สร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการอ่าน

     สังคมไทย  สังคมแห่งการอ่าน  (ตอนที่ ๑)บทนำ               ทุกครั้งที่มีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นในโรงเรียนฮอกวอร์ต เฮอร์ไมโอนี่ เพื่อนซี้ของพ่อมดน้อยแฮร์รี่ พอตเตอร์ จะพา ผองเพื่อนตรงดิ่งไปยังห้องสมุด เพื่อหาคำอธิบายและหาหนทางช่วยเหลือแฮร์รี่ ในขณะที่ฝั่งอเมริกา มอร์แกน หนูน้อยวัย9ขวบ และโบน้องสาววัย 5 ขวบ สองตัวละครในภาพยนตร์เรื่อง Signs ค้นพบก่อนผู้ใหญ่ว่าเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นในไร่ของ พวกเขานั้นมาจากฝีมือมนุษย์ต่างดาว โดยอ่านจากหนังสือสารานุกรมเล่มโตที่อยู่ในห้องนอน
          เรื่องราวข้างต้นคือฉากเล็กๆ จากภาพยนตร์เรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ และไซนส์  ที่ถ่ายทอดวัฒนธรรมการอ่านและการเรียนรู้ของเด็กอังกฤษ อเมริกัน รวมทั้งเด็กในโลกตะวันตกได้เป็น อย่างดี เด็กเหล่านี้ได้รับการปลูกฝังให้มีอุปนิสัยรักการอ่านมาตั้งแต่เยาว์วัย หากมีข้อสงสัยหรืออยากรู้เรื่องใด เขาจะตรงดิ่งไป ห้องสมุดหรือร้านหนังสือเพื่อหาคำตอบในเรื่องนั้นๆ ด้วยตนเอง ชาวตะวันตกจึงเติบโตขึ้นมาพร้อมกับอุปนิสัยรักการอ่านใน ขณะที่หากย้อนกลับมามองบ้านเราเมื่อมีการเผยสถิติที่น่าสนใจว่าคนไทยโดยเฉลี่ยอ่านหนังสือเพียง 10 บรรทัดต่อ คนต่อปี  ทำให้ปัญหานี้กลายเป็นปัญหาระดับชาติไปในทันที
          ทั้งนี้ มีการประมวลสาเหตุที่ทำให้คนไทยส่วนใหญ่ขาดอุปนิสัยรักการอ่าน  เช่น  สาเหตุอาจจะเกิดจาก  การขาดการกระตุ้นและส่งเสริมให้รักการอ่านตั้งแต่วัยเยาว์  หรืออาจจะเกิดจากการถูกเร่งรัดให้อ่านอย่างผิดวิธี เช่น ให้เริ่มอ่านพยัญชนะ ก ข ค ผสมสระ อะ อา เป็นวิธีสอนอ่านคำที่ไม่มีความหมาย ไม่ สอดคล้องกับสิ่งที่เด็กคุ้นเคย ทำให้เด็กไม่สนุกที่จะอ่าน  การที่ต้องอ่านในสิ่งที่ไม่ชอบ  วิธีการสอนให้อ่านแบบขาดเทคนิคจูงใจ และชอบลงโทษเด็กเวลาอ่านผิด  หรือต้องถูกบังคับให้อ่านโดยขาดความพร้อม  และการที่เด็กใช้เวลากับสิ่งอื่นๆ มากเกินไป เช่น โทรทัศน์ วิดีโอ หรือเกมคอมพิวเตอร์
          
เพื่อสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการอ่าน ซึ่งเป็นพื้นฐาน สำคัญในการเรียนรู้  มีเทคนิคและวิธีการปลูกฝังอุปนิสัยรักการอ่าน  เพื่อเป็นแนว ทางสำหรับผู้ปกครอง ครูอาจารย์ และผู้สนใจนำไปปรับใช้
ครอบครัว : สร้างนิสัยรักการอ่าน
          บ้านเป็นสถานที่แห่งแรกที่จะเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งการอ่านให้กับเด็กก่อนส่งต่อไปยังโรงเรียน เพราะธรรมชาติของเด็กจะ จับตามองและเลียนแบบพฤติกรรมของพ่อแม่อยู่เสมอ นักวิชาการเชื่อว่าเด็กที่มองเห็นพ่อแม่อ่านหนังสือเป็นประจำจะรู้สึกสนใจ และอยากอ่านหนังสือบ้างแม้จะยังอ่านไม่ได้  เว็บไซต์ www.essortment. com แนะนำเทคนิคการปลูกฝังให้เด็กรักการอ่าน (Tips for motivating children to read) ไว้ดังนี้
          1.อ่านหนังสือร่วมกันเป็นประจำทุกวัน ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงวัยที่เด็กอ่านออก เริ่มด้วยหนังสือภาพขนาดใหญ่ที่บอกเล่า เรื่องราวด้วยภาพ โดยเปิดสมุดดูร่วมกันกับเด็กแล้วอ่านเรื่องราวให้เขาฟัง สังเกตว่าเด็กชอบหนังสือเล่มไหนมากที่สุดแล้วอ่าน ให้เขาฟังซ้ำๆ เพราะเด็กจะเข้าใจต่อเมื่อได้เห็นและได้ยินบ่อยๆ กระทั่งจำความหมายของคำต่างๆ ได้

         2.พูดคุยถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในหนังสือเป็นการทบทวนหลังอ่านจบ เช่น หนูชอบสัตว์ตัวไหนมากที่สุด ทำไมถึงชอบตัวนี้ แล้วทำไมไม่ชอบสัตว์อีกตัวหนึ่ง บางครั้งเด็กจะอ่านหนังสือที่เป็นเรื่องราวของเขาเอง เพราะยังอ่านไม่ออก แต่จะจินตนาการ จากภาพที่เห็นแล้วเล่าเรื่องตามนั้น ผู้ใหญ่ควรรับฟังอย่างตั้งใจแล้วคอยช่วยเสริมหรือตั้งคำถามนำเป็นช่วงๆ

         3.ใช้วิธีจูงใจอ่าน โดยเริ่มจากคำศัพท์ที่คุ้นเคยในชีวิตประจำวัน เช่น ชื่อตนเอง พ่อ แม่ ส่วนต่างๆ ของร่างกาย คำตรง กันข้าม เช่น หน้า - หลัง, ใน - นอก สีต่างๆ แต่ไม่จำเป็นต้องทำตามขั้นตอนเสมอไป ดูว่าเด็กกำลังสนใจอะไรให้รีบสอน เช่น เห็นสุนัขก็อาจชี้บอกว่า "หมา" เห็นบ่อยๆ ก็สอนบ่อยๆ จนจำได้ เอารูปสุนัขที่มีตัวหนังสือเขียนประกอบให้ดูและลองเขียนใน กระดาษเป็นคำให้ดู ไม่นานเด็กจะอ่านคำนี้ได้และเริ่มสะกดคำอื่นๆ ต่อไป

        4.พาลูกไปห้องสมุดและร้านหนังสือกับคุณด้วยเสมอ ให้เด็กคุ้นเคยกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยหนังสือ และไม่กลัวห้องสมุด สอนให้รู้จักหนังสือแต่ละประเภทที่มีอยู่ เมื่อเขาโตพอจะได้สามารถเลือกหนังสือเล่มที่ตัวเองสนใจ พร้อมทั้งอนุญาตให้ เด็กเลือกซื้อหนังสือด้วยตนเอง จะกระตุ้นให้เด็กรู้สึกชื่นชอบการอ่าน

     5.ทำให้การอ่านเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันเช่น ถ้าเด็กสนใจการทำอาหารให้ซื้อตำราอาหารมาศึกษาวิธีการทำอาหาร ชนิดต่างๆ ถ้าเด็กชอบเล่นกับสุนัขที่บ้าน ซื้อหนังสือเกี่ยวกับการเลี้ยงสุนัขมาอ่านร่วมกันกับเขา จะช่วยปลูกฝังให้เด็กเรียนรู้การ หาความรู้จากหนังสือตั้งแต่วัยเยาว์

      6.บอกให้เด็กรู้จักวัตถุประสงค์ของการอ่านที่หลากหลาย ทั้งการอ่านเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ และการอ่านเพื่อหาความรู้ หรือข้อมูลต่างๆ

      7.ให้หนังสือเป็นของขวัญในโอกาสต่างๆ

      8.เมื่อเด็กเริ่มย่างเข้าสู่วัยรุ่นอนุญาตให้เขาบอกรับสมาชิกนิตยสาร หรือวารสารที่เขาสนใจ

     9.อย่าจำกัดหนังสือที่เด็กอ่าน ยกเว้นหนังสือที่ไม่เหมาะสมจริงๆ เช่น หนังสือโป๊ เพราะหนังสือแต่ละเล่มต่างมีคุณค่า ในตัวเอง

      10.อย่าเข้มงวดกับการอ่านมากเกินไป ไม่ควรให้เด็กรู้สึกว่าถูกบังคับให้อ่าน เพราะเขาจะเกิดความรู้สึกต่อต้าน และที่ สำคัญอย่าใช้การอ่านเป็นการลงโทษเด็ก เช่น ทำผิดแล้วลงโทษด้วยการให้เขานั่งอ่านหนังสือตลอดชั่วโมง โดยไม่ให้ดูโทรทัศน์ หรือออกไปวิ่งเล่น เด็กจะเกิดความรู้สึกด้านลบกับการอ่านทันที
          นอกจากนี้ควรปลูกฝังให้เด็กรู้จักเก็บรักษาและเอาใจใส่หนังสือทุกเล่มที่อ่าน เช่น ไม่พับมุมหนังสือ ไม่เปิดหนังสือวาง คว่ำ ไม่ฉีกหรือขีดเขียนสิ่งใดๆ ลงบนหนังสือ เพื่อดูแลหนังสือให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ไปนานๆ เมื่อเด็กรู้จักดูแลเอาใจใส่หนังสือ เขาจะใส่ใจเนื้อหาที่อยู่ในหนังสือนั้นด้วย

เรียบเรียงจาก  เส้นทางสู่นักอ่าน  โดย  นันทิยา   ตันศรีเจริญ  สานปฏิรูป ปีที่6 ฉบับที่ 59 กุมภาพันธ์ - มีนาคม 2546