เป็นตัวอย่างให้ชาวกรมอนามัย และผู้ที่สนใจ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้

 

พี่ติ๊ก ... คุณสร้อยทอง เตชะเสน กองแผนงาน กรมอนามัยพี่ติ๊ก ... หนึ่งในผู้ร่วมทีม KM ได้สรุปประสบการณ์ ที่ได้ไปเป็นวิทยากรร่วมกันมาให้ ซึ่งอาจเป็นตัวอย่างให้ชาวกรมอนามัย และผู้ที่สนใจ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันนะคะ

... จากการได้มีโอกาสเข้าร่วมคณะวิทยากรฝึกอบรม facilitator and notetaker ของ ... กองอนามัยการเจริญพันธุ์ ... ศูนย์อนามัยที่ 2 สระบุรี ... โรงพยาบาลศรีธัญญา และ จังหวัดสมุทรสงคราม ได้ข้อสังเกตที่อยากจะร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ดังต่อไปนี้ค่ะ

  1. วิทยากรควรนำเข้าสู่การฝึกอบรม ด้วยการบรรยายสรุป เกี่ยวกับการจัดการความรู้  เช่น ความหมายของเค.เอ็ม., ความสำคัญ / ความจำเป็น / และประโยชน์ในการจัดการความรู้, กิจกรรมอะไรบ้างที่เรียกว่าการจัดการความรู้, รูปแบบการจัดการความรู้ที่จะทำในวันนี้ ต่างกับ เค.เอ็ม. ในรูปแบบอื่นๆ อย่างไร, คำศัพท์ที่จะใช้มีอะไรบ้าง นิยาม /คำแปล ฯลฯ ทั้งนี้เพื่อปูพื้นฐานผู้ฟังและปรับคลื่นความคิดให้ตรงกัน ภายหลังการบรรยาย ควรมีเวลาให้ซักถามเพิ่มเติม
  2. เอกสารแผ่นพับของ สคส. มีเนื้อหาที่กระชับอาจดัดแปลงและนำมาใช้ประกอบการบรรยายได้
  3. ควรแจ้งวัตถุประสงค์ของการฝึกอบรมเป็นการย้ำอีกครั้ง รวมถึงขั้นตอนการฝึกอบรมและผลที่วิทยากรคาดหวัง เพื่อให้ผู้เข้าอบรมรับทราบชัดเจนทั่วกัน และจะได้ตระหนักในบทบาทของตนว่ามาเพื่อเรียนรู้วิธีการและกลับไปทำได้ด้วยตนเอง ผู้เข้าอบรมจะได้ให้ความสำคัญกับการสังเกตเรียนรู้ขั้นตอน กระบวนการ เทคนิควิธีการการเป็น facilitator and notetaker มากกว่าจะมุ่งไปที่การแก้โจทย์ของ”หัวปลา” แต่ประการเดียว
  4. อธิบายความหมายของเรื่องที่จะคุยในกลุ่มให้เข้าใจตรงกัน พร้อมทั้งบทบาทของ Fa., Notetaker ผู้สังเกตการณ์และสมาชิกกลุ่มให้ทุกคนรับทราบพร้อมกัน คิดว่าไม่ควรแยกกลุ่มอธิบาย เพราะผู้เข้าอบรมควรเรียนรู้ไปพร้อมๆ กันในทุกเรื่อง ยกเว้นในกรณีที่ไม่ใช่การอบรม Fa. และ Notetaker แต่เป็นการสัมมนาโดยใช้กระบวนการจัดการความรู้จึงจะแยกชี้แจงผู้ทำหน้าที่เป็น Fa. และ Notetaker
  5. ในการเล่าเรื่อง และสรุปปัจจัยสำคัญ อาจใช้เทคนิคของ ศอ.4 ที่ให้ผู้ฟังทุกคนสรุป “เรื่องเล่านี้สอนให้รู้ว่า” โดยสรุปเป็นรายบุคคลเพื่อให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็นของตน ป้องกันการพูดคนเดียวของสมาชิกกลุ่มบางคนที่อาจมีสถานภาพทางสังคมสูงกว่า หรือ มีแนวโน้มชอบพูดไม่ชอบฟัง เป็นต้น
  6. วิทยากรควรอยู่ประจำกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งตั้งแต่เริ่มจนจบ และควรแนะนำตนกับกลุ่มว่าจะมาทำหน้าที่อะไรบ้าง ทั้งนี้เพื่อมิให้สมาชิกกลุ่มเกิดความรู้สึกไม่คุ้นเคยกับวิทยากรและอาจทำให้เข้าใจผิดไปว่า วิทยากรมาขัดจังหวะกิจกรรมกลุ่ม วิทยากรมาทำให้ Fa. รู้สึกอึดอัดหรือคิดว่าตนเองทำไม่ถูก ฯลฯ ซึ่งต้องย้อนกลับไปดูข้อ 3 อีกครั้ง ว่ามีการชี้แจงชัดเจนหรือไม่
  7. ควรมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หรือ feedback วิทยากรบ้าง ว่าสมควรปฏิบัติตน/ไม่ปฏิบัติตนอย่างไร ข้อนี้จะทำได้อย่างไรคะ?
  8. ได้เทคนิคใหม่ที่เป็นนวตกรรมของคุณหมอนันทา ได้แก่
  • แบ่งกลุ่มผู้เข้าอบรมสรุป สิ่งที่ควรทำ และสิ่งที่ไม่ควรทำ ของ Facilitator, notetaker, group member
  • แบ่งกลุ่มผู้เข้าประชุมระดมความคิดเพื่อสรุป “ค่านิยม“ ของผู้เกี่ยวข้องในงาน เช่น ค่านิยมของ ผู้บริโภค ผู้ผลิต และ เจ้าหน้าที่ ในงานโครงการอาหารปลอดภัย ผลไม้ปลอดพิษ ของจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งสิ่งที่ได้จะเป็นข้อมูลเตือนใจเวลาจัดทำแผนปฏิบัติการที่จะต้องมองทุกมิติของผู้เกี่ยวข้อง ...