วันที่ 15 ต.ค.50  ผมไปรับใช้ บวท. (บัณฑิตสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย)   โดยทำหน้าที่ผู้ดำเนินการสุนทรียสนทนา เรื่อง "ประเทศไทยกับ Compulsory Licensing (CL)"  ในการประชุมใหญ่ประจำปีของ บวท.

         บวท. เป็นมูลนิธิหรือองค์กรสาธารณประโยชน์ที่มีเป้าหมายที่การสร้างพลังทางปัญญาและเอาพลังทางปัญญาไปทำประโยชน์ให้แก่สังคม   เราช่วยกันออกเงินคนละ 10,000 บาทตั้งองค์กรนี้เพื่อรับใช้สังคม

         เรื่อง CL เป็นเรื่องซับซ้อนและเกิดความขัดแย้ง  คิดไม่ตรงกัน  แสดงความเห็นขัดแย้งกัน  ระหว่างกระทรวงสาธารณสุขไทยกับทางการของสหรัฐอเมริกาและกลุ่มบริษัทยา  รวมทั้งในประเทศไทยก็มีข่าวมีการแสดงความเห็นไม่ตรงกัน

         ประธานฯ บวท. คือ ศ. ดร. ยอดหทัย เทพธรานนท์ (หมดวาระไปแล้วเมื่อวันที่ 16 ต.ค.50 หลังจากทำหน้าที่ 2 สมัย  ขณะนี้ประธานฯ บวท. คือ ศ. ดร. มรกต ตันติเจริญ)  ออกความคิดว่า  น่าจะเชิญ นพ. สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ (นักวิชาการสาธารณสุขเชี่ยวชาญพิเศษ ระดับ 11) กับนายกสมาคมผู้วิจัยและผลิตเภสัชภัณฑ์ (PREMA) มา "วิวาทะ" (debate) กัน   แต่เกรงว่าจะทะเลาะกันหรือเกิดบรรยากาศขัดแยังเกินไป   ไม่ประเทืองปัญญา

         ผมจึงอาสาเป็น "กรรมการเป่านกหวีด" ให้เอง   คือเป็นผู้ดำเนินการการประชุม  แต่ขอไม่ใช้วิธีประชุมแบบ "วิวาทะ"   ขอใช้การประชุมแบบ "สุนทรียสนทนา" (dialogue)   โดยผมได้เสนอกติกาของการประชุมดังนี้ (click)

         ในวันประชุมบรรยากาศดีมาก  ทั้งในด้านบรรยากาศมิตรภาพรับฟังซึ่งกันและกัน  รับฟังความเห็นและข้อมูลที่แตกต่าง   เกิดความเข้าใจความซับซ้อนและความเชื่อมโยงของเรื่อง CL ไปยังประเด็นด้านระบบทรัพย์สินทางปัญญาของโลก - ของประเทศที่ระบบนี้ยังไม่แข็งแรง   รากเหง้าของปัญหาที่มาจากความเหลื่อมล้ำในสังคม    กติกาการค้าโลกที่อนุญาตให้ทำ CL ได้   ระบบและวิธีการเจรจาผลประโยชน์ของประเทศกับมหาอำนาจที่รักษาผลประโยชน์ของเขา ฯลฯ

         เข้าใจว่า บวท. คงจะสรุปประเด็นจากการประชุมขึ้นเว็บไซต์ www.tast.or.th   ผมจึงไม่เล่ารายละเอียด

         ผมมีความสุขที่ได้รับใช้ บวท. - สังคมไทย   ได้แสดงไมตรีต่อ PREMA   และได้ฝึกทักษะการเป็น "คุณอำนวย" ใช้เครื่องมือ "สุนทรียสนทนา"

วิจารณ์  พานิช
 16 ต.ค.50