การเปิดโอกาสให้ชุมชนเข้าส่วนร่วมในการเรียนการกำหนดหลักสูตรนั้น จะมีกรรมการโรงเรียน ซึ่งประกอบด้วยครู ผู้ปกครอง ผู้นำท้องถิ่น และผู้มีความรู้แขนงต่างๆ บางคนอาจทำกิจกรรมของตนเองโดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่ออนุรักษ์ให้เยาวชนได้เรียนรู้และศึกษาถึงความเป็นมาและวิถีความเป็นไทย ก็สามารถสร้างงานและปลูกฝังให้เด็กรักท้องถิ่นและห่วงแหนซึ่งวัฒนธรรมที่เข้ามีอยู่ได้ นี่คือแหล่งความรู้ที่ชนชนสามารถเข้ามามีบทบาทร่วมกับโรงเรียน
โรงเรียน / ครู
โรงเรียนจะต้องบริหารหลักสูตรโดยแบ่งสัดส่วนระหว่างภาคทฤษฎีและปฎิบัติให้เหมาะสม ซึ่งในหลักสูตรใหม่นี้เปิดโอกาสให้มีกิจกรรมการเรียนการสอนที่หลากหลายขึ้น ครูจะหากิจกรรมการเรียนรู้มาเสริมได้อย่างไม่มีข้อจำกัด และในปี 2547 ทบวงมหาวิทยาลัยจะเปลี่ยนแปลงวิธีการสอบวัดความรู้เพื่อเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา หรือการเอ็นทรานซ์
ครูจะต้องดูแลเด็กตัวต่อตัว เน้นระบบแนะแนวเพื่อจะได้รู้ว่าจะสอนเด็กในวิชาเดียวกันแต่ละคนอย่างไร เมื่อครูรู้จักเป็นรายคนแล้วอาจจะสามารถจัดกลุ่มเด็กๆ ที่มีความสามารถในการเรียนรู้ในระดับเดียวกันแล้วสอนได้ในชั่วโมงวิชาเดี่ยวกันนั้น เด็กบางกลุ่มเรียนอ่อนต้องให้คำอธิบายเป็นพิเศษหรือต้องค่อยๆเรียน หรือบางกลุ่มที่เรียนรู้เร็ว ครูอาจนำงานที่ยากขึ้นหรือโจทย์ที่ยากขึ้นมาให้เขาเรียน พร้อมกันนั้นนายประพัฒน์พงษ์ ย้ำว่า หลักสูตรใหม่ไม่สามารถทำให้เด็กมีความรู้มากมาย แต่ สิ่งที่หลักสูตรใหม่ไม่สามารถทำให้เด็กมีความรู้มากมาย แต่ สิ่งที่หลักสูตรใหม่ต้องการให้เกิดขึ้น คือเด็กๆ รู้จักวิธีหาความรู้ด้วยตนเอง การเรียนในหลักสูตรใหม่ คือการฝึกหาคำตอบ ทำอย่างไรถึงจะรู้ อาจจะถามหรืออ่านหนังสือ เปิดอินเตอร์เน็ต ดังนั้น เด็กๆ ต้องหัดตั้งคำถาม หัดหาคำตอบ ด้วยวิธี ต่างๆ ส่วนพ่อ แม่ ผู้ปกครองช่วยเตรียมตัวได้ด้วยการกระตุ้นให้เด็กตั้งคำถามและคิด โดยตอบเมื่อเขาถาม และถามให้เขาตอบ รวมถึงการแนะนำแหล่งเรียนรู้ให้กับเขาให้เขารู้จักแยกแยะข้อมูลที่ถูกและผิด
สิ่งที่สำคัญอย่างเร่งรัด อย่านำเขาไปเปรียบกับใคร เพราะเขาไม่เหมือนใคร เด็กๆ ทุกคนต่างกัน มีความสามารถในการเรียนรู้ต่างกัน เป็นเรื่องที่พ่อแม่ต้องยอมรับ และปล่อยให้เขาได้พัฒนาตามแบบของเขา เมื่อใส่กระบวนการเรียนรู้ให้เขาแล้วโตขึ้นเขาอยากเรียนรู้อะไรก็ทำได้ เพราะเขารู้วิธีแล้ว
การจัดการเรียนรู้
การจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานนอกจากจะมุ่งปลูกฝังด้านปัญญา พัฒนากรคิดของผู้เรียนให้มีความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ คิดอย่างมีวิจารณญาณแล้ว ยังมุ่งพัฒนาความสามารถทางอารมณ์ โดยการปลูกฝังให้ผู้เรียนเห็นคุณค่าของตนเอง เข้าใจตนเอง เห็นอกเห็นใจผู้อื่น สามารถแก้ปัญหา หรือข้อขัดแย้งทางอารมณ์ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมเน้นการเรียนรู้แบบบูรณาการ ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง โดยนำกระบวนการเรียนรู้จากกลุ่มสาระเดียวกัน หรือต่างกลุ่มสาระมาบูรณาการในการจัดการเรียนการสอน ซึ่งจัดได้หลายลักษณ์ ดังนี้
1. การบูรณาการแบบผู้สอนคนเดียว ผู้สอนสามารถจัดการเรียนรู้โดยเชื่อมโยงสาระการเรียนรู้ต่างๆ กับหัวข้อเรื่องที่สอดคล้องกับชีวิติจริงหรือสาระที่กำหนดขึ้นมาเช่นเรื่องสิ่งแวดล้อม น้ำ เป็นต้น ครูสามารถเชื่อมโยงสาระและกระบวนการเรียนรู้ของกลุ่มสาระต่างๆ เช่น การอ่าน การเขียน การคิดคำนวณ การคิดวิเคราะห์ต่างๆ ทำให้ผู้เรียนได้ใช้ทักษะและกระบวนการเรียนรู้ไปแสวงหาความรู้ความจริงจากหัวข้อเรื่องที่กำหนด
2. การบูรณาการแบบคู่ขนาน มีผู้สอนตั้งแต่สองคนขึ้นไป ร่วมกันจัดการเรียนการสอน โดยอาจยึดหัวข้อเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แล้วบูรณาการเชื่อมโยงแบบคู่ขนาน เช่น ผู้สอนคนหนึ่ง สอนวิทยาศาสตร์ เรื่องเงา ผู้สอนอีกคนอาจสอนคณิตศาสตร์เรื่องการวัดระยะทาง โดยการวัดเงา และคิดคำนวณ ในเรื่องเงา ในช่วงเวลาต่างๆ จัดทำกราฟของเงา ในระยะต่างๆ หรืออีกคนหนึ่งอาจให้ผู้เรียนรู้ศิลปะเรื่องเทคนิคการวาดรูปที่มีเงา
3. การบูรณาการแบบสหวิทยาการ การบูรณาการในลักษณะนี้ นำเนื้อหาจากหลายกลุ่มสาระมาเชื่อมโยงเพื่อจัดการเรียนรู้ซึ่งโดยทั่วไปผู้สอนมักจัดการเรียนการสอนร่วมกันในเรื่องเดียวกัน เช่น เรื่อง วันสิ่งแวดล้อมของชาติ ผู้สอนภาษาไทยจัดการเรียนการสอนให้ผู้เรียนภาษา คำศัพท์เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ผู้สอนวิทยาศาสตร์จัดกิจกรรมค้นคว้าเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม และผู้สอนสุขศึกษาอาจจัดให้จัดกิจกรรมเกี่ยวกับการรักษาสิ่งแวดล้อมให้ถูกสุขลักษณะ
4. การบูรณาการแบบโครงการ ผู้สอนสามารถจัดการเรียนการสอนบูรณาการเป็นโครงการ โดยเน้นผู้เรียนและผู้สอนร่วมกันสร้างสรรค์โครงการขึ้น โดยใช้เวลาการเรียนต่อเนื่องกันได้หลายชั่วโมง ด้วยการนำเอาชั่วโมงของวิชาต่างๆ ที่ผู้สอนเคยสอนแยกกันนั้นมารวมเป็นเรื่องเดียวกัน มีเป้ามายเดียวกัน ในลักษณะของการสอนเป็นทีม เรียนเป็นทีม ในกรณีที่ต้องการเน้นทักษะบางเรื่องเป็นพิเศษ ผู้สอนสามารถแยกกันสอนได้ เช่น กิจกรรม เข้าค่ายดนตรี กิจกรรมเข้าค่ายภาษาอังกฤษ กิจกรรมเข้าค่ายศิลปะ
สื่อการเรียนรู้
ครู ครอบครัว ชุมชน ต้องมีส่วนร่วม
|
ในการจัดการศึกษาตามหลักสูตรขั้นพื้นฐานและหลักสูตรสถานศึกษา ผู้เรียนจะได้เรียนรู้จากสื่อการเรียนรู้ และแหล่งการเรียนรู้ทุกประเภท รวมทั้งจากเครือข่ายการเรียนรู้ต่างๆ ที่มีอยู่ในท้องถิ่นชุมชนและอื่นๆ เน้นสื่อที่ผู้เรียนและผู้สอนใช้ศึกษาค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง ผู้เรียนผู้สอนสามารถจัดทำและพัฒนาสื่อการเรียนรู้ขึ้นเอง หรือนำสื่อต่างๆ ที่มีอยู่รอบตัวและในระบบสารสนเทศมาใช้ในการเรียนรู้ โดยใช้วิจารณญาณในการเลือกใช้สื่อ และแหล่งความรู้ โดยเฉพาะหนังสือเรียน ควรมีเนื้อสาระครอบคลุมตลอดช่วงชั้น สื่อสิ่งพิมพ์ควรจัดให้มีอย่างเพียงพอ ทั้งนี้ควรให้ผู้เรียนสามารถยืมได้จากศูนย์สื่อ หรือห้องสมุดของสถานศึกษา และมีการพัฒนา มีการกำกับ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานเกี่ยวกับสื่อ และการใช้สื่อการเรียนรู้เป็นระยะๆ
|
|
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้
ในหลักสูตรขั้นพื้นฐานใหม่ สถานศึกษาในฐานะผู้รับผิดชอบการจัดการศึกษาต้องมีข้อมูลผลการเรียน ระดับสถานศึกษาระดับเขตพื้นที่การศึกษา และระดับชาติ ตลอดจนจากการประเมินภายนอก เพื่อใช้เป็นข้อมูลสร้างความมั่นใจเกี่ยวกับคุณภาพของผู้เรียน แก่บุคลากรที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษาอันแสดงถึงความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้ของสถานศึกษาหรือการประกันคุณภาพการศึกษา
เกณฑ์การจบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
การจัดการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งใช้เวลา 12 ปี ผู้เรียนสามารถจบการศึกษาภาคบังคับและจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ถือว่าจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ผู้เรียนจะจบการศึกษาแต่ละช่วงชั้น จบการศึกษาภาคบังคับ และจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน จะต้องผ่านเกณฑ์ดังต่อไปนี้
1. ผู้เรียนต้องเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้พื้นฐานและได้รับการตัดสินผลการเรียนทั้ง 8 กลุ่ม ให้ผ่านเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด
2. ผู้เรียนต้องผ่านการประเมินการอ่าน คิด วิเคราะห์ เขียนและปฎิบัติตามที่สถานศึกษากำหนด
3. ผู้เรียนต้องผ่านการประเมินคุณลักษณะตามที่สถานศึกษากำหนด
4. ผู้เรียนต้องเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและผ่านการประเมินตามที่สถานศึกษากำหนด
เมื่อนักเรียนจบการศึกษาสถานศึกษาจะจัดทำเอกสารการประเมินผลตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานประกอบด้วยแบบแสดงผลการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์รายปี แบบแสดงผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนเป็นรายวิชา รายปี แบบรายงานการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนเป็นรายบุคคล ระเบียนสะสมพัฒนาการด้านต่างๆ ตลอดปีการศึกษาในสถานศึกษา
กระทรวงศึกษาธิการกำหนดให้สถานศึกษาใช้ระเบียบแสดงผลการเรียนประจำตัวนักเรียนเพื่อการส่งต่อกรณีนักเรียนย้ายที่เรียนและใช้ใบประกาศนียบัตร แบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และตอนปลาย และกำหนดการเก็บรักษาแบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา 2 ระดับดังกล่าว ให้สถานศึกษาเก็บหนึ่งชุด ส่งให้เขตพื้นที่การศึกษา และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งละชุด