ในบันทึกที่แล้วผมได้พยายามปรับจูนทัศนคติของผู้เรียน ให้ลดความกลัวแล้วกล้าบอกความจริง ซึ่งเป็นลักษณะของการปรับจูนกลุ่มคนที่ มีระดับบังคับบัญชาน้อยกว่าผม อายุก็น้อยกว่า ประสบการณ์ก็น้อยกว่า ฉะนั้นการพูดคุยกันย่อมง่าย ผมสามารถที่จะเข้าไปพูดคุยได้ด้วยตนเอง...
<p style="text-justify: inter-ideograph; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> ยังคงเหลือการปรับจูนทัศนคติของทีมคุณครู จากไทย ซึ่งถ้าเทียบแล้วเป็นพนักงานที่ถือได้ว่าเป็นระดับรุ่นพี่ของผม ระดับบังคับบัญชาก็สูงกว่า ประสบการณ์มากกว่า ที่แน่ๆทำงานเก่งกว่าผมแน่นอน ซึ่งความเก่งนั้นเป็นการเก่งเกี่ยวกับการ Operation เครื่องจักร แต่อาจจะขาด Skill เรื่องของ “คน” เมื่อกลุ่มนี้ถ้าเทียบกันแล้วผมเป็นรองแทบทุกด้าน หากจะเดินเข้าไปบอกตรงๆ คงลำบาก…แต่มีสิ่งหนึ่งที่พอเห็นทางบ้างก็คือ พี่ๆกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ทัศนคติ ดี อยู่แล้ว และมีความสนิทกับผมเป็นการส่วนตัว…</p> <p style="text-justify: inter-ideograph; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> การที่พี่ๆเขามัศนคติที่ดี จึงพอมีช่องทางในการที่ผมจะปรับจูน วิธีการสอนได้ ผมพยายามคิด และหาโอกาสที่จะปรับเปลี่ยนวิธีการสอนงานของพี่ๆ…เรียกได้ว่าพยายามจะให้เนียนที่สุด เพื่อไม่ให้ไปสะดุดอารมณืของพี่ๆได้ ….ผมใช้ขั้นตอนดังนี้ครับ…</p> <p style="text-justify: inter-ideograph; margin: 0cm 0cm 0pt 39.75pt; text-indent: -18pt; text-align: justify; tab-stops: list 39.75pt" class="MsoNormal">1. เป็นพวกเดียวกัน ผมเข้าไปอยู่ในกลุ่มพี่ๆ โดยเข้าไปช่วยงานเตรียมการสอน อำนวยความสะดวกให้ เรียกได้ว่าพี่เขาใช้อะไรก็ทำล่ะครับ ช่วยผ่อนแรงพี่ๆ เช่นทำ Slide ให้ ถ่ายรูปที่จะใช้สอนงานให้ ,แม้กระทั่งการจัดหาน้ำให้ดื่ม ฯลฯ การทำเช่นนี้ผมต้องการให้พี่ๆรู้สึกผ่อนคลาย อย่างน้อยก็มีคนช่วยงานอีกคน ผมจะร่วมอยู่กับพี่ๆทุกกระบวนการ แม้แต่เขาบ่น ผมก็บ่นตาม..</p> <p style="text-justify: inter-ideograph; margin: 0cm 0cm 0pt 39.75pt; text-indent: -18pt; text-align: justify; tab-stops: list 39.75pt" class="MsoNormal">2. ตั้งคำถามชวนคิด ในระหว่างการร่วมทำงาน หากมีโอกาสผมก็จะสอดแทรกคำถามที่ให้พี่ได้คิด เช่น จะถามว่าถ้าสอนแล้วไม่เข้าใจจะทำอย่างไร , เพราะอะไรเขาถึงไม่เข้าใจ…ซึ่งเมื่อถามๆไปพี่ก็จะบ่นว่าน้องๆกัมพูชาไม่สนใจเรียนบ้าง , คุยกันไม่รู้เรื่องบ้าง…</p> <p style="text-justify: inter-ideograph; margin: 0cm 0cm 0pt 39.75pt; text-indent: -18pt; text-align: justify; tab-stops: list 39.75pt" class="MsoNormal">3. ชวนย้อนอดีต..ถ้ามีโอกาสผมก็จะชวนพี่ๆย้อนอดีตโดยการถามอีกเช่นกัน เช่นถามว่า พนักงานกัมพูชาตอนนี้เหมือนเราตอนเข้างานใหม่หรือเปล่า, เราเข้างานใหม่เรียนงานอย่างไร..ซึ่งพอถึงตอนนี้คำตอบที่ได้มาจะเข้าทางผมล่ะครับ..พี่บางคนก็ตอบมาว่า “ตอนเข้างานใหม่เวลาพี่สอนนึกภาพไม่ออก แต่ก็ยังดีเพราะคุยภาษาเดียวกัน..</p> <p style="text-justify: inter-ideograph; margin: 0cm 0cm 0pt 21.75pt; text-indent: 14.25pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ทั้งหมดทั้งสิ้นผมใช้เวลาพอสมควรครับ ค่อยๆคุยกับพี่ๆ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการคุยเล่นกันบ้าง คุยแบบทีเล่นทีจริง แต่หวังผลจริงๆนะครับ การถามของผมเพื่อให้พี่ๆได้คิดหาวิธีการสอนงานใหม่ ถึงแม้ผมจะมีคำตอบอยู่ในใจอยู่แล้วว่าสถานการณ์อย่างนี้จะต้องใช้วิธีไหนสำหรับการสอนงาน แต่ผมก็ไม่บอกตรงๆ ผมใช้วิธีการตั้งคำถามให้ผู้สอนได้คิด ซึ่งคำถามแต่ละคำถามผมคิดแล้วคิดอีกว่าจะถามอย่างไร ถามแล้วไม่ให้ผู้ฟังรู้สึก หรือแม้บางครั้งผมถามไปก็ไม่ได้หวังผลว่าจะมีคำตอบ แต่หวังผลเพื่อให้ได้คิด พื่อต้องการให้เขารู้สึกว่าเขา คิดได้เอง จะก่อให้เกิดพลังในการปฏิบัติได้ดีกว่า ที่ผมจะเข้าไปบอกตรงๆ สุดท้ายผมใช้เวลาปฏิบัติการในขั้นตอนนี้ สัปดาห์กว่าๆ พี่ๆเขาเปลี่ยนวิธีการสอนงานครับ…โดยเปลี่ยจากการสอนในห้อง มาเป็นการพาเรียนที่หน้างานจริงๆ ให้เห็นถึงการทำงานจริงๆ </p> หลังจากที่พี่ๆเปลี่ยนวิธีการสอนแล้ว เราได้เห็นถึงผลของการเปลี่ยนแปลงได้ค่อนข้างชัด สิ่งแรกที่ได้เห็นก็คือ ความสัมพันธ์ระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน มีความเป็นกันเองมากขึ้น …บรรยากาศการเรียน การสอนเริ่มดี..เท่านี้ผมก็สบายใจแล้วล่ะครับ..