โภชนาการ (nutrition) เป็นตัวเชื่อมระหว่างอาหารและสุขภาพ

ในงานประชุมวิชาการ วทท.๓๓ เมื่อบ่ายวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๐ ดิฉันได้เข้าฟังการเสวนาของมูลนิธิบัณฑิตยสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (บวท.) เรื่อง Right Food for Your Type: Personalized Diet for Quality of Lifeที่อาคารเรียนรวม ๕ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มีผู้เข้าฟังเต็มห้อง จนบางคนต้องนั่งกับพื้น

ผู้ดำเนินรายการคือ ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน์ ผอ.สวทช. วิทยากรมี ๓ คนคือ ศ.นพ.ไกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์ ศ.นพ.บุญส่ง องค์พิพัฒน์กุล และ ดร.พิสุทธ์ เลิศวิไล

ดร.ศักรินทร์ กล่าวว่าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เรื่องของอาหารถูกโฉลกต้องเป็นอะไรที่มากกว่าการโฆษณาของร้านอาหาร อาทิเรื่อง Nutrigenomics คาดหวังกันว่าอาหารจะทำให้เราไม่ต้องพึ่งยา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก้าวหน้าไปมาก นำไปสู่อาหารที่จะช่วยให้เราได้สุขภาพที่ดี มีความสวยงาม ความฉลาด ฯลฯ การที่จะทำอย่างนี้ได้ต้องใช้ความรู้มากมายมโหฬาร เป็นความรู้จากหลายด้าน

ความก้าวหน้าทางอาหารทำให้รู้ว่าอาหารมีศักยภาพ อาหาร ๕ หมู่ แต่ละหมู่มีทั้งอะไรที่ดีและที่ไม่ดี ถูกโฉลกบางคน ไม่ถูกโฉลกบางคน อาหารถูกโฉลกเฉพาะตัวบุคคล มาจากความรู้ด้าน human genome ที่ทำให้เรารู้ลึกขึ้น วิเคราะห์ความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ภายในเซลล์ได้

สารอาหารและ gene มี interaction ต่อกันแล้วกระทบต่อส่วนต่างๆ กระทบกับการทำงานของ gene เช่น ให้ย่าหนูกินอาหารบางอย่าง พบว่ามีผลต่อหลานหนู (They are what she ate) เป็นต้น

คนแต่ละคนมีความแตกต่างกันในระดับ gene ผลกระทบจากอาหารก็ต่างกัน เรื่องอาหารและ gene เป็นเรื่องที่ใหญ่โตมาก จริงๆ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ Hippocrates พูดไว้นานแล้ว

Nutrigenomics – To prevent, target is food design.
Pharmacogenomics – To cure, target is drug design.
เดิมการแนะนำอาหารเป็นแบบ one size fits all ปัจจุบันดู combinations อนาคต ?
Potential ของอาหารมีสูงมาก แต่ความรู้เรายังไปไม่ถึง

ศ.นพ.ไกรสิทธิ์เล่าถึง Situation and trend of food and nutrition ระดับประเทศไทยและระดับบุคคล เริ่มจากปัจจัยที่มีผลต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิต ได้แก่ genetics, nutrition, mental well-being, physical activity and exercise, avoidance of toxicants

โภชนาการ (nutrition) เป็นตัวเชื่อมระหว่างอาหารและสุขภาพ ประเด็นปัญหาคือการขาด การเกิน และความปลอดภัยอาหาร นำเสนอข้อมูล foodborne illness, การขาดอาหาร, low birth weight (มีประมาณ ๒๐ ล้านคนต่อปี) เรื่องของ Barker hypothesis การขาดอาหารตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ทำให้มีการปรับตัว มีน้อยใช้น้อย พอได้รับมากขึ้นก็เกิดปัญหา คนที่ขาดอาหารได้รับพลังงานไม่พอ อยู่แถวเอเชีย (hunger map) ความเข้มข้นอยู่แถวแอฟริกา

ใน Millenium Development Goals ทุกอย่างต้องมีโภชนาการที่ดีเป็นพื้นฐาน

ปัญหาเรื่องเกิน พบว่ามีคนประมาณ ๑.๖ billion เริ่มน้ำหนักเกิน ๔๐๐ ล้านคน obese เด็กอ้วนส่วนใหญ่เกิดใน low and middle income countries ของไทยมีเด็กน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ประมาณ ๖-๑๐% ถ้าเจาะลึกในชนบทปัญหาจะหลากหลายมาก โดยเฉพาะในคนต่างชาติที่อพยพเข้ามาทำงาน เด็กที่มีตัวเตี้ยแคระแกรนแสดงว่าขาดอาหารเรื้อรังในอดีต

โภชนาการเกินก็เป็นปัญหา คนไทยกินน้ำตาลประมาณ ๘๓ กรัม/วัน ประมาณ ๑๖.๖% ของ energy intake จริงๆ ควรจะน้อยกว่า ๑๐% ประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาทั้งขาดและเกิน จะแก้ได้ต้องกล้าว่ายทวนน้ำ อย่าไปตามแบบตะวันตก

ปัญหาโลกร้อนอาจมีผลต่อ food and supply ในอนาคตควรพูดถึงคุณภาพของคาร์โบไฮเดรตให้มาก เราควรกินข้าวซ้อมมือ กินผักผลไม้อย่างน้อย ๔๐๐ กรัม/วัน โปรตีนปานกลาง ลดเค็ม อาจารย์ไกรสิทธิ์เล่าถึงโครงการของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ว่าเป็นโครงการที่ดีมาก กล่าวถึงธงโภชนาการ ๙ ข้อ และยังเล่าด้วยว่าการทำฉลากโภชนาการนั้นยากมาก เพราะต้องมีการวิจัยสนับสนุน

ปิดท้ายด้วยว่าประเทศไทยควรนำประสบการณ์ความสำเร็จในการแก้ปัญหาโภชนาการขาด มาแก้ปัญหาโภชนาการเกิน

วัลลา ตันตโยทัย วันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๐