ต่อจาก สังคมไทยไม่สมานฉันท์....เพราะ
๔
พ.ร.บ. สุขภาพ :
เครื่องมือแก้ความติดขัดของชาติ
พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ เป็นการออกแบบมาเพื่อแก้ความติดขัดของชาติ ดังต่อไปนี้
- ใช้แนวคิดทางสายกลาง ความติดขัดเกิดจากสาเหตุที่ลึกที่สุด คือ การคิดแบบแยกส่วนตายตัวซึ่งนำไปสู่ความสุดโต่ง การคิดแบบแยกส่วนตายตัวไม่ว่าจะดีแค่ไหน ในที่สุดจะนำไปสู่ความแบ่งแยก ขัดแย้ง และรุนแรง พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ ใช้แนวคิดทางสายกลางของพระพุทธเจ้า ที่เห็นความเชื่อมโยงของสิ่งต่างๆ อย่างเป็นกระแสของเหตุปัจจัย (อิทัปปัจจยตา) ไม่แบ่งแยก ไม่กีดกัน ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อสิ่งใด มุ่งส่งเสริมความร่วมมือและการสร้างเหตุปัจจัยที่ดี แนวทางสายกลางจะทำให้เกิดความร่วมมือมากขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นพลังทางสังคม พลังทางปัญญา และพลังทางการจัดการ ที่จะสร้างการอยู่ร่วมกันด้วยสันติ ซึ่งเรียกว่า สุขภาวะหรือสุขภาพ
- สร้างเป้าหมายและวิสัยทัศน์ร่วม กลุ่มหรือองค์กรหรือสังคมที่มีเป้าหมายและวิสัยทัศน์ร่วมจะมีความสมานฉันท์ และพลังสร้างสรรค์อย่างมหาศาล ถ้าต่างคนต่างมีเป้าหมายของตัวเอง ก็ไม่มีความสมานฉันท์และพลังสร้างสรรค์ การเอาเศรษฐกิจและพรรคการเมืองเป็นตัวตั้งย่อมไม่เกิดพลังร่วมได้ เพราะขึ้นกับว่า เศรษฐกิจของใคร พรรคการเมืองของใคร ตัวกูของกูยิ่งมากยิ่งทำให้แตกแยก
พ.ร.บ.สุขภาพ ชักชวนการสร้างเป้าหมายและวิสัยทัศน์ใหม่ ว่า เอาสุขภาพหรือเอาสุขภาวะเป็นตัวตั้งเถอะ อย่าเอาอย่างอื่นเป็นตัวตั้งเลย เพราะทุกคนย่อมปรารถนาความสุข และความสุขหรือสุขภาวะตาม พ.ร.บ. สุขภาพนี้ มีความลึกซึ้งครอบคลุมมาก เพราะหมายถึงสุขภาวะที่สมบูรณ์ทั้งทางกาย ใจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นองค์รวม
ถ้าสังคมมีเป้าหมายร่วมกันที่สุขภาพหรือสุขภาวะของคนทุกคนทั้งหมดทั่วทุกคน สังคมย่อมเห็นร่วมกันได้ เมื่อมีเป้าหมายและวิสัยทัศน์ร่วม ย่อมเกิดความสมานฉันท์และพลังสร้างสรรค์อย่างมหาศาล ฉะนั้น ข้อสำคัญที่สุดต้องใช้ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ ขับเคลื่อนให้คนทั้งประเทศมีเป้าหมายและวิสัยทัศน์ร่วม เป้าหมายและวิสัยทัศน์ร่วมจะเป็นพลังสร้างสรรค์ที่ทำให้เกิดความสำเร็จตามมา -
เป็นกลไก "สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา" เพื่อเขยื้อนสิ่งยาก สังคมปัจจุบันมีความซับซ้อนหลายมิติ และเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จึงมีปัญหายากๆ ที่แก้ไม่ได้ด้วยการใช้อำนาจอย่างเดียว การแก้ปัญหาต่างๆ จึงมักไม่สำเร็จเพราะการใช้อำนาจตามที่คุ้นเคยกันมาแต่เดิม พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ ออกแบบมาเพื่อเป็นกลไก "สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา" ให้สามารถเคลื่อนสิ่งยาก ที่ตามปรกติเคลื่อนไม่ได้ นั่นคือสามเหลี่ยมที่มีองค์สามเข้ามาบรรจบกัน คือ
หนึ่ง การสร้างความรู้ที่เกี่ยวข้อง
สอง การเคลื่อนไหวสังคมหรือการเรียนรู้และมีส่วนร่วมของสังคม
สาม อำนาจรัฐ
องค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่งตามลำพัง หรือแม้สอง ไม่มีพลังพอที่จะเคลื่อนสิ่งยาก แต่ถ้าองค์ประกอบมาบรรจบครบสามจะสามารถ "เขยื้อนภูเขา" หรือเขยื้อนสิ่งยากได้
พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติได้ออกแบบให้มีคณะกรรมการที่มาจากทั้งภาคอำนาจรัฐ ภาควิชาการ และภาคสังคม การกำหนดให้มีสมัชชาสุขภาพจังหวัดก็ดี สมัชชาสุขภาพแห่งชาติก็ดี และสมัชชาสุขภาพเฉพาะเรื่องก็ดี เพื่อเป็นกลไกให้สังคมมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางในการกำหนดนโยบายสาธารณะ เพื่อให้การกำหนดนโยบายสาธารณะไม่เป็นเรื่องแยกส่วนอีกต่อไป แต่เป็นกระบวนการที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์
- ใช้กลไกการจัดการที่เป็นองค์กรของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ กำหนดให้มีสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติเป็นองค์กรอิสระ ที่ไม่ใช่ส่วนราชการ ระบบราชการซึ่งออกแบบมาสำหรับปฏิบัติภารกิจโบราณ ขาดประสิทธิภาพ ที่จะทำงานในสังคมปัจจุบันที่ซับซ้อน ขาดความสามารถในการทำงานเชิงนโยบายและยุทธศาสตร์ ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ "สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา" ต้องการความสามารถสูงทั้งการจัดการสร้างความรู้ การจัดการเคลื่อนไหวทางสังคมเชิงเรียนรู้และมีส่วนร่วม และการเชื่อมโยงกับการเมืองและอำนาจรัฐทุกระดับเชิงเรียนรู้ร่วมกัน นโยบายดีๆ ต่างๆ แต่ล้มเหลว เนื่องจากขาดการจัดการเชิงนโยบายและยุทธศาสตร์ที่มีประสิทธิภาพ เพราะใช้ระบบราชการที่ไร้ประสิทธิภาพแล้ว เป็นกลไกดำเนินการ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ กำหนดกลไกการจัดการเชิงนโยบายและยุทธศาสตร์ที่ไม่ใช่ส่วนราชการ ซึ่งจะมีประสิทธิภาพมากกว่ามาก
- เป็นกระบวนการทางศีลธรรม กิจกรรมต่างๆ ในสังคมที่เกี่ยวกับอำนาจและเงิน มีเป็นอันมากที่ก้าวล่วงพรมแดนทางศีลธรรม ปัญหาทางศีลธรรม จริยธรรมเป็นปัญหาใหญ่ที่ไม่มีคำตอบ แม้แต่สถาบันทางศาสนาซึ่งเคยป็นสถาบันหลักในครั้งโบราณ มาบัดนี้ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงและความซับซ้อนของสังคมสมัยใหม่ ก็ดูไม่มีน้ำยาเอาเสียเลย เรื่องสุขภาพเป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิต เลือดเนื้อ ความเป็น ความตาย ความจน ความอยุติธรรม ถ้าทุกฝ่ายร่วมกันตามที่ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ ออกแบบไว้ จะเป็นกระบวนการทางศีลธรรมที่ใหญ่ที่สุดที่เข้ามาเยียวยาสังคม และเยียวยาโลก ที่เจ็บป่วยอยู่อย่างวิกฤต
ฉะนั้น พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ ที่แม้จะดูไม่ให้ความรู้สึกที่ซุ๋ซ่าเหมือนเรื่องเศรษฐกิจและการเมือง แท้ที่จริงแล้วเป็นเรื่องที่มีวัตถุประสงค์ใหญ่มาก ผ่านเลยเรื่องเศรษฐกิจและการเมืองไปสู่การสร้างสุขภาวะของทั้งปัจเจกบุคคล และของคนทั้งมวลเป็นส่วนรวม โดยคำนึงถึงสุขภาวะทั่วทุกมิติ ทั้งทางกาย ทางจิต ทางสังคม และทางปัญญา ใช้แนวคิดทางสายกลาง มุ่งสร้างเป้าหมายและวิสัยทัศน์ร่วม เพื่อความสมานฉันท์และพลังสร้างสรรค์มหาศาล ใช้กลไกการจัดการทางนโยบายและยุทธศาสตร์ ที่นำเอาทุกฝ่ายเข้ามาร่วมเรียนรู้ในการปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่ทั้งหมดเป็นกระบวนการทางศีลธรรมที่ใหญ่ที่สุด
ถ้าพยายามทำความเข้าใจและร่วมกันใช้ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ ให้เป็นประโยชน์อย่างเต็มที่ ประเทศจะเกิดพลังสมานฉันท์และพลังสร้างสรรค์อันยิ่งใหญ่ ที่คนไทยทั้งหมดร่วมกันขับเคลื่อนประเทศของเราไปสู่สิ่งสูงสุดของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ หรือศานติสุข หรือสุขภาวะสมบูรณ์