ในความพิเศษของโบสถ์หลังนี้ก็มีอยู่ว่าเป็นโบสถ์แห่งเดียวในอีสาน

 กราบเรียนท่านนายกองค์การบริหารตำบลบ้านจานที่เคารพ                กราบเรียนท่านนายกที่เคารพอย่างสูง  หนูชื่อพัทยา  เพียพยัคฆ์  เป็นเด็กธรรมดาคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในการปกครองของท่าน  จบการศึกษาปริญญาตรีจากสวนสุนันทา ปัจจุบันกลับมาทำงานในท้องถิ่นของตัวเอง  ในช่วงแรกไม่เคยคิดเลยว่าสังคมชนบทจะต้องการการพัฒนามากมายขนาดนี้ถ้าหมู่บ้านไหนชาวบ้านคุยกันรู้เรื่องก็ดีไป  แต่ถ้าชาวบ้านไหนคุยกันไม่เข้าใจแล้วชาวบ้านตาดำ ๆ อย่างหนูจะไปอยู่ในส่วนไหนของสังคม 

%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94

                ที่กล่าวมาหนูไม่รู้จะไปพึ่งใครเนื่องจากหนูเห็นชาวบ้านในท้องถิ่น        แล้วก็อดเป็นห่วงไม่ได้ว่าต่อไปตำบลบ้านจานของเราจะไม่เหลืออะไรให้ชาวบ้านได้ดู  เนื่องจากบ้านบุ่งเบาใหญ่ ตำบลบ้านจาน  อำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์  มีโบสถ์เก่าแก่อยู่หลังหนึ่งซึ้งกรมศิลป์ได้มาขึ้นทะเบียนไว้แล้ว  ตอนแรกชาวบ้านจะสร้างโบสถ์ใหม่บอกว่าจะทุบทิ้ง หนูได้ยินแล้วน้ำตาตกค่ะโบสถ์หลังนี้นะค่ะ  ผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านได้รวบรวมเงินกันได้  500  กว่าบาทแล้วสร้างได้  ถ้าเป็นสมัยนี้คงประมาณ  5  ล้านบาทค่ะ  ต้องยกความดีความชอบให้กรมศิลป์ค่ะที่ได้มาขึ้นทะเบียนไว้แล้วชาวบ้านจึงทุบไม่ได้ค่ะ แต่ที่หนูกลับไปเห็นมาด้วยความหวังดีของชาวบ้าน ตอนนี้ชาวบ้านเข้าไปปูกระเบื้องข้างในให้ค่ะ   ในความเป็นจริงแล้วชาวบ้านทำแบบนั้นไม่ได้ค่ะถ้ากรมศิลป์เข้าเอาเรื่องมาทางหมู่บ้านของหนูก็ผิดค่ะ  เนื่องจากตอนนี้โบสถ์หลังนี้เป็นสมบัติของชาติไปแล้วค่ะ     <div style="text-align: center">%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%941</div>            ในความพิเศษของโบสถ์หลังนี้ก็มีอยู่ว่าเป็นโบสถ์แห่งเดียวในอีสานที่เขียนรูปบนสังกระสีจะไม่เหมือนโบสถ์แห่งอื่นที่เขียนบนปูนค่ะ ตอนนี้ด้วยความคิดของหนูอยากให้โบสถ์แห่งนี้ เป็นจุดขายของตำบลบ้านจานค่ะ  ตอนนี้ถ้าไม่ซ่อมแซมจะพังไปมากกว่านี้  ใช้ค่ะตอนนี้เป็นโบสถ์ของกรมศิลป์จริงค่ะ แต่กรมศิลป์ไม่มีงบให้ค่ะทางชาวบ้านต้องหาเงินซ่อมแซมเองค่ะ แต่จะซ่อมตามใจเราไม่ได้ค่ะ  ต้องเอาเงินเข้ากรมศิลป์แล้วกรมศิลป์จะออกมาดูให้ว่าตรงไหนต้องทำยังไงแล้วจะคืนเงินให้ทางชาวบ้านค่ะทุกบาทให้เราคืนค่ะ <div style="text-align: center">Getattachment</div> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center" class="MsoNormal" align="left">นี่เป็นบทความที่พี่ออตมองเห็นถึงคุณค่าของโบสถ์ ของตำบลเราค่ะ       พี่ออตเป็นนักบริหารจัดการวัฒนธรรม</p> เป็นนักบิหารจัดการวัฒนธรรมอิสระจบป.ตรีด้านศิลปะจากมอดินแดงกำลังเรียน ป. โทร บริหารงานวัฒนธรรม ลูกแม่โดมลาภไม่ได้ลอย แต่ญาติมิตรให้มา เรื่องเล่าของผม วันนี้ดิ่งรถจากขอนแก่นเพื่อเข้าสวนป่า มหาชีวาลัยอีสานก่อนถึงสวนป่าแวะซื้อแหนมเนืองไปฝากครูบาฯและชาวสวนป่า ซึ่งแวะซื้อที่บ้านไผ่ ก่อนจะเดินทางและได้ลาภอย่างที่จะกล่าวต่อไปหลังแวะรับน้องกิ่งที่บ้าน อำเภอพุทไธสงน้องกิ่งขอแวะไปลาแม่ที่วัดบวร ซึ่งอยู่ใกล้ ๆหมู่บ้าน  วันนี้ที่วัดนี้คงเหมือนทุกวัดที่จะจัดเวียนเทียนเนื่องในวันออกพรรษา  พอไปถึงวัดน้องกิ่งชี้ให้สุดยอดของวัดนี้และในความคิดของผม มันสุดยอดจริง ๆ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">(ตัวอาคารสิมโปร่งก่อิฐฉาบปูน โดยดูจากอิฐเป็นอิฐเก่าขนาดใหญ่คาดว่าชาวบ้านหรือช่างจะเผาเอง)</p> วัดบวรแห่งนี้มีสิมเก่าอยู่หลังหนึ่ง หลังพบพระอาจารย์ที่วัดแล้วน้องกิ่งพาผมสำรวจและที่นี่ทำเอาผมขนลุกและตื่นเต้น เมื่อพบว่าสิมวัดนี้มีจิตรกรรมฝาผนังอีสานแห่งเดียว(จากประสบการณ์การเดินทางของผมในอีสาน)แห่งเดียวที่ว่ามีความพิเศษอย่างไรผมจะเล่าต่อไป แต่เพื่อให้ทราบสถานภาพองค์ความรู้เรื่องจิตรกรรมฝาผนังอีสานผมอเกริ่นพอสังเขปคือจิตรกรรมฝาผนังเขียนบนผนังสิม ซึ่งนักวิชาการรุ่นบุกเบิกบอกว่ามีเฉพาะสิมทึบ แต่องค์ความรู้ใหม่ของผมในคราวสำรวจปีที่แล้ว พบภาพเขียนในผนังสิมโปร่งด้วยนักวิชาการรุ่นบุกเบิกและรุ่นปัจจุบันบอกว่านอกจากผนัง(ปูน)แล้วไม่ปรากฎภาพวาดที่ไหนอีก และวันนี้ลาภลอยก็เข้ามาที่ผม เพราะน้องกิ่งพาไปค้นพบองค์ความรู้ใหม่ว่า ภาพวาดนอกจากพบที่ผนังปูน ยังพบที่หน้าจั่วซึ่งวาดภาพลงบนสังกระสี