วันนี้อ่านข่าวจากเว็บไซด์กระปุกดอทคอมแล้วอยากจะอัพเดท เกี่ยวกับข่าวการต้มตุ๋นทางบัตรเครดิตลองอ่านดู เผื่อจะเป็นแนวทางไม่ให้ถูกหลอก..........
แก๊งตุ๋นบัตรพลาสติกอาละวาด ฉกข้อมูลส่วนตัว งาบเงินลูกค้า
ข่าว รายงาน แก๊งตุ๋น บัตร เอทีเอ็ม บัตรเครดิต โดยที่กลุ่ม มิจฉาชีพ ใช้วิธีซ่อน กล้อง ถ่ายภาพ ไว้ใกล้ๆ ตู้เอทีเอ็ม เพื่อจำ ข้อมูล รหัส ต่างๆ หรือ แก๊งตุ๋น จะแจ้งว่า ท่านคือ ผู้โชคดี ได้รับ รางวัล จากการออก ลอตเตอรี่ ขอให้ตรวจสอบ บัญชี พร้อมกับถามข้อมูล บัตรเครดิต ข้อมูลส่วนตัว เพื่อ แก๊งตุ๋น นำไปดำเนินการ ทุจริต รูปแบบต่างๆ

เศรษฐกิจยิ่งตกสะเก็ดมากขึ้นเท่าใด กลุ่มมิจฉาชีพก็ผุดเป็นดอกเห็ดเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น และแน่นอนว่า เทคโนโลยียิ่งทันสมัยมากขึ้นเท่าใด วิธีการฉ้อโกงก็ยิ่งสลับซับซ้อนขึ้น โดยเฉพาะเทคนิคการโกงเงินยุคอินเทอร์เน็ตนี้ รวดเร็ว ง่ายดายไม่น่าเชื่อ ในส่วนของประชาชนผู้บริโภค เพียงแค่คุณมีบัตรเอทีเอ็ม บัตรเครดิต ก็ได้รับสิทธิเป็นอาหารโอชะของเหล่ามิจฉาชีพแล้ว รอเพียงวันที่จะแจ๊กพอตขึ้นแท่นเป็นเหยื่อในมื้อใดเท่านั้นเอง
เริ่มจากบัตรเอทีเอ็ม ก็อาจถูกลักลอบขโมยข้อมูลในแถบแม่เหล็ก และรหัสประจำตัวได้ โดยที่กลุ่มมิจฉาชีพอาจใช้วิธีการซ่อนกล้องถ่ายภาพขนาดเล็กมากไว้ใกล้ๆ ตู้เอทีเอ็ม หรือยืนข้างหลังผู้ที่กำลังใช้บริการจากเครื่องเอทีเอ็ม เพื่อลักลอบจำข้อมูลรหัสต่างๆ หากประชาชนเผอเรอ หรือไม่ระมัดระวังคนที่ยืนรออยู่ข้างหลัง ก็ได้รับสิทธิเป็นเหยื่อทันที
แต่เมื่อลูกค้าระวังการใช้บัตรเอทีเอ็มมากขึ้น เหล่าขี้ฉ้อก็มิได้ย่อท้อแม้แต่น้อย กลับมีแรงใจในการพลิกแพลงหาเทคนิคใหม่ในการขโมยข้อมูลต่อไป วิธีถัดมาที่พบเห็นได้เป็นการทั่วไป ก็คือการใช้โทรศัพท์หว่านโทรฯ หาลูกค้าโดยทันที แจ้งว่าท่านคือผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลจากการออกลอตเตอรี่ หรือลอตโต้ต่างๆ และเราจะโอนเงินเข้าบัญชีท่านทันที ขอให้ตรวจสอบบัญชีได้เลย
เป็นใครจะไม่ดีใจ อยู่ดีๆ ก็ถูกรางวัล แน่นอนว่าถึงจะยังไม่เชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ขอเดินไปเช็กที่ตู้เอทีเอ็มซักนิดก็ยังดี กลุ่มขี้ฉ้อเหล่านี้จะทิ้งระยะเวลาซักนิด ให้หายตื่นเต้น แล้วก็โทรฯกลับมาว่าไปเช็กเงินหรือยัง หากยังก็จะทำเสียงตื่นเต้นยิ่งกว่าและขอให้ไปเช็กเงินทันที โดยที่ยังถือสายโทรศัพท์อยู่ เมื่อกดเอทีเอ็มดูแล้วไม่พบว่ามีเงินเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด ปลายสายก็จะทำน้ำเสียงตกใจว่า อาจเกิดการผิดพลาดขึ้น ขอให้ปฏิบัติตามขั้นตอนการตรวจสอบใหม่
แน่นอนว่า มันจะให้คุณเริ่มทำรายการทางเอทีเอ็มใหม่ โดยให้เปลี่ยนการทำรายการเป็นภาษาอังกฤษ จากนั้นก็กดตามขั้นตอนที่ปลายสายแจ้งมา กดไป กดมา กดมากดไป ก็กลายเป็นว่า คุณโอนเงินที่มีอยู่ในบัญชีให้ไอ้ขี้ฉ้อนั้นไปแล้วหมดบัญชี ที่เหลือติดอยู่คือเศษเงิน !!
บัตรเอทีเอ็ม อาจเงินน้อย ไม่เร้าใจชาวแก๊งก็ขยับขึ้นมาเล่น “บัตรเครดิต” เพราะมีวงเงิน 5 เท่าของรายได้เชียว!! เริ่มจากกลุ่มมิจฉาชีพจะโทรศัพท์ไปหาลูกค้า แต่จะอ้างว่าโทรฯมาจากสถาบันการเงินที่ออกบัตรเครดิต เพื่อทวงหนี้บัตรเครดิต โดยแรกๆ มาในรูปแบบของข้อความจากระบบโทรศัพท์อัตโนมัติ เช่น คุณมียอดค้างชำระบัตรเครดิต 30,000 บาท กรุณาไปชำระเงินภายในวันนี้ หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม กด 9 ซึ่งขอคอน เฟิร์มว่า เสียงอัตโนมัติเหล่านี้ ยิ่งกว่าการโคลนนิ่งของสถาบันการเงินตัวจริงออกมาเสียอีก
กลุ่มมิจฉาชีพจะอาศัย “ความสงสัย” และต้องการสอบถามข้อเท็จจริง ของลูกค้าวัดดวงให้กด 9 ในทันที ซึ่งก็จะมีบุคคลรับสาย พร้อมกับซักถามข้อมูลบัตร ข้อมูลส่วนตัวทันที เพื่อนำไปดำเนินการทุจริตรูปแบบต่าง ๆ
แน่นอนว่า เมื่อสอบถามไปยังสถาบันการเงินตัวจริงเสียงจริงแล้ว ก็ได้รับคำตอบว่า รูปแบบดังกล่าวไม่ใช่วิธีปฏิบัติของสถาบันที่ออกบัตร และหากไม่ระมัดระวังก็จะเปิดเผยข้อมูลรายละเอียดส่วนตัว เช่น บัตรเครดิต บัตรประจำตัวประชาชน ตัวสะกดชื่อสกุลที่ถูกต้อง ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ วันเดือนปีเกิด วงเงินที่ได้รับอนุมัติ เท่านี้ก็ได้บัตรเครดิตปลอม 1 ใบแล้ว
นอกจากนี้ยังมีการฉ้อโกงด้วยการเปิดเว็บไซต์ปลอม หรือเรียกว่า ฟิชชิ่ง ด้วยการจดทะเบียนเว็บไซต์ปลอมยังต่างประเทศจากนั้นก็หว่านส่งอีเมลปลอมไปยังลูกค้า เพื่อขอข้อมูลโดยตรงเลย รวมถึงการทำเว็บไซต์เลียนแบบของสถาบันการเงินที่คล้ายมาก หากไม่อ่านให้ดี เมื่อเปิดเข้าไปทำรายการ ก็เป็นเหยื่อทันที นี่ยังไม่รวมถึงการฉ้อโกงตามพวกที่จองตั๋วผ่านทางอินเทอร์เน็ต การซื้อขายสินค้าบนอินเทอร์เน็ตที่กำลังเป็นเหยื่อรายต่อไป
มิจฉาชีพเหล่านี้จะเปลี่ยนวิธีการไป เรื่อยๆ ขณะที่เขียนอยู่นี้ ก็อาจเป็นวิธีการที่ล้าสมัยไปแล้ว ดังนั้น เตือนได้คำเดียวว่า เมื่อใดก็ตามที่ท่านได้รับโทรศัพท์ลักษณะดังกล่าว อย่าเสียเวลาเสวนากับเศษมนุษย์เหล่านี้เลยเป็นดีที่สุด