีวิตฯ

                 เด็กเพี้ยนเป็นแอบแบ้วเพราะเราพาเป็นหรือส่งเสริมดังนั้น เมื่อเขาทำไม่ถูกผู้ใหญ่ควรสอน มิใช่ส่งเสริม ทั้งคำพูดและการกระทำเช่นคำพูดที่น่าชัง...เช่น"ฮั้ย สัสดีแกร..มะได้เจ๊อกึนนานม๊ากกก คิดถึ่งซูดซู๊ดดด ไปกินค๊าวที้ซึ่หย่ามกึนเมะ เด๋วพี๊..ชายเราป้ะส่งแหละ" <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ความหมาย
"อ้าว สวัสดีแก ไม่ได้เจอกันนานมาก คิดถึงสุดๆ ไปกินข้าวที่สยามกันมั้ย เดี๋ยวพี่ชายเราไปส่งล่ะ" น่าเต๊ะเอามากๆ

          เราจึงควรทำสิ่งที่ดีต่อกันอย่าทะเลาะเบาะแว้ง อย่าขัดแย้งเหยียดหยัน จงรู้จักรักกัน อย่าผลุนผลันสะเพร่า เจ้าตัวใหญ่สายสวาท อย่าเกี้ยวกราดน้องๆ จงปกครองดูแล ให้เหมือนแม่เลี้ยงเจ้า..... </p>