ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2549   รศ.ดร.อนงค์ทิพย์  เอกแสงศรี  มีหนังสือถึง ศ.นพ. วิจารณ์ พานิช  เรื่องขอเชิญเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษในกระบวนวิชา  กลยุทธ์ในการจัดการงานสาธารณะ (PM633)   ของหลักสูตรศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต  สาขาวิชาการจัดการงานสาธารณะ   งานนี้อาจารย์หมอวิจารณ์ติดภารกิจอื่นจึงขอส่งคนแทน   เลยกลายเป็นผมนั่นเอง

จากการติดต่อก่อนล่วงหน้าผมรับนัดดังกล่าวในวันศุกร์ที่ 27 มกราคม 2549  ตั้งแต่เวลา 17.00-21.00 น.   ผมเห็นเวลาแล้วรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย  เพราะยังไม่เคยเห็นการ lecture ที่ยาวนานแบบนี้    คงไม่ได้ห่วงเรื่องว่าจะพูดอะไรหรอกครับ   แต่หากการบรรยายพิเศษอย่างนี้  จับคนมาอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมนานๆ   น่าจะไม่ดีแน่  ไม่ว่าจะเป็นการบรรยายเรื่องอะไรก็ตาม  

การบ้านที่ต้องเตรียมก็คือ  พอจะมีกระบวนการพาเรียนรู้วิธีใดบ้างในสภาพเงื่อนไขที่ถูกกำหนดอย่างนี้    พอพูดคุยกับทีม  สคส.  ได้ไอเดียว่าใช้วิธีเล่าเรื่องความสำเร็จของการจัดการงานสาธารณะที่ผ่านมาของผู้เรียน   ผมจึงได้ประสานขอให้แจ้งไปยังผู้เรียนส่งเรื่องเล่ามาให้ผมทาง Email ก่อนวันนัดหมาย     แต่ปัญหาเข็มขัดสั้น (เพราะคาดไม่ถึง-มุขของ อ.ประพนธ์ ผาสุขยืด ที่ขอยืมมาใช้) ก็ตามอีก  คือ  เรื่องเล่าจะมาแบบหลั่งไหลในวันท้ายๆก่อนวันเรียน   ทำให้ผมไม่มีเวลาอ่านอย่างละเอียดจริงๆ    ทำให้การคัดเลือกเรื่องเล่าเด่นๆที่จะยกเอามาเป็นตัวอย่างในวันเรียนนั้นถูกข้ามไป

พอถึงวันเรียนผมเดินทางไปถึงห้องเรียนที่ตึกคณะรัฐศาสตร์ก่อนเวลาประมาณ 30 นาที   เพราะว่าไม่มั่นใจเรื่องอุปกรณ์โสตทัศนูปกรณ์ต่างๆ   พอไปถึงก็ต้องลองเครื่องคอมพิวเตอร์กับระบบ LCD ของที่นั่นเลย  โดยมีเจ้าหน้าที่โสตฯ มาช่วย     ปัญหาแรกที่ตามมาคือ  จนท.โสตฯบอกว่า ภาพที่จอ LCD นั้นไม่ค่อยชัดเจน  และคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งในห้องนั้นก็รวนเรเล็กน้อย  ผมเลยใช้ Note Book  ของผมเองแทน  แต่ก็ต้องถอดสาย LCD มาต่อที่เครื่องผมแทน   ก็พอใช้ได้      ห้องที่เรียนเป็นห้องที่กำลังปรับปรุงระบบต่างๆ  มีจอโทรทัศน์แขวนบนเพดานเพื่อให้คนด้านหลังมองเห็นด้วย    แต่ด้านหน้าต้องมองจอ LCD อย่างเดียว    โต๊ะหน้าห้องของผู้บรรยายถูกออกแบบบนพื้นยกระดับเล็กน้อย  มีจอเครื่อง PC ฝังใต้โต๊ะ    จอ LCD อยู่ด้านหลังผู้บรรยาย   ซึ่งมองยากพอสมควรเนื่องจากเพดานเตี้ย   ฉนั้นโต๊ะและผู้บรรยายจะบังจอ LCD เสียครึ่งจอหากนั่งตรงตำแหน่งคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งไว้         ทีนี้พอมาที่ระบบวิดิทัศน์  ซึ่งผมวางแผนวางแผนว่าจะฉายวิดิทัศน์ที่ใช้เปิดงานมหกรรมความรู้แห่งชาติ ครั้งที่ 2 เป็นการปฐมบทของการเรียน   โชคดีที่นี้ติดตั้งเครื่องฉาย VCD เอาไว้  ลองเปิดดูเห็นว่าใช้ได้

เริ่มต้นการเรียนเราเริ่มตรงเวลา  เปิดห้องเรียนด้วยการมอบรางวัล  Active Learner  ผมเตรียมหนังสือรายงานประจำปี 2548  ของ สคส. เป็นของรางวัล     โดยมีเกณฑ์การให้รางวัลคือ  คนที่ส่งเรื่องเล่าถึงผมเป็นคนแรก    ซึ่งก็คือ  ส.ต.อ. สุรชัย แก้วคูณ  รหัสนักศึกษา 4812840466   ต่อจากนั้นก็เปิดฉายวิดิทัศน์  ปรากฏว่าห้องเรียนอีกซีกหนึ่งมีปัญหาเรื่องเสียงลำโพงไม่ทำงานเลยต้องย้ายที่นั่งกันเป็นส่วนใหญ่       พอหลังจากวิดิทัศน์จบผมขอให้ผู้เรียนช่วยกันสรุปประเด็นที่ทำให้เกิดความสำเร็จ    ตอนนี้ผู้เรียนมีส่วนร่วมดีมากครับ   ประเด็นที่เสนอมาก็ค่อนข้างดีทีเดียว  จับประเด็นแล้วอธิบายค่อนข้างลึกได้หลายคนทีเดียว   จุดนี้ความคาดหวังผมก็คือ   ต้องการให้ผู้เรียนเห็นว่า  การทำขุมความรู้นั้น  เขาก็ทำได้โดยที่ยังไม่ต้องอธิบายเรื่องขุมความรู้เลย   แต่แน่นอนครับมันอาจจะมีปะปนดีบ้างไม่ดีบ้าง    ครั้งแรกก็เป็นธรรมดาครับ

จากนั้นก็เล่าให้ฟังว่า  สคส.  ทำงานอย่างไร  มีวิธีการกลยุทธ์แบบไหนในการทำงาน  ถึงตอนนี้ก็พอดีหมด 2 ชั่วโมง   เราเลยหยุดพักกัน 30 นาที   ช่วงนี้ก็ได้พูดคุยนอกรอบกับ  อาจารย์จรัสเรือง  ศิริวัฒนรักษ์  อาจารย์ผู้ประสานโครงการที่ดูแลรับผิดชอบงานวันนี้ ทราบว่าช่วงนี้อยู่ในระหว่างการปรับปรุงสถานที่  จึงอาจจะมีอุปกรณ์บางอย่างที่ยังใช้ไม่ได้อยู่บ้าง   

ช่วงที่ 2 หลังพัก  ผมต่อด้วยขอให้ผู้เรียนมาเล่าเรื่องความภูมิใจเกี่ยวกับประสบการณ์การจัดการงานสาธารณะ   ซึ่งหลายท่านทำงานในบริษัทเอกชน  ผมเลยตีความว่า  สาธารณะที่ว่านั้น  อาจจะมีทั้งขนาดเล็ก  และขนาดใหญ่     ในบริษัทก็คือวงขนาดเล็ก   พูดง่ายๆก็คืออะไรที่ไม่ใช่งานปัจเจกก็เอามาเล่าได้หมด

ท่านแรกครับเป็นสุภาพสตรีมาเล่าประสบการณ์การแก้ไขเหตุการณ์วิกฤติบนเครื่องบินโดยสาร  เนื่องจากเธอทำงานเป็นแอร์โฮสเตส     เหตุเกิดจากผู้โดยสารสูงอายุหมดสติ เธอเล่าถึงการแก้ไขสถานะการณ์ในขณะนั้น  ที่พนักงานทุกคนต้องแบ่งทีมออกเป็น 2 ส่วน  ส่วนแรกให้บริการเหมือนเดิมเพื่อไม่ให้ผู้โดยสารคนอื่นๆแตกตื่นไปด้วย   ส่วนทีมที่ 2  จัดการกับกรณีวิกฤติ   เริ่มจากการหาผู้โดยสารที่เป็นหมอ  แต่โชคไม่ดีที่เที่ยวบินนั้นไม่มีหมอติดมาเลย    จึงต้องใช้วิธีให้นักบินติดต่อหมอภาคพื้นดิน เพื่อขอคำแนะนำในการแก้ไขปัญหา    และทำตามคำแนะนำนั้น (เช่นช่วยหายใจโดยวิธีการผายปอด เป็นต้น)  จนสามารถถึงสนามบินที่หมาย

จากนั้น  ผมขอให้ผู้เรียนคนอื่นช่วยกันตีความอย่างอิสระ  ว่าความภูมิใจจากเรื่องเล่านั้น  มีประเด็นสำคัญที่ช่วยทำให้แก้ไขสถานการณ์ได้นั้นมีอะไรบ้าง     ซึ่งผู้เรียนต่างก็เสนอมุมมองของตัวเองออกมา     ตรงนี้บางประเด็น  เราก็ชวนพูดคุยถึง  ขุมความรู้บางตัวที่ออกมา  เช่น  การมีส่วนร่วม  หรือทีมงานที่ดี     คำในลักษณะนี้นั้น  เนื่องจากว่าเป็นคำที่เรามักเจอบ่อยๆในตำรา  ในเอกสารเป็นประจำ  และเราต่างก็ทราบดีว่ามันเป็นสิ่งสำคัญ   แต่....

วลีในลักษณะนี้นั้น   เป็นคำที่ชอบทิ้ง "ปริศนา"   ไว้ข้างหลัง   คนที่มาเรียนรู้ต่อไม่เห็น"how to"  ในขุมความรู้นั้น    ซึ่งเป็นการพุดคุยชวนคิด  ทำไปเรียนรู้ไป   เราใช้เวลาตรงนี้พอสมควร   

จากนั้นมีเวลาเหลืออีกประมาณไม่ถึง 20 นาที  ผมเลยแนะนำ Blog Gotoknow  ผ่านทาง powerpoint  เนื่องยังต่อ internet     ในห้องขณะนั้นไม่ได้

ในระหว่าง 4 ช.ม. ก็มีการพูดคุยอื่นๆที่ทำให้ทราบข้อมูลบางเพิ่มเติม  เช่น  ผู้เรียนในครั้งนี้มีเพียงท่านเดียวที่ยกมือบอกว่าหน่วยงานของเขากำลังเริ่มทำ KM   ส่วนที่เหลือแทบจะพูดได้ว่ารูจัก KM มาก่อนน้อยมาก  เหล่านี้เป็นต้น   

ภารกิจครั้งนี้ผมจึงถือว่า เป็นการแนะนำ KM ให้แก่นักศึกษา ป.โท   โดยทดลองใช้เครื่องมือบางตัว  เช่น  เรื่องเล่า   และได้รู้จัก KM โมเดลปลาทู  และวิธีการเดินงานของ  สคส.     แต่ก็คดาหวังลึกๆว่า  น่าจะมีผู้เรียนบางท่านเอาไปปรับใช้กับงานของตัวได้บ้าง   โดยไม่คิดว่าเรียนเพื่อสอบเอาคะแนน  หรือเรียนแบบรู้ไว้ใช้ว่าใส่บ่าแบกหาม  เพียงเท่านั้น

เสร็จภารกิจ 3 ทุ่ม  ผมก็ต้องเดินทางไปอำเภอประโคนชัย  จังหวัดบุรีรัมย์  ต่อในคืนนั้น เพราะต้องไปร่วมงานศพของพ่อภรรยา    คืนนี้เลยได้นอนน้อยจริงๆครับ