บ้านของเจ้าแม่ การมาร่วมกิจกรรมกับเด็กป่วยที่โรงพยาบาลเด็กของฉันในวันนี้เป็นครั้งที่สองแล้ว หลังจากที่ได้เข้ามาเป็นนักศึกษาฝึกงานที่มูลนิธิกระจกเงาแห่งนี้ ณ ห้องเดิมห้องนั้น ที่ฉันเคยได้ร่วมทำกิจกรรมกับเด็กป่วย ฉันแปลกใจมากที่บรรยากาศในห้องสันทนาการดูเงียบเหงาจนฉันแอบนึกสงสัยไม่ได้ว่า เอ๊ะ!วันนี้เด็กป่วยเค้าหายไปไหนกันหมดนะ หรือพวกเค้าลืมไปแล้วว่าวันนี้กลุ่มอาสาสมัครจะเข้ามาร่วมทำกิจกรรม เพราะว่าแทบจะไม่มีเด็กป่วยเข้ามาร่วมทำกิจกรรมกับเราเลย แต่พอคิดในทางกลับกันฉันก็ได้รู้ว่า เหล่าบรรดาเด็กป่วยก็คงจะหายดีและได้กลับไปพักรักษาตัวที่บ้านกันหมดแล้ว จริงอยู่ที่การไม่มีเด็กป่วยมาร่วมกิจกรรม มันอาจจะทำให้ฉันเหงาบ้างนิดหน่อย แต่ฉันก็ดีใจมากเหมือนกันที่เด็กๆเหล่านั้นได้กลับบ้านกันซักที แต่ก็ยังมีเด็กป่วยเก่าบางราย ที่ยังนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเด็กแห่งนี้อยู่ และยังได้เข้ามาร่วมทำกิจกรรมกับเราอีกด้วย “ น้องใหม่ “ เธอคือเด็กผู้หญิงที่มีหัวใจพิงอยู่กับความฝัน ว่าซักวันอาการของเธอจะหายดีและได้กลับไปเล่นอย่างคนปกติทั่วไป เธอนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเด็กแห่งนี้นานแล้ว แต่คุณหมอก็ยังไม่อนุญาตให้เธอได้กลับบ้านซักที เหล่าบรรดาอาสาสมัครจึงได้เรียกเธอว่าเธอคือเจ้าแม่แห่งตึก ส. 8 ด้วยความที่เธอเป็นเด็กน่ารัก จึงทำให้ทุกคนที่อยู่ใกล้ๆเธอพลอยมีความสุขไปด้วย แต่มีบางอย่างที่เป็นเรื่องโชคร้ายที่ได้เกิดขึ้นกับเธอ คือเธอกำลังจะก้าวเข้าไปอยู่ในโลกของความเงียบ ถ้าเธอรักษาตัวหายหูของเธอก็จะกลับมาได้ยินอีกครั้ง ถึงแม้ว่าจะไม่ชัดเจนเหมือนเดิมก็ตาม ถ้าถ้าหากสวรรค์ไม่เห็นใจเลย เธอก็อาจจะเข้าไปอยู่ในโลกของความเงียบอย่างน่าสงสาร วันนี้เธอยังคงมาพร้อมกับรอยยิ้มที่สดใสเหมือนเดิม เธอได้เข้ามาที่ห้องสันทนาการเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมกับทางอาสาสมัครพร้อมกับคุณแม่ วันนี้ดูหน้าตาของน้องใหม่เธอช่างดูแจ่มใสเหลือเกิน เธอมาพร้อมกับคุณแม่เพราะว่าวันนี้เธออยู่กับคุณแม่ ตอนแรกเธอได้เข้ามาเล่นลูกโป่งที่ทางอาสาสมัครได้เป่าลมไว้ เธอได้เลือกลูกโป่งสีชมพูเพราะว่านั่นคือสีโปรดที่เธอชื่นชอบ จากนั้นความเป็นอัจฉะริยะของเธอก็ได้ฉายแววขึ้น เมื่อเธอได้ไปต่อเลโก้หลายชื้นที่วางกองอยู่ข้างๆกันกับที่ๆฉันนั่งสูบลุกโป่งอยู่ ฉันยอมรับว่าตัวของฉันเองไม่รู้หรอกว่า ตัวของน้องใหม่เองเธอจะมีจินตนาการล้ำลึกมากขนาดไหน แต่เมื่อพอเวลาผ่านไปพักใหญ่ หลังจากที่ฉันได้ทำภารกิจเป่าลูกโป่งไปเดินแจกเด็กป่วยตามเตียงคนไข้เรียบร้อยแล้ว สิ่งที่ฉันได้เห็นอยู่ตรงหน้าของฉันทำให้ฉันทึ่งมาก บ้านสีส้มหลังใหญ่ที่มีองค์ประกอบของตัวบ้านอย่างครบถ้วน ทั้งจั่วบ้าน พื้น เสา คาน รวมไปทั้งประตูหน้าต่าง มันเป็นสิ่งที่ฉันไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่า เด็กที่นอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล ที่มีปัญหาทางด้านประสาทการมองเห็น และอีกทั้งยังเป็นเด็กที่มีปัญหาทางหูอีกด้วย เธอจะสามารถสร้างบ้านจากตัวต่อเลโก้ได้น่าทึ่ง ทั้งทางด้านองค์ประกอบต่างๆด้านวิศวะกรรม และการเลือกใช้สีสันของตัวบ้านที่สวยงาม มันเป็นสิ่งเล็กๆที่เธอสามารถสรรค์สร้างมันออกมาได้อย่างลงตัว ถ้าหากเธอร้องตะโกนบอกกับทุกคนได้ เธอก็คงจะอยากร้องตะโกนออกไปว่า “นี่ล่ะค่ะ บ้านของหนู” ไม่น่าเชื่อว่าเด็กหญิงที่นอนป่วยอยู่นาน จะมีจินตนาการที่ล้ำลึกได้ขานาดนี้ แต่น่าเสียดายที่พรสวรรค์อันนี้ของเธออาจไม่มีโอกาสที่จะสานต่อไปได้ เพราะถ้าหากว่าเธอยังคงมีปัญหาทางด้านการมองเห็นและประสาททางด้านการรับฟังอยู่แบบนี้ อาจจะส่งผลไปถึงการเรียนและอนาคตของเธอ ฉันว่ามันช่างน่าเสียดายเหลือเกิน ที่เด็กที่มีความใฝ่ฝันและมีจินตนาการที่สูงขนาดนี้ จะต้องผเชิญกับสิ่งที่เลวร้ายขนาดนี้ตั้งแต่ยังเล็ก ทำไมฟ้าช่างใจร้ายกับเธอเหลือเกิน และถ้าเธอเลือกได้ ฉันเชื่อว่าเธอก็คงไม่มีความสุขหรอก กับการที่เธอต้องนอนรักษาตัวจนเป็นเจ้าแม่แห่งตึก ส . 8 แห่งนี้ .
บ้านของเจ้าแม่
จินตนาการของเธอ ที่กำลังจะก้าวเข้าไปอยู่ในโลกของความเงียบ
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
อัยการชาวเกาะ · 7 พ.ย. 2550
สุวรรณา · 7 พ.ย. 2550
ข้าพเจ้า · 7 พ.ย. 2550
chuleeporn chaipunya · 7 พ.ย. 2550
chuleeporn chaipunya · 7 พ.ย. 2550
วัลลา ตันตโยทัย · 7 พ.ย. 2550
นายวาโย · 7 พ.ย. 2550
เล่าเรื่องได้ดีขึ้นค๊า แต่อาจจจะต้องใส่รายละเอียดและ การดำเนินเรื่อง ที่น่าสนใจมากกว่านี้ เรื่องนี้ถือว่ามีตัวเอกที่น่าสนใจมากนะค่ะ
การเล่าเรื่องสื่อได้ดีเลย อ่านแล้วรู้สึกว่าน่ารักดี
แต่อาจจะกระชับข้อความและใส่รายละเอียดชัดเจนกว่านี้ เพราะตอนหลังเหมือนเป็นเรื่องทั่วไป ความสนใจลดลงไปนิสนะจ๊ะ แต่รวมๆก็เขียนได้ดีนะ