ฮัจญ์มับรูรฺ องค์รวมแห่งสาสน์สันติภาพ ตอนที่ ๕


ฮัจญ์มับรูรฺ องค์รวมแห่งสาสน์สันติภาพ โดย โดย ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา อธิการบดีมหาวิทยาลัยอิสลามยะลา และอะมีรุลฮัจย์ (ผู้แทนฮัจย์ทางการ) ประจำปี๒๕๕๐

(3) วิถีทัศน์ 3 ประการได้แก่

 

                3.1 การตอบรับคำเชิญชวนของอัลลอฮฺด้วยการน้อมรับคำบัญชาของพระองค์โดยเคร่งครัด โดยผ่านคำพูดที่ว่า لَبَّيْكَ  لَبَّيْكَ اللّهُمَّ(ลับบัยกัลลอฮุมมะ ลับบัยกะ) หมายถึง โอ้อัลลอฮฺ ฉันได้ตอบรับคำเชิญชวนของพระองค์แล้ว

 

        3.2 การตอบรับคำเชิญชวนของนบีมูฮัมมัด (ขอความสันติสุขจงมีแด่ท่าน) ด้วยการปฏิบัติตามจริยวัตรของท่าน ที่ปราศจากการอุตริเสริมแต่ง โดยผ่านคำพูดที่ว่า لَبَّيْكَ يا رَسُولَ اللهِ  (ลับบัยกะ ยา เราะสูลัลลอฮฺ) หมายถึงโอ้ เราะสูลุลลอฮฺ ฉันตอบรับคำเชิญชวนของท่านแล้ว ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมชีวิตของบรรดาเศาะฮาบะฮฺที่มีต่อนบีมูฮัมมัด(ขอความสันติสุขจงมีแด่ท่าน)

 

                3.3 การตอบรับที่จะเชื่อฟังผู้นำผู้ทรงคุณธรรม โดยไม่แสดงอาการกระด้างกระเดื่อง ตราบใดที่ผู้นำสั่งใช้ในสิ่งที่สอดคล้องกับหลักการอิสลาม โดยผ่านคำพูดที่ว่า لَبَّيْكَ يا وَلِيَّ الأَمْرِ  (ลับบัยกะ ยา วะลิยัลอัมริ) หมายถึง โอ้ผู้นำของฉัน ฉันเชื่อฟังท่านแล้ว และนี่คือธรรมเนียมชีวิตของบรรดาเศาะฮาบะฮฺที่มีต่อผู้นำของเขา

 

                วิถีทัศน์ทั้ง 3 ประการข้างต้นถือเป็นเคล็ดลับสำคัญของฮัจญ์มับรูรฺ เพื่อสร้างมุสลิมให้เป็นผู้มีใจภักดีและมีพฤติกรรมน้อมรับ ซึ่งถือเป็นหัวใจของการกระทำความดีทั้งต่ออัลลอฮฺ รสูล ผู้นำและมวลมนุษย์ทั้งหลาย

                 ด้วยการประกอบพิธีฮัจญ์ที่อยู่บนหลักการดังกล่าวเท่านั้นที่ผู้ประกอบฮัจญ์จะได้รับการตอบรับเป็นฮัจญ์มับรูรฺที่ได้รับการตอบแทนเป็นสรวงสวรรค์ ซึ่งมีผลต่อวิถีชีวิตมุสลิมสู่การใช้ชีวิตที่พอเพียงบนโลกนี้ เป็นผู้ใฝ่โลกอะคีเราะฮฺและไม่หวนกลับกระทำสิ่งอบายมุขทั้งปวง ภายหลังจากกลับสู่มาตุภูมิแล้ว

                ดังนั้น ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับกิจการฮัจญ์ ไม่ว่าในระดับเอกชนหรือรัฐบาล จำเป็นต้องตระหนักและให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวดกับการยกระดับและพัฒนาฮัจญ์สู่การเป็นฮัจญ์มับรูรฺ ในการทำหน้าที่เป็นเบ้าหลอมสร้างประชากรผู้ทรงคุณธรรมและมีคุณภาพ มีภูมิคุ้มและเรืองปัญญา เหมาะสมเป็นชาวสวรรค์ที่นอบน้อมต่ออัลลอฮฺและเอื้ออาทรต่อบ่าวของพระองค์ เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมและประเทศอย่างยั่งยืน สู่การสถาปนาความเป็นเอกภาพของประชาชาติที่ดีเลีศที่เผยแผ่และมอบความโปรดปรานแห่งอิสลามแก่สากลจักรวาล

 

วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของหลักศาสนบัญญัติในอิสลาม อันประกอบด้วย คำปฏิญาณตน การละหมาด การถือศีลอด การจ่ายซะกาตและทำฮัจญ์ นอกเหนือจะพยายามฝึกฝนให้มุสลิมหมั่นปฏิบัติเป็นกิจวัตรแล้ว สิ่งที่เป็นแก่นแท้ที่สุดก็คือ การให้มุสลิมรู้จักประยุกต์ใช้หลักการดังกล่าวให้สามารถเข้ามีบทบาทในวิถีชีวิตประจำวัน หาไม่แล้วก็จะเป็นเพียงการท่องคาถาหรือประกอบพิธีกรรมที่ไร้วิญญาณที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของมุสลิมเลย

 

                โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การประกอบพิธีฮัจญ์ซึ่งเป็นองค์รวมของสาสน์อิสลาม ที่มุสลิมทุกคนโดยเฉพาะผู้ประกอบพิธีฮัจญ์ จำเป็นต้องศึกษาเรียนรู้ให้ถ่องแท้และรู้แจ้ง หาไม่แล้ว ฮัจญ์ก็จะเป็นเพียงแค่พิธีกรรมที่ปฏิบัติตามเทศกาลเท่านั้น การเดินทางสู่มหานครมักกะฮฺ ก็เป็นเพียงทัศนาจรที่อยู่ภายใต้การจัดการของอุตสาหกรรมธุรกิจการท่องเที่ยว  โดยไม่มีโอกาสซึมซาบปรัชญาฮัจญ์ที่แท้จริง เป็นผลให้วิถีชีวิตมุสลิมต้องตกอยู่ในวังวนแห่งภาวะความเสื่อมถอยอย่างไม่มีสิ้นสุด

 

                อัลกุรอานได้กล่าวไว้ ความว่า ความต่ำช้าได้ถูกฟาดลงบนพวกเขา ณ ที่ใดก็ตามที่พวกเขาถูกพบ นอกจากด้วยสายเชือกจากอัลลอฮฺและสายเชือกจากมนุษย์ (อาละอิมรอน: 112) สายเชือกจากอัลลอฮฺ คือ การประพฤติปฏิบัติให้อยู่ในกรอบที่อัลลอฮฺกำหนดไว้ด้วยการทำความเคารพภักดีต่อพระองค์ ส่วนสายเชือกจากมนุษย์หมายถึง การเชื่อมสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเพื่อนมนุษย์และการร่วมใช้ชีวิตบนโลกนี้อย่างปกติสุข ซึ่งถือเป็นเป้าประสงค์อันสูงสุดของฮัจย์มับรูรฺ

 

สังคมมุสลิมในทุกระดับ ไม่สามารถปลดห่วงโซ่ตรวนและวังวนแห่งความเสื่อมถอย เว้นแต่จะยึดมั่นในสายเชือกแห่งอัลลอฮฺและสายเชือกของเพื่อนมนุษย์ผู้เป็นบ่าวของอัลลอฮฺที่เป็นพี่น้องกัน โดยยึดมั่นในหลักการเอื้ออาทรและสันติภาพ ซึ่งองค์รวมแห่งสาสน์สันติเหล่านี้ จะถูกผนวกรวมอยู่ใน “ฮัจญ์มับรูรฺ” เท่านั้น

 

วัสสลาม

ตอนที่   

หมายเลขบันทึก: 143230เขียนเมื่อ 31 ตุลาคม 2007 11:35 น. ()แก้ไขเมื่อ 23 มิถุนายน 2012 08:15 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี