ทั้งๆที่ไม่ได้ชำนาญการในเรื่องดังกล่าว แต่ก็พอจะมั่นใจได้ว่า จะไม่ปล่อยให้บรรยากาศ แข็ง หรือ จืดชืด จนเป็นปัญหา

    วันนี้เป็นวันที่สาม  วันสุดท้ายของการอบรมครูต่างชาติรุ่นที่ 2  พิธีปิดและการแจกประกาศนียบัตรเพิ่งผ่านไปเมื่อประมาณ 2  ชั่วโมงที่ผ่านมาครับ  โดยมีท่านอธิการบดี รศ.มานพ  พราหมณโชติ เป็นประธานในพิธี
    มีอะไรหลายอย่างที่ทำให้พวกเราได้เรียนรู้เพิ่มเติมจากการทำงานครั้งนี้ครับ
    เรื่องหนึ่งที่อยากบันทึกไว้ก็คือ การยืดหยุ่น พร้อมที่จะปรับเปลี่ยนกิจกรรรม และวิธีการ เมื่อเหตุการณ์และสถานการณ์เปลี่ยนไป  เรื่องนี้ผมถือว่าสำคัญมาก  เพราะเคยสังเกตเห็นหลายครั้งที่เกิดปัญหาและความยุ่งยาก หรือแม้กระทั่งความล้มเหลว  เมื่อคนทำงานไม่ใส่ใจในเรื่องนี้  ตัวอย่างมีมากครับและไม่อาจยกมากล่าวได้หมดในที่นี้  จึงขอ แซมเปิ้ล เฉพาะเรื่องเล็กๆเรื่องเดียว  คือกิจกรรม ละลายพฤติกรรม สร้างความคุ้นเคยในหมู่สมาชิกผู้เข้ารับการอบรม 
    เมื่อครั้งอบรมรุ่นแรก  ผมเกรงว่าจะมีปัญหาแบบที่วิทยากรเตรียมตัวมาดี  แต่กิจกรรมอาจไม่เหมาะสมหรือสอดคล้องกับกลุ่มคนที่เข้าอบรมซึ่งมาจากต่างชาติ ต่างภาษา และ ต่างวัย  จึงอาสารับทำช่วงดังกล่าวเสียเอง ทั้งๆที่ไม่ได้ชำนาญการในเรื่องดังกล่าว  แต่ก็พอจะมั่นใจได้ว่า  จะไม่ปล่อยให้บรรยากาศ แข็ง หรือ จืดชืด จนเป็นปัญหา  ผมคิดอะไรเผื่อๆไว้หลายอย่าง  แต่สุดท้ายก็มาสรุปลงตรงที่ว่า  ผมจะลองหาความร่วมมือเอาจากวงผู้เข้าอบรมนั่นเอง  และถ้ามันจะไม่เข้าเป้า ผมก็จะใช้วิธีการง่ายๆมาเสริม  คือเก็บป้ายชื่อของแต่ละคนรวมไว้ก่อนในกระเป๋าดำ  ไม่ยอมแจก  แต่จะให้เขาเสี่ยงหยิบคนละใบ  แล้วก็ให้ไปตามหาเจ้าของชื่อไปเรื่อยๆ แต่ต้องได้ความรู้ด้วยว่าคนที่ไปคุยด้วยแต่ละคน เป็นใคร มาจากไหน ทำอะไรอยู่ เป็นต้น  ใครหยิบได้ชื่อตัวเองหรือคนที่รู้จักแล้วก็ให้หยิบใหม่
     จากการสอบถามขอความร่วมมือ ปรากฏว่าได้คนออกมาแสดงความสามารถครับ  เช่นมาชวนเพื่อนๆร้องเพลงบ้าง  ออกท่าเต้นยืดเส้นยืดสายบ้าง  เวลาผ่านไปพอประมาณผมก็ ช่วยเขาสรุปว่าสนุกกันดี ขอบคุณมาก  แต่ยังไงเราก็ยังไม่รู้จักกันอย่างกว้างขวางอยู่ดี แล้วก็ต่อด้วยกิจกรรมตามหาเจ้าของป้ายชื่อดังกล่าวมาแล้ว  สนุกครับเดินไปเดินมา สอบถาม พูดคุยกันให้แซ่ดไปหมด บรรยากาศดีมาก ทุกคนตื่นเต้นที่ได้ทักทาย รู้จักเพื่อนใหม่เพิ่มขึ้น แม้ไม่ทั่วถึง 100 % ที่เหลือผมก็ฝากเขาว่า Social Network นั้นสำคัญ  จงอย่าละเลยที่จะทำความรู้จักทุกๆคน ในช่วง 3 วันของการฝึกอบรม
    แล้วก็อย่างที่ผมเคยฝากแง่คิดไว้ในบันทึกหนึ่งว่า อย่าเผลอคิดว่าความสำเร็จจากอดีต  จะเป็นหลักประกันของความสำเร็จในอนาคต  ปรากฏว่าพอมาถึงรุ่นที่ 2 เมื่อ 2 วันก่อน ผมเตรียมจะทำแบบเดิม แต่มีข้อมูลว่า จากทั้งหมด  35 คนของผู้เข้ารับการอบรม มีครูต่างชาติถึง 27 คน มาจากโรงเรียนเดียวกัน อีกโรงหนึ่งก็ส่งมาถึง 5 คนครับ  เรียกว่ารู้จักกันดีมาแล้วเกือบทั้งห้อง  จึงยกเลิกกิจกรรมดังกล่าวไป  เพียงเพิ่มเติมว่า คนที่ยังไม่คุ้นเคยก็ให้ทำความรู้จักกันเสีย  ในฐานะเพื่อนร่วมอาชีพ เพื่อจะได้เชื่อมโยงเป็นเครือข่ายแห่งการเรียนรู้ ที่กว้างขวางยิ่งขึ้นต่อไป