คนไทยเรามักจะได้ชื่อว่า เป็นคนง่ายๆ สบายๆ และไม่ชอบอะไรที่จำเจ ซ้ำซาก... เรื่องนี้สะท้อนมาในรูปของอาหารการกินด้วย
ท่านผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์สมศรี เจริญเกียรติกุล หัวหน้าโครงการวิจัยเรื่องอาหารไทยทำการสำรวจกลุ่มตัวอย่างคนไทย อายุ 20-60 ปีทั่วประเทศ 595 คนพบว่า อาหารยอดนิยมของคนไทยมีดังต่อไปนี้...
...
(1). แกงใส่กะทิ > แกงเขียวหวานไก่ (93%) รองลงมาคือ แกงเผ็ดไก่ (88%)
(2). แกงไม่ใส่กะทิ > แกงส้ม (84%) รองลงมาคือ แกงป่า (75%)
...
(3). แกงกะทิ ไม่ใส่เครื่องแกง > ต้มข่าไก่ (85%)
(4). อาหารประเภทต้ม > แกงจืดตำลึง (98.3%) รองลงมาคือ ต้มยำปลา (98%)
...
(5). อาหารประเภทผัด > ผัดผัก (99%) ผัดกะเพราะไก่ (95%)
(6). อาหารประเภทยำ > ส้มตำ (91%) รองลงมาคือ ยำปลาดุกฟู (91%).
...
(7). อาหารประเภทนึ่ง ปิ้ง > ห่อหมก (93%)
(8). อาหารประเภทเครื่องจิ้ม > น้ำพริกกะปิ (96.5%) รองลงมาคือ น้ำพริกปลาทู (82%)
...
(9). อาหารว่าง > ทอดมัน (91%) รองลงมาคือ สาคูไส้หมู (88%)
(10). อาหารจานเดียว > ก๋วยเตี๋ยวน้ำหมู (97%) รองลงมาคือ ก๋วยเตี๋ยวราดหน้า (65%)
...
(10). อาหารจานเดียวประเภทข้าว > ข้าวมันไก่ (96%) รองลงมาคือ ข้าวผัดหมู (94%)
(11). อาหารจานเดียวประเภทขนมจีน > ขนมจีนน้ำยากะทิ (97%)
...
ข่าวดีคือ คนไทยนิยมกินข้าวพร้อมกับข้าวเป็นสำรับ มีอาหารอย่างน้อย 2-3 อย่าง ความหลากหลายทำให้ได้รับอาหารครบทุกหมู่เป็นส่วนใหญ่
นอกจากนั้นการที่คนไทยนิยมใช้เครื่องเทศต่างๆ ทำให้คนไทยได้รับอาหารที่มีสรรพคุณจากสมุนไพร
...
ทีนี้ข่าวดีมักจะมาคู่กับข่าวร้าย... ข่าวร้ายคือ แกงใส่กะทิ(น้ำมันมะพร้าว)มีไขมันอิ่มตัวสูง ไขมันนี้ทำให้ตับสร้างโคเลสเตอรอล หรือไขมันในเลือดชนิดเลว (LDL) เพิ่มขึ้น
ทางที่ปลอดภัยคือ ไม่ควรกินแกงกะทิเกินวันละ 1 มื้อ ไม่ควรกินข้าวที่ราดแกงกะทิเกินวันละ 2 จาน (ที่เหลือควรกินกับข้าวชนิดอื่น) และควรหัดกินแกงแบบ "ไม่ราดจนชุ่ม" เพื่อลดปริมาณกะทิให้น้อยลง
...
ข่าวร้ายอีกอย่างหนึ่งคือ จากการสำเร็จเร็วๆ นี้พบว่า ก๋วยเตี๋ยวไทยมีการใช้หม้อต้มน้ำซุป หรือน้ำก๋วยเตี๋ยวสเตนเลสชนิดบาง (ราคาประมาณ 1,000 บาท) ที่เชื่อมด้วยตะกั่ว ทำให้เสี่ยงต่อการได้รับสารตะกั่วสูงมาก
นอกจากนั้นคนไทยยังกินผักและผลไม้ค่อนข้างน้อย
...
คำแนะนำในการกินผักผลไม้คือ ควรกินให้ได้วันละ 5 สี 5 ทัพพี (ส่วนบริโภค / servings หรือประมาณ 5 แผ่น CD) ที่ว่า 5 สีนั้น... ให้คิดตามสีรุ้งดังต่อไปนี้ ม่วง-คราม-น้ำเงิน = (1); เขียว = (2); เหลือง = (3); แสด(หรือส้ม) = (4); แดง = (5)
ท่านอาจารย์นายแพทย์กฤษดา ศิรามพุช ผู้เชี่ยวชาญสาขาอายุรวัฒน์ (อายุยืนอย่างมีคุณภาพ) แนะนำวิธีจำอีกวิธีหนึ่ง คือ จำสีไฟจราจรได้แก่ เขียว = (1); เหลือง = (2); แดง = (3) ถ้าอยากให้อายุยืน 120 ปี ท่านแนะนำว่า ขอเป็นวันละ 7-9 ส่วน
...
เรียนเสนอให้พวกเราหันมากินข้าวกล้อง ทำกับข้าวเองให้มากขึ้น กินผัก และผลไม้ที่ไม่หวานจัดเพิ่มขึ้นหน่อย ผู้เขียนขอเรียนเสนอให้ค่อยๆ ทำเท่าที่ทำได้ ทำได้เท่าไรขอให้พอใจเท่านั้นไว้ก่อน
ถ้ากินได้แบบนี้ และเดินอย่างน้อยวันละ 30 นาที หรือ 60 นาทีถ้าอ้วนหรืออ้วนลงพุง (เส้นรอบเอวมากกว่า 90 เซนติเมตรในผู้ชาย หรือ 80 เซนติเมตรในผู้หญิง)... น่าจะช่วยป้องกันโรคได้มากทีเดียว
...
ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
ขอแนะนำ
ที่มา
- ขอขอบพระคุณ > ท่านอาจารย์ศิริพร โกสุม > รู้ทันอาหาร... สรรค์สร้างสุขภาพดี > กองบรรณาธิการนิตยสาร Gourmet & Cuisine > 2549 > หน้า 35-39.
- ขอขอบพระคุณ > ท่านอาจารย์นายแพทย์กฤษดา ศิรามพุช > 120 วิธี อายุยืน 120 ปี เล่ม 1 > สำนักพิมพ์ใกล้หมอ 2550 > หน้า 104-106.
- ขอขอบพระคุณ > อาจารย์ณรงค์ ม่วงตานี + ทีม IT โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี สนับสนุน IT.
- นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > 29 ตุลาคม 2550.
สวัสดีค่ะ
ค่อยยังชั่ว ไม่ชอบของกะทิๆ และทานผลไม้มากค่ะ
คิดถึงคุณหมอด้วยนะคะ ชอบอ่านบันทึกดีๆที่นี่ค่ะ
ขอขอบพระคุณอาจารย์ sasinanda...
คนไทยเรา... การลดกะทิและอาหารทอดเป็นเรื่องที่มีบทบาทสำคัญมากในการป้องกันโรค ขอแสดงความยินดีกับพวกเราที่ไม่ค่อยชอบอาหารใส่กะทิ