สิ่งที่เหนือธรรมชาติ

เรื่องเล่ากลับจากชายแดนตอนที่ ๓
    เข้าสู่เดือนที่ ๓  เป็นเหตุการที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้กตัว เรื่องต่อไปนี้เป็นความเชื่อ และสิ่งเหนือธรรมชาติ ที่เกิดขึ้นโดยที่เรามองไม่เห็น เกี่ยวกับวิญญาณ อาจจะว่า งมงาย เกิดขึ้นแล้วกับตัวผมเอง        
    มีอยู่วันหนึ่งของเดือนที่ ๓ ของการทำหน้าที่รักษาความสงบตามแนวชายแดน มีอยู่วันหนึ่งผมและเพื่อน ๆ ทหารเข้าเวณ เพราะเป็นหน้าที่ของทหาร ทีจะต้องปฎิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ในวันนั้นเป็นวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เป็นวันพระ ผมเข้าเวณผลัดที่ ๓ ผมเข้าเวณเที่ยงคืน ถึงตี ๒ ผมกับเพื่อนเข้าเวณกับเพื่อน เป็นเวณคู่ เพราะต้องเข้าที่ละ ๒ นาย ในช่วงนั้นเป็นเวลา ตี ๑ . ๕0 นาที ผมนั่งถือปืนเอ็ม 16 พร้อมบรรจุกระสุน 20 นัดและได้เสริดปืนไว้ ในช่วงนาทีระทึกใจได้เกิดขึ้น ผมนั่งกับเพื่อน ส่วนเพื่อนอ่านหนังอยู่ ห่างประมาณ ๑ - ๒ เมตร จะว่าหรับก็ไม่ใช่ ผมหันหน้าไปทางชายป่า ซึ่งเป็นรวดหนามกั่นไว้ คุณพระช่วยลูกด้วย ผผผผมเห็นเด็กหน้าเขียวมีแสง ผมตกใจอย่างแรง ล้มลงกับพื้นพร้อมปืน M 16 เสียงดังโครม หมดสติไปคู่ เพื่อนที่นั่งอ่านหนังสือ จึงร้องขึ้นมาว่าเพื่อนลุกมาเป็นอะไรไป ผมได้ยินเสียงเพื่อนเรียก เบามากครับผม ผมจึงรู้สึกตัวลุกขึ้นมา เพื่อนจึงถามผมว่าเห็นอะไร ผมจึงตอบเพื่อนไปว่า คงหลับใน แต่ที่แท้จริงแล้วไม่ใช่ผมโกหกเพื่อน ไม่ให้เพื่อนรู้ เพราะภาพที่ผมเห็นเป็นเด็กที่ตายไป ในเดือนที่ผ่านมา ผมจึงตั้งสติได้เพราะถ้าผมพูดไป เพื่อนจะกลัวมาก เพราะเพื่อนเป็นคนกลัวผีอยู่แล้ว ผมจึงไม่พูดอะไรมากในความคิดผม เด็กที่ตายไปเขาคงมาขอส่วนบุญ ผมจึงกรวดน้ำแผ่ส่วนบุญให้เขา อิทังเม สุขขินัง โหนตุ สุขขิตาโหนตุ ยาตะโย นี้เละครับที่เขาเรียกว่าสิ่งที่เหนือธรรมชาติ และความเชื่อที่ประสบพบเห็น บางท่านอาจว่างมงาย ผมเชื่อสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความจริง  คือไม่เชื่อย่าลบหรู่ตอนที่ ๔ เรื่องที่จะเล่าคือ กลัวคนยิ่งกว่ากลัวผีครับ เป็นโจรขโมยรถยนตร์ อาวุธ ปืนร้ายแรง ระเบิดพร้อมคบมือ ทุกอย่าง ครับ อ่านต่อตอนที่ ๔