เรายืนอยู่ฝั่งไหน

วันเสาร์ที่ผ่านมาเป็นวันออกพรรษา  ตื่นแต่เช้าเตรียมของไปตักบาตรเทโว  ที่วัดดอนยายหอม  วัดนี้เป็นวัดเก่า  มีตำนานว่ายายหอมได้เก็บพระยาพานไปเลี้ยง  และต่อมาก็คือผู้สร้างองค์พระปฐมเจดีย์ให้สูงเท่านกเขาเหินเพื่อไถ่บาปที่ไปกระทำปิตุฆาต วัดดอนยายหอมมีหลวงพ่อเงิน  ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านมากจนถึงปัจจุบัน  แม้ว่าท่านจะล่วงลับไปแล้วก็ตาม

งานบุญในวันนี้นี้ถือเป็นงานบุญของคนทั้งตำบล  ญาติพี่น้องไม่ว่าจะไปทำงานห่างไกลแค่ไหน  ก็มักจะกลับมาบ้านเกิด  คนไปทำบุญกันมาก  วัดที่กว้างขวางกลับแคบอย่างทันตาเห็น  พี่สะใภ้ในฐานะผู้เชี่ยวชาญนำเสื่อไปจองที่นัยว่าเล็งใต้ต้นไทร  เพราะจะได้ไม่ร้อน  ตั้งแต่หกโมงเช้า  แต่ไปแล้วกลับมาเล่าให้ฟังว่ายังมีคนไปจับจองก่อนอีก  ลุงข้างบ้านบอกว่าไปจองกันตั้งแต่สองทุ่มของคืนวันก่อน  แต่ไม่เป็นไรวัดกว้างขนาดนั้นจึงยังพอมีที่ให้จองอยู่บ้าง  แปดโมงเช้าขบวนญาติพี่น้องนับแล้วแปดชีวิต  (ยังไม่นับอีกจำนวนหนึ่งที่นัดกันที่วัด)  เริ่มออกจากบ้านมารวมตัวกันที่บ้านแม่  แม่ต้องอยู่บ้านบอกว่าไปไม่ไหว  จึงมอบหมายหน้าที่ให้ลูกหลานไปทำบุญแทน  (ทุกๆบ้านก็เป็นแบบนี้)  ถึงวัดเสื่อยังอยู่ดี รู้สึกทึ่งที่คนนับร้อยให้ความเราเจ้าของทั้งๆไม่มีคนเฝ้าอยู่  ไม่ว่าจะเป็นเสื่อ  กระดาษ  หนังสือพิมพ์ หรือเก้าอี้ตัวเตี้ยๆ  (แอบคิดไม่ได้ว่าช่วงที่ห้องสมุดเปิด 24 ชั่วโมง  มีการจองโต๊ะกันแบบนี้เลย  แต่ตอนนั้นเราไม่ยักกะคิดแบบนี้  เรากลับคิดว่าแหมช่างกระไรเลย  จองกันอยู่ได้  -ความคิดคนเราหนอช่างเปลี่ยนแปลงไปได้ -ขึ้นอยู่ว่าเรายืนอยู่ฝั่งไหน- เป็นอีกหนึ่งบทเรียนที่ได้รับในวันนี้)  ตรงที่พวกเรานั่งห่างจากโบสถ์ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นมาก  เสียงค้นเริ่มฮือฮา  เป็นสัญญาณว่าพระเริ่มมาแล้ว ดูเวลาประมาณเก้าโมงกว่า  ผู้เฒ่านั่งใกล้ๆ กันบอกว่า  วันนี้พระลงโบสถ์เร็ว 

<p style="text-align: center"></p>

จวนมาแล้วจ้า

มาแล้วจ้า  

มองเห็นยอดสัปทนกางเหนือพระพุทธรูป  ญาติโยมมักวางดอกไม้สดและสตางค์  หลังจากนั้นกรรมการวัดจะนำไนบยอดเงิน  แล้วแจ้งยอกให้ทราบโดยทั่วกัน  ส่วนการตักบาตรเทโว  มักเตรียมของเป็นชิ้นเล็กๆ  เท่ากับจำนวนพระและเณร  ปีนี้ข่าวแจ้งว่ามีจำนวน  54  รูป  (และก็จะเป็นเลขเด็ดในโอกาสต่อไปสำหรับบางคน) 

ทุกคนก็จะช่วยกันใส่

 ใส่บาตรแบบคุณตา

ลูกหลานช่วยกัน

เมื่อช่วยกันใส่บาตรแล้ว  บางส่วนกลับบ้ายเลย  บางส่วนกลับขึ้นศาลาการเปรียญ ฟังพระสวดมนต์และถวายภัตตาหารเพล  อาหารที่ได้ทั้งข้าวสาร  ข้าวสุก  อารหารแห้ง  จะถ่ายเทนำไปรวมกัน  คัดแยก  ส่งต่อให้กับหน่วยงานต่างๆ  เช่น  ให้เรือนจำ  หรือไปช่วยผู้ประสบภัย หรือตามที่คณะกรรมการวัดจะดำเนินการ  พวกเราจึงได้ทั้งทำบุญและทำทานในคราวเดียวกันภารกิจหลังจากนี้ปลายทางอยู่ที่ห้องสมุดสานแสงอรุณ  ซึ่งจะมาเล่าให้ฟังต่อไป

</span>