การปฏิรูปการศึกษา

ข่าวการศึกษา

บทความเรื่อง การปฏิรูปการศึกษาและการประกันคุณภาพการศึกษา

  การปฏิรูปการศึกษาและการประกันคุณภาพการศึกษา

 

 

บทบาทของพ่อแม่กับการพัฒนาการศึกษาของลูก

          บทบาทของพ่อแม่กับการพัฒนาการศึกษาของลูกนั้น ดร.เจือจันทร์ จงสถิตอยู่ กรรมการบริหาร สปศ. ได้กล่าวถึงปัจจัย 2 ประการที่จะมีส่วนช่วยในการกระตุ้นและส่งเสริมให้การเข้ามามีส่วนร่วมทางการศึกษาของพ่อแม่ผู้ปกครอง มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง ดังนี้

          1. การเข้าไปมีส่วนร่วมเป็น "กรรมการสถานศึกษา" โดยความร่วมมือกันของพ่อแม่ ผู้ปกครอง ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้แทนชุมชน รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิในท้องถิ่นให้เข้ามาเป็นกรรมการร่วมกันในการสร้างนโยบายต่างๆ เพื่อสนับสนุนรูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนแบบใหม่ตามที่ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติได้กำหนดไว้

 



          2. ผู้ปกครองและครูต้องรู้ถึงสิทธิและบทบาทหน้าที่ของตนเอง อย่าก้าวก่ายในหน้าที่ของแต่ละฝ่าย พ่อแม่ต้องเข้าใจบทบาทของตนเองว่าจะให้ความร่วมมือกับโรงเรียนอย่างไรเพื่อให้ลูกเกิดการเรียนรู้และความคิดสร้างสรรค์ ส่วนครูก็ต้องเข้าใจพ่อแม่ ผู้ปกครอง เข้าใจเด็กนักเรียนและเปิดทางให้เกิดความร่วมมือระหว่างกันขึ้น เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาของเด็กนักเรียนอันเป็นจุดหมายปลายทางที่ตั้งไว้ร่วมกัน

          ทั้งนี้กลุ่มผู้ปกครองอาจรวมกลุ่มกันเพื่อสร้างเครือข่ายของตนเองขึ้น เพื่อสนับสนุนในการทำงานของกรรมการสถานศึกษา เช่นส่งตัวแทนของเครือข่ายเข้าไปเป็นกรรมการสถานศึกษาหรือส่งเรื่องรามข่าวสารต่างๆ ที่เกี่ยวกับเด็กนักเรียนให้กรรมการสถานศึกษารับทราบ ซึ่งการสร้างเครือข่ายนี้จะให้ประโยชน์ในแง่ของการดำเนินงานของกรรมการ อาจได้รับการสนับสนุนจากผู้ปกครอง ชุมชนรอบข้าง หรือศิษย์เก่า ตามความถนัดหรือสารอาชีพของแต่ละคน เพื่อเป็นการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่ให้มากที่สุด
ดร. เจือจันทร์ยังกล่าวว่า ในการสร้างเครือข่ายนั้น ถ้าหากเกิดขึ้นมาจากกลุ่มของพ่อแม่ ผู้ปกครองที่ตระหนักในหน้าที่ของตนแล้ว เครือข่ายนั้นจะมีความเข้มแข็งใกล้ชิดสนิทสนมกันและประสบความสำเร็จมากกว่าเครือข่ายที่จัดตั้งขึ้น

 


 

" หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน " ครู นักเรียน ผู้ปกครอง ต้องเข้าใจให้ดี

ชุมชนมีบทบาทในการกำหนดหลักสูตร

          โดยเปิดโอกาสให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น การเรียนการสอนจึงไม่จำเป็นต้องมาเรียนที่โรงเรียนอย่างเดียว อาจเป็นวิธีการเรียนการสอนนอกห้องเรียน การเรียนแบบโฮมสคูล หรือเรียนนอกระบบการศึกษา เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารจัดการ และสอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน

          ดังนั้น หลักสูตรใหม่นี้จะต้องทำความเข้าใจกับตัวนักเรียนและผู้ปกครอง โดยเฉพาะผู้ปกครองจะต้องเข้าใจว่า ต่อไปนี้การเรียนของเด็กนั้นไม่ได้อยู่แค่การส่งลูกไปโรงเรียนอย่างเดียวแต่ผู้ปกครองจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมด้วย เช่น หากพ่อ แม่ มีความรู้ความชำนาญทางด้านใดก็ตาม อาจเข้ามาเป็นวิทยากรในการให้ความรู้แก่ชุมชนและนักเรียน

 



 

          การเปิดโอกาสให้ชุมชนเข้าส่วนร่วมในการเรียนการกำหนดหลักสูตรนั้น จะมีกรรมการโรงเรียน ซึ่งประกอบด้วยครู ผู้ปกครอง ผู้นำท้องถิ่น และผู้มีความรู้แขนงต่างๆ บางคนอาจทำกิจกรรมของตนเองโดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่ออนุรักษ์ให้เยาวชนได้เรียนรู้และศึกษาถึงความเป็นมาและวิถีความเป็นไทย ก็สามารถสร้างงานและปลูกฝังให้เด็กรักท้องถิ่นและห่วงแหนซึ่งวัฒนธรรมที่เข้ามีอยู่ได้ นี่คือแหล่งความรู้ที่ชนชนสามารถเข้ามามีบทบาทร่วมกับโรงเรียน

โรงเรียน / ครู

          โรงเรียนจะต้องบริหารหลักสูตรโดยแบ่งสัดส่วนระหว่างภาคทฤษฎีและปฎิบัติให้เหมาะสม ซึ่งในหลักสูตรใหม่นี้เปิดโอกาสให้มีกิจกรรมการเรียนการสอนที่หลากหลายขึ้น ครูจะหากิจกรรมการเรียนรู้มาเสริมได้อย่างไม่มีข้อจำกัด และในปี 2547 ทบวงมหาวิทยาลัยจะเปลี่ยนแปลงวิธีการสอบวัดความรู้เพื่อเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา หรือการเอ็นทรานซ์

           ครูจะต้องดูแลเด็กตัวต่อตัว เน้นระบบแนะแนวเพื่อจะได้รู้ว่าจะสอนเด็กในวิชาเดียวกันแต่ละคนอย่างไร เมื่อครูรู้จักเป็นรายคนแล้วอาจจะสามารถจัดกลุ่มเด็กๆ ที่มีความสามารถในการเรียนรู้ในระดับเดียวกันแล้วสอนได้ในชั่วโมงวิชาเดี่ยวกันนั้น เด็กบางกลุ่มเรียนอ่อนต้องให้คำอธิบายเป็นพิเศษหรือต้องค่อยๆเรียน หรือบางกลุ่มที่เรียนรู้เร็ว ครูอาจนำงานที่ยากขึ้นหรือโจทย์ที่ยากขึ้นมาให้เขาเรียน พร้อมกันนั้นนายประพัฒน์พงษ์ ย้ำว่า หลักสูตรใหม่ไม่สามารถทำให้เด็กมีความรู้มากมาย แต่ สิ่งที่หลักสูตรใหม่ไม่สามารถทำให้เด็กมีความรู้มากมาย แต่ สิ่งที่หลักสูตรใหม่ต้องการให้เกิดขึ้น คือเด็กๆ รู้จักวิธีหาความรู้ด้วยตนเอง การเรียนในหลักสูตรใหม่ คือการฝึกหาคำตอบ ทำอย่างไรถึงจะรู้ อาจจะถามหรืออ่านหนังสือ เปิดอินเตอร์เน็ต ดังนั้น เด็กๆ ต้องหัดตั้งคำถาม หัดหาคำตอบ ด้วยวิธี ต่างๆ ส่วนพ่อ แม่ ผู้ปกครองช่วยเตรียมตัวได้ด้วยการกระตุ้นให้เด็กตั้งคำถามและคิด โดยตอบเมื่อเขาถาม และถามให้เขาตอบ รวมถึงการแนะนำแหล่งเรียนรู้ให้กับเขาให้เขารู้จักแยกแยะข้อมูลที่ถูกและผิด

          สิ่งที่สำคัญอย่างเร่งรัด อย่านำเขาไปเปรียบกับใคร เพราะเขาไม่เหมือนใคร เด็กๆ ทุกคนต่างกัน มีความสามารถในการเรียนรู้ต่างกัน เป็นเรื่องที่พ่อแม่ต้องยอมรับ และปล่อยให้เขาได้พัฒนาตามแบบของเขา เมื่อใส่กระบวนการเรียนรู้ให้เขาแล้วโตขึ้นเขาอยากเรียนรู้อะไรก็ทำได้ เพราะเขารู้วิธีแล้ว

การจัดการเรียนรู้

          การจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานนอกจากจะมุ่งปลูกฝังด้านปัญญา พัฒนากรคิดของผู้เรียนให้มีความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ คิดอย่างมีวิจารณญาณแล้ว ยังมุ่งพัฒนาความสามารถทางอารมณ์ โดยการปลูกฝังให้ผู้เรียนเห็นคุณค่าของตนเอง เข้าใจตนเอง เห็นอกเห็นใจผู้อื่น สามารถแก้ปัญหา หรือข้อขัดแย้งทางอารมณ์ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมเน้นการเรียนรู้แบบบูรณาการ ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง โดยนำกระบวนการเรียนรู้จากกลุ่มสาระเดียวกัน หรือต่างกลุ่มสาระมาบูรณาการในการจัดการเรียนการสอน ซึ่งจัดได้หลายลักษณ์ ดังนี้

          1. การบูรณาการแบบผู้สอนคนเดียว ผู้สอนสามารถจัดการเรียนรู้โดยเชื่อมโยงสาระการเรียนรู้ต่างๆ กับหัวข้อเรื่องที่สอดคล้องกับชีวิติจริงหรือสาระที่กำหนดขึ้นมาเช่นเรื่องสิ่งแวดล้อม น้ำ เป็นต้น ครูสามารถเชื่อมโยงสาระและกระบวนการเรียนรู้ของกลุ่มสาระต่างๆ เช่น การอ่าน การเขียน การคิดคำนวณ การคิดวิเคราะห์ต่างๆ ทำให้ผู้เรียนได้ใช้ทักษะและกระบวนการเรียนรู้ไปแสวงหาความรู้ความจริงจากหัวข้อเรื่องที่กำหนด

          2. การบูรณาการแบบคู่ขนาน มีผู้สอนตั้งแต่สองคนขึ้นไป ร่วมกันจัดการเรียนการสอน โดยอาจยึดหัวข้อเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แล้วบูรณาการเชื่อมโยงแบบคู่ขนาน เช่น ผู้สอนคนหนึ่ง สอนวิทยาศาสตร์ เรื่องเงา ผู้สอนอีกคนอาจสอนคณิตศาสตร์เรื่องการวัดระยะทาง โดยการวัดเงา และคิดคำนวณ ในเรื่องเงา ในช่วงเวลาต่างๆ จัดทำกราฟของเงา ในระยะต่างๆ หรืออีกคนหนึ่งอาจให้ผู้เรียนรู้ศิลปะเรื่องเทคนิคการวาดรูปที่มีเงา

          3. การบูรณาการแบบสหวิทยาการ การบูรณาการในลักษณะนี้ นำเนื้อหาจากหลายกลุ่มสาระมาเชื่อมโยงเพื่อจัดการเรียนรู้ซึ่งโดยทั่วไปผู้สอนมักจัดการเรียนการสอนร่วมกันในเรื่องเดียวกัน เช่น เรื่อง วันสิ่งแวดล้อมของชาติ ผู้สอนภาษาไทยจัดการเรียนการสอนให้ผู้เรียนภาษา คำศัพท์เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ผู้สอนวิทยาศาสตร์จัดกิจกรรมค้นคว้าเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม และผู้สอนสุขศึกษาอาจจัดให้จัดกิจกรรมเกี่ยวกับการรักษาสิ่งแวดล้อมให้ถูกสุขลักษณะ

          4. การบูรณาการแบบโครงการ ผู้สอนสามารถจัดการเรียนการสอนบูรณาการเป็นโครงการ โดยเน้นผู้เรียนและผู้สอนร่วมกันสร้างสรรค์โครงการขึ้น โดยใช้เวลาการเรียนต่อเนื่องกันได้หลายชั่วโมง ด้วยการนำเอาชั่วโมงของวิชาต่างๆ ที่ผู้สอนเคยสอนแยกกันนั้นมารวมเป็นเรื่องเดียวกัน มีเป้ามายเดียวกัน ในลักษณะของการสอนเป็นทีม เรียนเป็นทีม ในกรณีที่ต้องการเน้นทักษะบางเรื่องเป็นพิเศษ ผู้สอนสามารถแยกกันสอนได้ เช่น กิจกรรม เข้าค่ายดนตรี กิจกรรมเข้าค่ายภาษาอังกฤษ กิจกรรมเข้าค่ายศิลปะ

สื่อการเรียนรู้



ครู ครอบครัว ชุมชน ต้องมีส่วนร่วม

          ในการจัดการศึกษาตามหลักสูตรขั้นพื้นฐานและหลักสูตรสถานศึกษา ผู้เรียนจะได้เรียนรู้จากสื่อการเรียนรู้ และแหล่งการเรียนรู้ทุกประเภท รวมทั้งจากเครือข่ายการเรียนรู้ต่างๆ ที่มีอยู่ในท้องถิ่นชุมชนและอื่นๆ เน้นสื่อที่ผู้เรียนและผู้สอนใช้ศึกษาค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง ผู้เรียนผู้สอนสามารถจัดทำและพัฒนาสื่อการเรียนรู้ขึ้นเอง หรือนำสื่อต่างๆ ที่มีอยู่รอบตัวและในระบบสารสนเทศมาใช้ในการเรียนรู้ โดยใช้วิจารณญาณในการเลือกใช้สื่อ และแหล่งความรู้ โดยเฉพาะหนังสือเรียน ควรมีเนื้อสาระครอบคลุมตลอดช่วงชั้น สื่อสิ่งพิมพ์ควรจัดให้มีอย่างเพียงพอ ทั้งนี้ควรให้ผู้เรียนสามารถยืมได้จากศูนย์สื่อ หรือห้องสมุดของสถานศึกษา และมีการพัฒนา มีการกำกับ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานเกี่ยวกับสื่อ และการใช้สื่อการเรียนรู้เป็นระยะๆ

 

 

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

          ในหลักสูตรขั้นพื้นฐานใหม่ สถานศึกษาในฐานะผู้รับผิดชอบการจัดการศึกษาต้องมีข้อมูลผลการเรียน ระดับสถานศึกษาระดับเขตพื้นที่การศึกษา และระดับชาติ ตลอดจนจากการประเมินภายนอก เพื่อใช้เป็นข้อมูลสร้างความมั่นใจเกี่ยวกับคุณภาพของผู้เรียน แก่บุคลากรที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษาอันแสดงถึงความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้ของสถานศึกษาหรือการประกันคุณภาพการศึกษา

เกณฑ์การจบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน

          การจัดการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งใช้เวลา 12 ปี ผู้เรียนสามารถจบการศึกษาภาคบังคับและจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ถือว่าจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ผู้เรียนจะจบการศึกษาแต่ละช่วงชั้น จบการศึกษาภาคบังคับ และจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน จะต้องผ่านเกณฑ์ดังต่อไปนี้

1. ผู้เรียนต้องเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้พื้นฐานและได้รับการตัดสินผลการเรียนทั้ง 8 กลุ่ม ให้ผ่านเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด
2. ผู้เรียนต้องผ่านการประเมินการอ่าน คิด วิเคราะห์ เขียนและปฎิบัติตามที่สถานศึกษากำหนด
3. ผู้เรียนต้องผ่านการประเมินคุณลักษณะตามที่สถานศึกษากำหนด
4. ผู้เรียนต้องเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและผ่านการประเมินตามที่สถานศึกษากำหนด

          เมื่อนักเรียนจบการศึกษาสถานศึกษาจะจัดทำเอกสารการประเมินผลตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานประกอบด้วยแบบแสดงผลการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์รายปี แบบแสดงผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนเป็นรายวิชา รายปี แบบรายงานการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนเป็นรายบุคคล ระเบียนสะสมพัฒนาการด้านต่างๆ ตลอดปีการศึกษาในสถานศึกษา

          กระทรวงศึกษาธิการกำหนดให้สถานศึกษาใช้ระเบียบแสดงผลการเรียนประจำตัวนักเรียนเพื่อการส่งต่อกรณีนักเรียนย้ายที่เรียนและใช้ใบประกาศนียบัตร แบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และตอนปลาย และกำหนดการเก็บรักษาแบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา 2 ระดับดังกล่าว ให้สถานศึกษาเก็บหนึ่งชุด ส่งให้เขตพื้นที่การศึกษา และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งละชุด

 


 

 

สังคมปฏิรูปการเรียนรู้


          ครูยุคปฏิรูปการศึกษา ได้ร่วมกันจัดนิทรรศการแสดงผลงานของตนเพื่อนำเสนอเทคนิค/รูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ เช่น

          1. การสอนโดยนำเพลงภาษาอังกฤษที่แต่งขึ้น จากเพลงไทยยอดฮิตมาใช้สอนเสริมบทเรียนและทบทวนบทเรียนให้แก่นักเรียน ส่งผลให้นักเรียนเรียนอย่างมีความสุขและอยากเรียนวิชาภาษาอังกฤษมากขึ้น ที่สำคัญยังได้พัฒนาทักษะการฟังพูดให้แก่นักเรียนได้อย่างดี เริ่มจากการผลิตสื่อโดยให้นักเรียนเลือกทำนองเพลงที่ต้องการจากนั้นครูศึกษาเนื้อหา จุดประสงค์การเรียนรู้ โครงสร้างประโยคมาใส่ในเนื้อเพลง เมื่อแต่งเพลงเสร็จให้ครูหรือผู้รู้ช่วยกันวิจารณ์เสนอแนะก่อนนำมาทดลองสอน (อ.จรูญ แก้วละเอียด ร.ร. ห้วยยอด)



          2. ประสบการณ์ครูผู้สอนสู่ผู้เรียน คือการให้เพื่อนครูทุกคนในโรงเรียนนำประสบการณ์ช่วงปิดเทอมของตนมาเล่าให้นักเรียนฟัง พร้อมจัดทำป้ายนิเทศแสดงให้นักเรียนดูโดยจะให้ครูและนักเรียนเล่ากันคนละเรื่องพร้อมสอดแทรกความบันเทิงในรูปแบบต่างๆ สลับกันไป อ.สุขพงศ์บอกว่ากิจกรรมแบบนี้สร้างความอบอุ่นใจให้เกิดขึ้นในตัวนักเรียนได้เป็นอย่างดี ทุกคนสนุกสนานและเห็นความเป็นมิตรที่ครูมอบให้แก่นักเรียน ทำให้นักเรียนอยากมาโรงเรียนสัปดาห์แรกของการเปิดเทอม (อ.สุขพงษ์ ทัศนกูลกิจ ร.ร.วัดฉัตรแก้วจงกลณี)

          3. กิจกรรมสร้างสรรค์ เพื่อผู้เรียนเป็นสำคัญ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการทั้งโรงเรียน ผู้เรียนได้เรียนรู้และปฏิบัติจริงจากฐานวิชาต่างๆ ภายในโรงเรียนก่อนที่จะออกไปศึกษาหาความรู้จากสถานที่จริงหรือสถานการณ์จริง ทั้งนี้เพื่อมุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตาม พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ คือ ต้องการให้ผู้เรียนเป็นคนดี คนเก่งและมีความสุข หลังจากนั้นให้ครูและนักเรียนร่วมกันวางแผนและปรึกษาหารือร่วมกัน พร้อมแต่งตั้งคณะทำงานให้รับผิดชอบตามความถนัด และความสามารถของแต่ละบุคคล ครูต้องศึกษาวิเคราะห์หลักสูตร ศึกษาเด็กเป็นกลุ่มตามระดับชั้น วิเคราะห์จุดประสงค์ของการเรียนแต่ละวิชา นำข้อมูลที่ได้มาจัดแผนการเรียนรู้เป็นฐานวิชาตามเนื้อหาและความต้องการของครูและนักเรียน โดยได้มีการบูรณาการวิชาภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และอื่นๆ เข้าไว้ด้วยกันบางครั้งอาจจะบูรณาการไม่ได้ครบทุกวิชาขึ้นอยู่กับเนื้อหาของเรื่องนั้นๆ เป็นสำคัญ

          เมื่อจัดทำแผนการเรียนรู้เสร็จเรียบร้อยแล้ว นำข้อมูลทั้งหมดมาจัดกลุ่มนักเรียนเพื่อเข้าเรียนตามฐานวิชา ซึ่งการจัดกลุ่มต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของเนื้อหาวิชาและศักยภาพของบุคคลเป็นหลัก มีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่อง วิทยากร การเดินทางและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ พร้อมจัดกิจกรรมทัศนศึกษานอกสถานที่ควบคู่กันไปด้วย สุดท้ายครูและนักเรียนร่วมกันสรุปองค์ความรู้ ประเมินผลการเรียนรู้คามสภาพที่แท้จริงจากการสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนตามสภาพที่แท้จริงจากากรสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการร่วมกิจกรรม คุณธรรม ความรับผิดชอบ ความร่วมมือ การบันทึกช้อมูล สอบถามความรู้สึกความต้องการของนักเรียน และการทดสอบก่อนและหลังการเรียน สุดท้ายสรุปผลการดำเนินงานร่วมกัน (อ.สาธิต มากมี ร.ร.บ้านตาลพริ้ง)


 

 

PDCA กลไกสำคัญ ขับเคลื่อนประกันคุณภาพที่ ร.ร.เอกชัย สมุทรสาคร


          การประกันคุณภาพภายใน หมายถึง กระบวนการบริหารจัดการที่มีการพัฒนาและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพ ดังนั้นบุคลากรทุกคนจะต้องตื่นตัวและพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

          อ.วาสนา เดชอุดม ผู้อำนวยการโรงเรียน กล่าวถึงขั้นตอนการดำเนินงานว่า โรงเรียนได้จัดทำแผนปฏิบัติงานประจำปี ซึ่งสอดคล้องกับธรรมนูญโรงเรียนโดยมีเป้าหมายการดำเนินงานตามมาตรฐานการศึกษา 3 ด้าน คือ

          1. มาตรฐานเกี่ยวกับผู้เรียน เน้นการพัฒนานักเรียนทั้งด้านความรู้และสุขภาพ รวมถึงการดูแลสุขภาพการป้องกันจากสิ่งแสพติด ด้านคุณธรรมและจริยธรรม เน้นความสามารถการคิดวิเคราะห์ ทักษะการทำงาน

          2. มาตรฐานเกี่ยวกับครู เน้นพัฒนาครูให้มีความรู้ ความสามารถในการจัดการเรียนการสอน ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

          3. มาตรฐานเกี่ยวกับผู้บริหาร เน้นการบริหารอย่างเป็นระบบ ครบวงจร PDCA

วงจร PDCA ประกอบด้วย

          1. การวางแผน โรงเรียนใช้การบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมทุกฝ่าย คือผู้บริหาร ครู ผู้ปกครอง ชุมชน นักเรียนและเจ้าหน้าที่มีการกำหนดเป้าหมายการดำเนินงานครอบคลุมทุกมาตรฐาน ออกแบบกิจกรรมโครงการเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ โดยผู้เกี่ยวข้องเป็นผู้เสนอ ตลอดจนจัดทำระบบการกำกับติดตาม

          2. การนำแผนสู่การปฏิบัติ กำหนดปฏิทินปฏิบัติงานและดำเนินการแผนงาน/ โครงการด้านนักเรียน ครูและความสัมพันธ์ชุมชน

          3. การตรวจสอบติดตาม มีระบบประเมินตนเอง ครูรายงานความก้าวหน้าในการปฏิบัติงาน โรงเรียนตั้งคณะกรรมการควบคุมกำกับ นิเทศและประเมินการดำเนินงานและสรุปรายงานผล

          4. การพัฒนาปรับปรุงการปฏิบัติงาน นำผลการประเมินตนเองทำเป็นอกสารเผยแพร่ให้ผู้เกี่ยวข้องทราบและมีการประชุมระดมความคิดเกี่ยวกับการวางแผนพัฒนาจุดเด่นและปรับปรุงจุดด้อย โดยมีการดำเนินงานภาคเรียนละ 1 ครั้ง

          อ.วาสนา ยังกล่าวถึงโครงการ/กิจกรรมที่เข้ามาสนับสนุนการดำเนินงานว่า " โรงเรียนมีโครงการพัฒนาการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ มีการนำนักเรียนไปศึกษาดูงานจากแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนและนอกโรงเรียนโดยได้รับความร่วมมือจากชุมชนเป็นวิทยากร โรงเรียนจะใช้ความรู้ที่ได้มาบูรณาการร่วมกับกลุ่มประสบการณ์ต่าง โครงการพัฒนาบุคลากร เชิญวิทยากรมาให้ความรู้ ร่วมถึงการส่งครูเข้ารับการอบรมเรื่องต่างๆ ประชุมฝ่ายบริหาร กลุ่มประสบการณ์และสายชั้น ครูจะปฏิบัติงานเป็นทีม มีการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการเรียนการสอน การเขียนแผนการสอนและการจัดทำแฟ้มสะสมงาน โครงการนำชุมชนสู่โรงเรียนให้ชุมชนมามีส่วนร่วมบริหารโรงเรียน ให้แต่ละห้องมีคณะกรรมการห้องเรียน ห้องละ 10 คน ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้ปกครองดีมากพร้อมกันนี้ยังมีการจัดทำโครงการยุวทูตความดี โครงการเข้าค่ายเพื่อพัฒนาคุณธรรม โครงการเข้าค่ายทางวิชาการ เป็นต้น "


 

 

การประกันคุณภาพการศึกษา

ศาสตรจารย์สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ (ผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา)

 

สถานศึกษาที่พร้อมรับประเมินภายนอกจะพิจารณาจาก

          1. มีระบบการประกันคุณภาพภายใน ซึ่งประกอบด้วย ระบบการพัฒนาคุณภาพ โดยเริ่มตั้งแต่การกำหนดมาตรฐานของสถานศึกษาที่ควรจะเป็น ซึ่งควรเป็น 14++ กล่าวคือ มาตรฐานการศึกษาสำหรับประเมินภายนอกจำนวน 14 มาตรฐาน ซึ่งคณะรัฐมนตรีมติอนุมัติโดยถือว่าเป็นมาตรฐานขั้นต่ำที่สถานศึกษาทุกแห่งพึงมีมาตรฐานดังกล่าว

   

          บวก (+) ที่หนึ่งเป็นการเพิ่มมาตรฐานตามความต้องการของต้นสังกัดและบวก (+) ที่สอง เป็นมาตรฐานความต้องการของชุมชนและสถานศึกษา จึงกำหนดวิถีการพัฒนาสถานศึกษาสู่มาตรฐานที่กำหนด และจัดระบบการส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินงานตามวิถีทางที่กำหนดต่อไปกล่าวคือมีระบบการตรวจติดตามคุณภาพเพื่อแนะนำให้ดำเนินการตามแผนที่กำหนด และมีระบบประเมินคุณภาพภายใน ตามเจตนารมณ์ของการประกันคุณภาพการศึกษา จะเห็นว่าการประกันคุณภาพภายในเป็นหน้าที่ของสถานศึกษาร่วมกับชุมชนโดยการสนับสนุนส่งเสริมจากต้นสังกัด จะเห็นได้ว่าบทบาทของต้นสังกัดในการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา เปลี่ยนแปลงจากบทบาท " การควบคุมสั่งการ" เป็น"การสนับสนุนส่งเสริม"

          2. สถานศึกษาจัดทำรายงานการประเมินตนเองในแต่ละปีการศึกษา กล่าวคือ เป็นการจัดทำรายงานประจำปีในรูปของรายงานการประเมินตนเอง ซึ่งประกอบด้วยการแนะนำสถานศึกษาอย่างลุ่มลึกทั้งในด้านความมุ่งมั่น หลักการ ภาคี ระบบ และโครงสร้างการบริหารของสถานศึกษาแผนระยะยาวและแผนระยะสั้น การรายงานกิจการของสถานศึกษาในรอบปี ผลประเมินประสิทธิผลของสถานศึกษา โดยเทียบกับมาตรฐานการศึกษาที่กำหนด ข้อเสนอแนะในการดำเนินงานของสถานศึกษาในปีการศึกษาต่อไปตลอดจนภาคผนวกเกี่ยวกับหลักฐาน สถิติ เอกสารสำคัญที่ใช้ในการประเมินตนเองของสถานศึกษา
          สถานศึกษาใดที่มีการดำเนินการประกันคุณภาพภายในและมีการประเมินตนเองในรอบปีและจัดทำเป็นรายงานประจำปี ก็ถือได้ว่าสถานศึกษาแห่งนี้มีความพร้อมรับประเมินคุณภาพภายนอกแล้ว

การประกันคุณภาพภายในที่ดีจะต้องมีคุณลักษณะ ดังนี้

 

          1. เป็น " ระบบ" ซึ่งมีทั้งปัจจัยนำเข้า กระบวนการและผลลัพธ์ที่คาดหลังมีทั้งระบบการพัฒนาคุณภาพระบบการตรวจติดตามคุณภาพและระบบการประเมินตนเอง
          2. เป็นระบบที่สถานศึกษาพัฒนาขึ้นโดยดึงชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม ด้วยการส่งเสริมสนับสนุนจากต้นสังกัด มิใช่การควบคุมสั่งการจากต้นสังกัด
          3. ระบบประกันคุณภาพภายในต้องผสมผสานกับงานบริหารปกติ กล่าวคือ บูรณาการเชื่อมโยงกับการปฎิรูปการเรียนรู้ การสอน การพัฒนาบุคลากรและการบริหารฐานโรงเรียน ( SBM)
          4. การประกันคุณภาพภายในเป็นเรื่องของทุกคนทั้งในสภานสึกษาและชุมชนภายใต้การนำและมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพของ "ผู้บริหาร" เพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง

 

          5. ทำงานทุกภารกิจอย่างครบวงจรทั้งระดับบุคคลและหน่วยงานมีการวางแผน ดำเนินการประเมิน และปรับปรุงงานอย่างสม่ำเสมอ
          6. การทำงานของทุกคนในสถานศึกษาไม่ว่าการบริหารจัดการ การสอนและการเรียนรู้มุ่งสู่ผลประโยชน์ที่จะเกิดแก่ผู้เรียนเป็นคนดี คนเก่งมีความสุขสนุกกับการเรียนรู้ตลอดชีวิต
          7. การดำเนินการประกันคุณภาพภายในที่ควบวงจร คือเมื่อถึงปีการศึกษาจะต้องมีการประเมินตนเอง เพื่อรวมสรุปยอดแล้วจัดทำเป็นรายงานประจำปี รายงานให้หน่วยงานต้นสังกัด หน่ายงานที่เกี่ยวข้องและสาธารณะทราบ
          8. ผลประเมินจะนำไปสู่การปรับปรุงการบริหาร การเรียนรู้และการสอนโดยถือเป็นหน้าที่ของผู้บริหารต้องกำกับดูแลให้มีการประเมินคุณภาพอย่างต่อเนื่อง

 


 

 

ก้าวทัน เรื่องประกันคุณภาพการศึกษา

ทุกคนกำลังรอความหมายของคำว่า " คุณภาพการศึกษา"

 

          ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า สังคมไทยจะก้าวผ่านความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ หลากหลายเรื่องที่ส่งผลต่อแบบแผนการเรียนรู้ของคนรุ่นใหม่ทั้งในชุมชนชนบทและชุมชนเมืองคนไทย ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนตำบลใดจะต้องมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนองไปตามพลวัตรทางเศรษฐกิจและสังคมไทยอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในระบบเศรษฐกิจแบบเปิดกว้างที่มีการแข่งขันด้านคุณภาพสูงจะเป็นแรงผลักดันสำคัญให้เกิดความต้องการการเรียนรู้และกระบวนการการเรียนรู้แก่คนไทยแทบทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในภาคการผลิตใด

          สังคมในอนาคตยังสะท้อนให้เห้นพลังประชาชนและชุมชนในการปกครองตนเองสูงขึ้น มองเห็นการเมืองที่ถูกถ่วงดุลด้วยกลุ่มองค์กรประชาชนมากขึ้น คนไทยในท้องถิ่นต่างๆ ย่อมต้องดิ้นรนให้ได้มาซึ่งความรู้ในการปกครองตนอง และเห็นความสำคัญของการเรียนรู้ด้วยตนเอง และเห็นความสำคัญของการเรียนรู้ด้วยตนเอง รวมทั้งรู้เท่าทันการใช้ประโยชน์เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนและลดช่องว่างในการพัฒนาระหว่างเมืองกับชนบท

          ที่สำคัญและท้าท้ายที่สุดก็คือพลังการเรียนรู้และการแสดงออกของชุมชนที่ถูกโหมด้วยการเข้าถึงข่าวสารสำคัญต่างๆ อาจจะนำไปสู่การทวงคืนบทบาทในการจัดการศึกษาจากภาครัฐกลับไปสู่ภาคประชาชนอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องของการศึกษาทางเลือกและศูนย์การเรียนรู้โดยองค์กรประชาชนและกลุ่มพ่อแม่ผู้ปกครองมากขึ้น มีการโอนกิจการศึกษาของรัฐให้องค์กรท้องถิ่นและองค์กรชุมชนบริหารจัดการแทนมากขึ้น ตลอดจนการเบ่งบานของหลักสูตรท้องถิ่นที่สะท้อนชีวิตจริงและความต้องการที่ตรงกับสภาพท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น

          แต่สิ่งเหล่านี้จะเป็นจริงไปไม่ได้เลยถ้าปราศจากการประกันว่าเด็กรุ่นใหม่และคนรุ่นใหม่ทุกคนได้รับการศึกษาที่ดีมีคุณภาพเพียงดพอที่เขาจะนำไปเป็นพลังในการเรียนรู้และวางแผนชีวิตของตนเอง

          การประกันคุณภาพจะเป็นเครื่องตัดสินว่าทั้งเด็กและทั้งผู้ใหญ่ในแต่ละท้องถิ่นจะฉกฉวยประโยชน์จากเทคโนโลยีและสภาพสังคมที่เปบลี่ยนไป เพื่อสร้างการเรียนรู้ที่ดีให้แก่ตนเอง ครอบครัว ชุมชน เพื่อความมั่นคงและความสามารถในการปรับตัวทางเศรษฐกิจและสังคมได้ดีเพียงไร

 

          การประกันว่าเด็กๆ ได้เรียนเรื่องใกล้ตัวในท้องถิ่นอย่างมีความสุขมากขึ้น ด้วยการมีหลักสูตรท้องถิ่นเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น ภายใต้การอุปถัมภ์ของชุมชนที่เข้ามาร่วมแรงร่วมคิดในการจัดการเรียน การสอน "วิชา ทำมาหากิน วิชาใช้ชีวิต" เพื่อล