เมื่อวานคนไข้ผมกลับมาตามนัด 1 สัปดาห์ สีหน้าเธอดูยิ้มแย้มมากขึ้น
ผม " เป็นยังไงบ้างครับ "
ผู้ป่วย " หลับดีขึ้นคะ แต่ก็ยังมีนอนได้แค่ 4 ชั่วโมง "
ผม " ช่วงนี้อารมณ์เป็นยังไงครับ "
ผู้ป่วย " อารมณ์ดีขึ้นบ้าง แต่ก็ยังหลงลืม ที่ดีขึ้นคือในรอบสองปีทีผ่านมาเพิ่งมี 2 วันแรกที่กวาดบ้านเอง " สีหน้าดูยิ้มเศร้าๆ
"สามีบอกว่าให้รักษาต่อเนื่อง"
ผม " วันนี้ลูกชายไม่มาด้วยหรือครับ "
ผู้ป่วย "วันนี้น้องติดละคร เลยไม่มาด้วย"
ผมเริ่มเปิดประเด็นเก่าที่ค้างอยู่
ผม "คราวที่แล้วเราคุยกันไว้ถึงปัญหาที่ไม่สบายใจ วันนี้พี่คิดว่าเรื่องอะไรที่ทำให้ไม่สบายใจมากที่สุด"
ผู้ป่วย"เรื่องน้องชายที่เสียชีวิตไป 2 ปีก่อน "
ผม " ลองเล่าให้ฟังได้ไหม "
ผู้ป่วยร้องไห้สักพัก แล้วเล่าว่า น้องชายเป็นน้องชายต่างพ่อ (แม่เดียวกัน) เธอผูกพันกับน้องมากเพราะเลี้ยงมาแต่เด็ก
-น้องชายเคยขัดแย้งกับเธอเรื่องที่ดินโดยจะเอาที่ดินที่แม่ให้ไว้คนเดียว แต่สุดท้ายแบ่งกันคนละครึ่ง เธอบอกว่าให้อภัยเขาได้/ไม่เคยโกรธ
-น้องชายหลังแยกที่ดินกับผู้ป่วยก็ขายที่ดินจนหมด และติดเหล้าอย่างหนัก/มีหูแว่วประสาทหลอน มาขอความช่วยเหลือเธอ เธอก็ช่วยเขาจนขัดแย้งกับสามี เธอบอกว่า น้องชายฆ่าตัวตาย 2 ครั้งแรก เธอช่วยไว้ทัน จนครั้งสุดท้ายเธอช่วยไม่ทัน เขาฆ่าตัวตายสำเร็จ
ทุกข์ของเธอคือ
1.เธอกลัวว่าจะบ้าหรือไม่
2.เธอรู้สึกผิดว่าช่วยน้องไม่ได้
3.เธอรู้สึกต้องการเล่าให้คนอื่นฟังเรื่องนี้เพราะรู้สึกอึดอัดแต่ก็ไม่มีคนฟัง เพราะสามีไม่ชอบน้องชายและไม่ให้พูดถึง เพราะ "เขาตายไปแล้ว" แต่เธอรู้สึกเสมอว่าเขายังอยู่ใกล้ๆแต่สื่อสารกันไม่ได้
คำตอบของผม
1.เธอเป็นโรคซึมเศร้าที่รักษาให้หายเป็นปกติได้ มีคนมากมายที่เป็นแบบเธอ เพียงแต่ต้องกินยาต่อเนื่อง+หาความสำเร็จเล็กๆให้มีความสุขมากขึ้น เช่น ที่เธอกวาดบ้านทุกวันก็ถือเป็นความสำเร็จ ยาจะออกฤทธิ์ภายใน 2 สัปดาห์และเต็มที่ใน 1 เดือน+ปรับยาให้เหมาะสม
2.ไม่ใช่ความผิดของเธอ เธอพยายามช่วยน้องชายอย่างเต็ม น้องของเธอน่าจะมีโรคซึมเศร้าเช่นกัน เธอทำดีที่สุดแล้ว ขนาดน้องชายทำกับคุณขนาดนี้คุณยังดูแลเขาเป็นอย่างดี แสดงว่าคุณเป็นคนที่มีจิตใจดี (ให้เธอได้เห็นด้านบวกของตัวเอง)
3.ผมแนะนำเธอว่า ไม่ใช่ความผิดของสามีที่เขาไม่อยากฟัง เพราะ น้องชายเคยทำให้คุณลำบาก เขารักคุณเขาถึงมีปฏิกิรยาอย่างนั้น
คุณสามารถจะมีวิธีอื่นในการสื่อสารกับน้องชาย ผมถามเธอว่า "ถ้าเขายังอยู่คุณอยากจะพูดอะไรกับเขาบ้าง"
เธอร้องไห้อีกครั้งและบอกว่า "พี่คิดถึงน้องมาก"
ผมบอกเธอว่า หากน้องยังอยู่คงไม่สบายใจที่เธอเป็นทุกข์ขนาดนี้ โดยทั่วไปตามความเชื่อชาวพุทธหากเราทำบญกวรดนำไปให้เขา เขาจะมีความสุข
ผมสรุปให้เธอฟัง
1.ทุกครั้งที่มีความทุกข์ ให้มีสติ หยุดคิดว่าทุกข์เพราะอะไร
2.คิดทีละหนึ่งเรื่องเพราะการคิดทีละหลายเรื่องทำให้เราไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้
3.สิ่งที่ผ่านมาแล้วไม่ว่าจะดีร้าย เรามักจะได้เรียนรู้เสมอ เช่น เรื่องน้องชายเธอได้เรียนรู้วิถีการดูแลลูกอย่างถูกต้องและไม่ให้ติดยา(ลูกชายก็เป็นคนดีมาก+เรียนดี)
เธอบอกว่า "สบายใจขึ้นมากๆ"
ผม "มีสติครับ บางครั้งสุขมากไปก็ทุกข์ได้ เพราะเมื่อความสุขจากไปคุณก็จะรู้สึกแย่"
"สุขต้องมาจากข้างใน"
"ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนและดีกว่านั้น หากไม่มีตัวตนก็จะไม่มีทุกข์ ไม่มีสุข คือสุขที่แท้จริง"
ขอบคุณ
<div class="info">1. รักชาติ ท. บ. พล ทหาร
ที่ให้ข้อคิดดีๆ ครับ</div>
ได้หลักการในการแก้ปัญหา สำหรับคนที่มีปัญหาเต็มไปหมด
ได้วิธีการประเมินและการให้คำปรึกษาผู้ป่วยเป็นอย่างดีค่ะ
ขอบคุณ
อุบล จ๋วงพานิช ที่แวะมาอ่านครับ
ผมเองคงยังต้องพัฒนาอีกมากครับ