การศึกษา

เป้าหมายสำคัญของการปฏิรูปการศึกษา จากสถานการณ์ในปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต การศึกษาถือเป็นเครื่องมือและปัจจัยสำคัญในการสร้างคุณภาพของคนในชาติให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ สังคมไทยจึงต้องเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ รู้ความเป็นไปของโลก รู้จักแข่งขัน  รู้จักที่จะร่วมมือกับนานาประเทศ และที่สำคัญต้องมีสมรรถภาพ มีวินัย มีคุณธรรมจริยธรรมที่ดีงาม ประชาชนมีความสุข ชุมชนมีความเข้มแข็ง  สังคมมีความสันติ  มีสมานฉันท์  การเมืองมีเสถียรภาพ และสิ่งแวดล้อมยั่งยืน การปฏิรูปการศึกษาจึงต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม และปลูกฝังจิตสำนึกที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเมือง การปกครองในระบอบประชาธิปไตย  อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  สนับสนุนการค้นคว้าวิจัยในศิลปวิทยาการต่างๆ  เร่งรัดพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาประเทศ พัฒนาวิชาชีพครู ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะ และวัฒนธรรมของชาติ การจัดการศึกษาของไทยที่ผ่านมา ถือได้ว่าประสบผลสำเร็จเป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่เหมาะสมและสอดคล้องกับภาวะการณ์ในปัจจุบันหรืออนาคตที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว จึงทำให้คุณภาพการจัดการศึกษาของไทยได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ อันนำมาสู่การปฏิรูปการศึกษา ซึ่งผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาทั้งหลายต่างเห็นพ้องต้องกัน  โดยให้เหตุผล ดังนี้ 1.  เพื่อพัฒนาคุณภาพของคนไทย พัฒนาคนไทยให้มีความรู้คู่คุณธรรม ตระหนักในคุณค่าของตนเอง ผู้อื่น และสรรพสิ่งทั้งหลาย รู้จักควบคุมตนเองให้ตั้งอยู่ในความดีงาม รับผิดชอบต่อหน้าที่ มีเหตุผล ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น เคารพกฎ กติกาของสังคม ขยัน ซื่อสัตย์ และเสียสละเพื่อส่วนร่วม มีความสามารถในการใช้ศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ 2.  เพื่อเพิ่มพูนความเข้มแข็งของสังคมไทย เพราะเมื่อสมาชิกของสังคมได้รับการพัฒนาความตระหนัก และมีจิตสำนึกร่วมกันในการเผชิญสถานการณ์และ แก้ปัญหาของส่วนรวมแล้ว คนทุกชุมชนย่อมพร้อมที่จะมีส่วนร่วม ทั้งร่วมคิด ร่วมทำงานอย่างไม่เห็นแก่ตัว ลดความขัดแย้ง มีการบริหารจัดการอย่างถูกต้อง รับผิดชอบร่วมกัน ซึ่งจะนำพาสังคมให้ก้าวหน้า 3.  เพื่อให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมการเรียนรู้ยุคโลกาภิวัตน์ เนื่องจากปัจจุบันเป็นยุคอิเล็กทรอนิกส์ ที่วิทยาการเจริญรุดหน้า ความรู้และสรรพวิทยาการเดินทางไปถึงที่ต่างๆ ด้วยความรวดเร็ว ข้อมูลและสาระความรู้ต่างๆ เกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ผู้เรียนทุกวัยจึงต้องมีโอกาสเรียนรู้จากแหล่งความรู้ที่มีอยู่รอบตัว และรู้จักสังเคราะห์ข้อมูลข่าวสารเหล่านั้นให้เกิดประโยชน์กับชีวิตของตน ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ 4.  เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน ครู พ่อแม่ ผู้ปกครอง และสังคมไทย การปฏิรูปการเรียนรู้จะเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการดำเนินการตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ..2542  ที่เป็นการเปิดแนวทางใหม่  ให้แก่ครู พ่อแม่ ชุมชน มีอิสระในการอบรมเลี้ยงดู ให้การศึกษา จัดหลักสูตรและการบริหารจัดการให้เกิดวัฒนธรรมการเรียนรู้ที่กลมกลืนกับท้องถิ่น มีความหลากหลายในการปฏิบัติ เป็นต้น 5.  เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมาย เนื่องจากการปฏิรูปการเรียนรู้ถือเป็นหัวใจของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ..2542 จึงเป็นภารกิจที่มีกฎหมายรองรับ ครูอาจารย์และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต้องถือปฏิบัติให้บรรลุผลสำเร็จตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ไม่ใช่นโยบายหรือแผนงานที่ใครจะทำหรือไม่ก็ได้ หรือเปลี่ยนแปลงได้ตามใจชอบเหมือนอดีตที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลและความจำเป็นดังกล่าวข้างต้น ผู้บริหาร ครูอาจารย์ และผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา จึงต้องทบทวนบทบาทของตนเองว่า การจัดการศึกษาที่กำลังดำเนินการอยู่นั้น มีคุณภาพเหมาะสม ถูกต้อง เพียงพอ สอดคล้องกับสภาพของสังคมไทย และสังคมโลกปัจจุบันมากน้อยเพียงไร ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจึงต้องร่วมใจกันปฏิรูปวัฒนธรรมการเรียนรู้ เพื่อให้เกิดผลตามวัตถุประสงค์ของการปฏิรูปการศึกษา <p> </p>