จากการติดตามข่าวสารผ่านทางเครือข่ายยุทธศาสตร์สังคม จ.ชุมพร ซึ่งพวกเราภาคประชาสังคมชุมพรได้ร่วมกันสร้างขึ้นเป็นช่องทางสื่อสารในระบบอินเตอร์เน็ทที่ http://gotoknow.org/planet/socialchumphon จากการอ่าน Blog ของคุณทวีวัตร เครือสาย ผู้ประสานงานภาคประชาสังคมจาก อ.ละแม ซึ่งรายงานว่า พวกเราร่วม 30 ชีวิตจากทั้ง 8 อำเภอของ จ.ชุมพร ได้เดินทางไปที่เกาะพิทักษ์ ใช้บริการโฮมสเตย์จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การจัดทำ “มาตรฐานการจัดสวัสดิการสังคม” ของ จ.ชุมพร
กระบวนการที่นำมาใช้ในเวิร์คช็อปครั้งนี้ มีตั้งแต่การระดมสมองโดยใช้บัตรคำ คิด ใคร่ครวญ และเขียนความหมายของ “มาตรฐานการจัดสวัสดิการสังคม” ในมุมมองของแต่ละคน นำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน
ผลสรุปคือ กลุ่มคนทำงานเครือข่ายภาคประชาสังคม จ.ชุมพร ให้ความหมายของ “การจัดสวัสดิการสังคม” ว่า เป็น “ระบบการดูแล ช่วยเหลือ เกื้อกูล พัฒนาสวัสดิการให้เข้าถึงกลุ่มคน ตามบริบทและวัฒนธรรมท้องถิ่น”
กลุ่มฯ ได้ร่วมกันมองไปยังเป้าหมาย “สวัสดิการสังคมของคนชุมพร” ได้ข้อสรุปออกมาว่า ควรจะมี 5 ประเด็น คือ
- สวัสดิการที่ใช้ฐานของกองทุนการเงิน
- สวัสดิการที่ใช้ฐานของทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น ได้แก่ ป่าชุมชน ป่าชายเลน แม่น้ำลำคลอง ฯลฯ
- สวัสดิการที่เป็นการช่วยเหลือดูแลกันในชุมชน/ท้องถิ่น
- สวัสดิการทางด้านประเพณีวัฒนธรรม
-
สวัสดิการในรูปแบบการสงเคราะห์จากภาครัฐ ได้แก่ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ป่วยโรคเอดส์ฯลฯ
<div align="justify" style="background-color: #ff99cc"><blockquote><p>เป้าหมายเชิงประเด็นทั้ง 5 ข้อนี้ ต้องการการมีส่วนร่วมในการช่วยกันคิด วิเคราะห์ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อสังเคราะห์ออกมาเป็นแนวทางที่ปฏิบัติได้จริงในระดับพื้นที่ เพื่อนำมาซึ่งความชัดเจนว่า กลไกในการจัดสวัสดิการสังคมควรเป็นอย่างไร ? ใคร-จะต้องทำอะไร-ที่ไหน-อย่างไร-เมื่อไร-กับใคร ? มีปัจจัยสนับสนุนอะไรบ้าง ? ฯลฯ </p></blockquote></div><p style="background-color: #ccffff" align="justify">เราจะต้องช่วยกันผลักดันให้แนวความคิด และข้อสรุปของกลุ่มคนทำงานภาคประชาสังคมที่กล่าวมานี้ เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันกับหน่วยงานภาครัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็น อบจ. เทศบาล และ อบต. อย่างเร่งด่วน เพราะปรากฎการณ์หลายอย่างที่ผ่านมาฟ้องให้เราตระหนักรู้ว่า ความเข้าใจเรื่องการจัดสวัสดิการสังคมในองค์กรชุมชน/ท้องถิ่น ยังไม่มีความชัดเจน ไม่เข้าใจว่าจะต้องทำอย่างไร ฯลฯ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ การจัดสรรงบประมาณตามโครงการยุทธศาสตร์ “อยู่ดี-มีสุข” จ.ชุมพร ในปี 2550</p><div align="justify" style="background-color: #ccffcc"><blockquote><p>โครงการทางด้านการสงเคราะห์ผู้ด้อยโอกาสได้รับการจัดสรรเพียง 0.48% หรือไม่ถึงครึ่งเปอร์เซ็นต์ เป็นจำนวนเงินรวมเท่ากับ 282,425 บาท จำนวน 4 โครงการ จากงบประมาณในรอบแรกทั้งหมด 59 ล้านบาท ทำให้มีคำถามตามมาว่า “เกิดอะไรขึ้นกับภารกิจทางด้านการสงเคราะห์ผู้ด้อยโอกาสในจังหวัดชุมพร ?” เรื่องนี้มีคำตอบในที่ประชุมระดับจังหวัดเป็นความเห็นของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องว่า</p></blockquote></div><ul style="background-color: #ffff99">
</ul><p style="background-color: #ffcc99" align="justify">คำตอบลักษณะนี้แสดงให้เห็นว่า ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการเสนอแผนงาน/โครงการ ได้แก่ ผู้นำชุมชน (กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน) อบต., เทศบาล ตลอดจนข้าราชการในระดับอำเภอ/ตำบล ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการนำเสนอ ประสานงาน รวบรวมข้อคิดเห็น และจัดทำโครงการตามแผนยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุข ตระหนักถึงความสำคัญของภารกิจการสงเคราะห์ผู้ด้อยโอกาสน้อยกว่าภารกิจในด้านอื่น จึงไม่นำเสนอโครงการเพื่อขอรับงบประมาณสนับสนุน</p><div align="justify" style="background-color: #ff99cc"><blockquote><p>ผมได้แสดงความเห็นในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ (กบจ.) เกี่ยวกับเรื่องนี้ไปว่า ”ดังนั้น ภารกิจทางด้านการสงเคราะห์ผู้ด้อยโอกาสจึงควรมอบหมายให้องค์กรเพื่อสาธารณะประโยชน์ต่าง ๆ เป็นผู้ดำเนินงาน โดยได้รับสิทธิ์ที่จะเสนอของบประมาณจากยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุข ตามที่ได้วางหลักการในเบื้องต้นเรื่อง หน่วยดำเนินการ ที่กำหนดไว้ว่า มอบให้ หน่วยราชการ ร่วมกับ องค์กรพัฒนาเอกชน หรือ ชุมชน ดำเนินการร่วมกัน”</p></blockquote></div><p style="background-color: #ccffff" align="justify">โดยได้อ้างอิงข้อมูลของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พบว่า ในปี 2546 จ.ชุมพร มีจำนวนองค์กรชุมชนและองค์กรเอกชนเพื่อสาธารณะประโยชน์ต่าง ๆ อาทิ เครือข่ายผู้สูงอายุ, กลุ่มออมทรัพย์, สหกรณ์, กลุ่มวิสาหกิจชุมชน, สโมสรไลออนส์, โรตารี่, หอการค้า, สภาอุตสาหกรรม ฯลฯ ที่จดทะเบียนกับหน่วยงานต่าง ๆ รวมทั้งสิ้น 1,060 องค์กร สูงเป็นอันดับ 2 ของภาคใต้รองจากอันดับ 1 จ.สงขลา</p><blockquote style="background-color: #ccffcc"><p align="justify">องค์กรเหล่านี้มีสมาชิกรวมกันทั้งสิ้น 50,379 คน และมีเงินออมรวมทั้งสิ้น 94,344,887.10 บาท และส่วนหนึ่งขององค์กรการเงินในชุมชน จำนวน 263 องค์กร เชื่อมโยงเครือข่ายกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ซึ่งเป็นองค์การมหาชน จัดตั้งขึ้นตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2543 เป็นองค์กรของรัฐตามพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ.2542 ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ต่อมาในเดือนตุลาคม 2545 ได้ย้ายมาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์</p></blockquote><p style="background-color: #ffff99" align="justify">ในกลุ่มองค์การเงินดังกล่าว มีอยู่ 53 องค์กร ดำเนินการจัดสวัสดิการสังคมเพื่อสงเคราะห์สมาชิกและคนในชุมชน โดยครอบคลุมความช่วยเหลือตั้งแต่ เกิด-แก่-เจ็บ-ตาย</p><div align="justify" style="background-color: #ffcc99"><blockquote><p>ด้วยเหตุดังกล่าว ภารกิจทางด้านการสงเคราะห์ผู้ด้อยโอกาสจึงควรมอบหมายให้องค์กรเพื่อสาธารณะประโยชน์ต่าง ๆ เป็นผู้ดำเนินงาน ควบคู่ไปกับ หน่วยงานราชการ และชุมชน/ท้องถิ่น</p></blockquote></div><p style="background-color: #ff99cc" align="justify">มาถึงตรงนี้สรุปได้ว่า เราได้แนวความคิดที่ดี ๆ จากกลุ่มคนทำงานเครือข่ายภาคประชาสังคม จ.ชุมพร โดยเฉพาะเป้าหมายเชิงประเด็นทั้ง 5 ข้อ เราได้เห็น “ส่วนขาด” จากมุมมองของ อปท. ที่สามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้เกิดความเข้าใจ ตระหนักในความสำคัญ และมีความชัดเจนในการสนับสนุน “หน่วยปฏิบัติ” ที่ถือได้ว่าเป็น “ต้นทุนทางสังคม” ที่สำคัญอย่างยิ่ง คือ องค์กรชุมชนและองค์กรเอกชนเพื่อสาธารณะประโยชน์ในด้านต่าง ๆ</p><div align="justify" style="background-color: #ccffff"><blockquote><p>จะรอช้าอยู่ทำไมกัน ลุย…ได้เลยครับ เมื่อเราค้นพบทิศทางที่ชัดเจนและลงมือทำ โลกก็จะเปิดทางให้เราเอง.</p></blockquote></div>
ผมทำสวัสดิการโดยเริ่มจากการเงิน โดยการรวมกลุ่มกันไม่กี่คน(18 คน)เริ่มเรียนรู้จากการกระทำตั้งกลุ่มออมทรัพย์ ออมคนละ 100 บาท/คน/เดือนเริ่มเมื่อปี 2543ทำไปคิดไปกำหนดกฎระเบียบการอยู่ร่วมกันทำงานร่วมกัน จากกลุ่มเล็กๆเมื่อปี 2543 มาปัจจุบัน ตุลาคม 2550 มีสมาชิก 275 คน มีเงินหุ้นของสมาชิก รวมกันประมาณ 2 ล้านบาท แต่ที่สำคัญกลุ่มได้จัดสวัสดิการให้กับสมาชิกทุกคน ตั้งแต่เกิดจนถึงเสียชีวิต เริ่มจาก ทำขวัญเด็กแรกเกิด กองทุนทุนการศึกษา กองทุนรักษาพยาบาล กองทุนประกันความเสี่ยง กองทุนผู้สูงอายุ กองทุนคนทำงาน กองทุนประกันสุขภาพ และทุกกองทุนได้จ่ายเงินให้กับสมาชิกแล้วทุกกองทุน
ตามมาขอบคุณ คุณไอศูรย์ สำหรับ ลปรร แล้วหนูจะเข้าเวปที่คุณไอศูรย์ให้มา เพือได้เรียนรู้มากขึ้น