<p>พวกเราคงจะรู้จักเครื่องดื่มบำรุงกำลังสารพัดยี่ห้อดี วันนี้มีข้อมูลว่า การดื่มเหล้าผสมเครื่องดื่มบำรุงกำลังเพิ่มความเสี่ยงอันตรายเพิ่มขึ้นมาฝากครับ</p>
เครื่องดื่มบำรุงกำลังส่วนใหญ่มีกาเฟอีน สารกระตุ้น เช่น โสม ฯลฯ และผสมวิตามินบางชนิด
...
ท่านอาจารย์ดอกเตอร์มาร์ค แคลร์ โอ'เบรียน และคณะ แห่งมหาวิทยาลัยเวค ฟอเรสท์ รัฐนอร์ธ แคโรไลนา สหรัฐฯ ทำการสำรวจผ่านเว็บ โดยมีกลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษา 4,271 คน
นักศึกษา 1 ใน 4 ที่ดื่มเหล้ามาใน 30 วันกล่าวว่า พวกเขานำแอลกอฮอล์ไปผสมกับเครื่องดื่มบำรุงกำลัง
...
ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มที่นำเหล้า เบียร์ ไวน์ หรือแอลกอฮอล์ไปผสมกับเครื่องดื่มบำรุงมีความเสี่ยงต่อไปนี้เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ดื่มเหล้า เบียร์ ไวน์ หรือแอลกอฮอล์ โดยไม่นำไปผสมกับเครื่องดื่มบำรุงกำลังดังต่อไปนี้
- ดื่มเหล้ามากขึ้น 36%
- บาดเจ็บเพิ่มขึ้น 2 เท่า
- บาดเจ็บหรือป่วยจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล หรือแพทย์เพิ่มขึ้น 2 เท่า
- สำส่อนทางเพศเพิ่มขึ้นประมาณ 2 เท่า
- เดินทางไปกับเพื่อนที่เมาด้วยขับด้วยเพิ่มขึ้น 2 เท่า
- เมาเป็นประจำทุกสัปดาห์เพิ่มขึ้น 2 เท่า
...
ศาสตราจารย์มาร์ทิน พลานท์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเหล้า แห่งมหาวิทยาลัยเดอะเวสท์ อังกฤษกล่าวว่า
การใช้สารที่มีฤทธิ์กระตุ้นทุกชนิด รวมทั้งเครื่องดื่มบำรุงกำลัง มีส่วนเพิ่มพฤติกรรมเสี่ยงอันตราย ซึ่งเป็นการ "ใช้ชีวิตเปลือง" มากขึ้นโดยไม่จำเป็น
...
ดอกเตอร์โอ'เบรียนกล่าวว่า เครื่องดื่มบำรุงกำลังออกฤทธิ์ "ปกปิด (mask)" อาการเมาไว้ ทำให้เสี่ยงต่อการดื่มมากเกิน และเสี่ยงต่อพฤติกรรมเสี่ยงอื่นๆ เพิ่มขึ้นด้วย
การดื่มเหล้ามีส่วนทำลายสมองทั้งจากตัวเหล้าเอง และการทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำเป็นเวลานาน สมองเป็นอวัยวะที่อาศัยแหล่งพลังงานหลักจากน้ำตาลในเลือด จึงเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็วทุกครั้งที่ดื่มเหล้า
...
เรียนเสนอให้พวกเราหันมาลด-ละ-เลิกการดื่มเหล้า เพื่อถนอมชีวิตให้อยู่รอด ปลอดภัยไปนานๆ
ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
ที่มา
- Thank BBC > Energy alcohol mixes 'harm risk' > [ Click ] > November 5, 2007. / Annual meeting of American public health association. 2007.
- ขอขอบคุณ > อาจารย์ณรงค์ ม่วงตานี + ทีม iT โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี สนับสนุน iT
- ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก "บ้านสุขภาพ" เป็นไปเพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่เพื่อรักษาโรค
- ท่านที่มีโรคประจำตัว ควรปรึกษาหมอ พยาบาล เภสัชกร หรืออนามัยที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
- นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > 7 พฤศจิกายน 2550.
</span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span><p></p>