หลักการสำคัญที่สุดของการศึกษาชุมชน หรือศึกษากลุ่มเป้าหมายโดยวิธีนี้ก็คือการให้ชุมชนมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในกระบวนการศึกษาผู้จัดต้องพยายามที่จะสอดแทรก หรือทักทวงให้น้อยที่สุด ควรปล่อยให้ชาวบ้านที่ร่วมกิจกรรมได้แสดงความคิดเห็นสูงสุด
ขั้นตอนทั่วไปในการทำ PRA <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> การทำกิจกรรมประกอบด้วยขั้นตอนต่อไปนี้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">1. การกำหนดประเด็นที่ต้องการศึกษาผู้ทำการศึกษาจะต้องกำหนดประเด็นปัญหาที่ต้องทำการศึกษาไว้ก่อนทำกิจกรรม เพื่อเป็นแนวทางในการตั้งคำถามขณะดำเนินกิจกรรมกับกลุ่มเป้าหมาย</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">2. ขั้นลงมือปฏิบัติกิจกรรม ในขั้นตอนนี้ต้องมีการคัดเลือกและการสร้างความคุ้นเคยกับกลุ่มเป้าหมายก่อน โดยวิธีการแนะนำตัวหรือวิธีการอื่นๆ ตามความเหมาะสม แล้วจึงเชิญชวนให้เข้าร่วมกิจกรรม</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">3. เริ่มสนทนาและสำรวจข้อมูลพื้นฐาน จัดทำแผนที่ซึ่งแสดงถึงลักษณะการตั้งบ้านเรือนชักชวนให้ทำแผนที่หมู่บ้านอย่างง่ายๆ ลงในกระดาษที่เตรียมไว้ต่อจากนั้นผู้เก็บข้อมูลจะเริ่มเก็บข้อมูลตามที่กำหนดไว้ให้กลุ่มเป้าหมายใช้แผนที่และอุปกรณ์ที่เตรียมไว้เป็นสื่อในการให้ข้อมูล</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">4. การจดบันทึกข้อมูลข้อมูลที่ได้จากการทำกิจกรรมควรได้รับการจดบันทึกไว้ทันทีมินั้นอาจจะเกิดการสูญหายเพราะในกระบวนการทำกิจกรรมจะมีการเคลื่อนไหวของข้อมูลอยู่ตลอดเวลา</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">5. การตรวจสอบข้อมูลสามารถทำได้ทันทีในขณะที่กิจกรรมกำลังดำเนินอยู่เพราะในกระบวนการของวิธีการนี้ผู้ให้ข้อมูลจะแสดงความคิดเห็นที่เพื่อนในกลุ่มให้อยู่ตลอดเวลาจึงถือว่าเป็นการตรวจสอบข้อมูลเป็นการตรวจสอบโดยกลุ่มผู้ให้ข้อมูลเอง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">6. ประโนที่จะศึกษาจะเริ่มจากประเด็นที่เป็นรูปธรรม เช่น แผนที่ ที่ตั้งแต่ละครัวเรือน จำนวนสมาชิก ฯลฯ แล้วค่อยๆเปลี่ยนเป็นประเด็นที่เป็นนามธรรมขึ้นเรื่อยๆ เช่น ระบบเครือญาติ ความสัมพันธ์ในชุมชน เป็นต้น</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">7. พยายามส่งเสริมและจัดเวทีให้ชาวบ้านที่มาร่วมกิจกรรมไดอธิบายถกเถียง หรือ แก้ไขข้อมูลอยู่เรื่อยเพื่อเป็นการตรวจสอบข้อมูลอีกวิธีหนึ่ง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">8. วิธีการนี้จะได้ผลดีขึ้นถ้ากิจกรรมดังกล่าวสามารถนำไปสู่การอภิปรายเพื่อหาแนวทางในการแก้ปัญหาและลงมือทำจริงๆ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">9. พยายามหลีกเลี่ยงการใช้เทคนิคที่ยุ่งยาก ต่อการสร้างความเข้าใจพยายามหาวิธีการที่ใช้ในการสื่อความหมายให้เข้าใจได้ง่ายและเป็นวิธีการที่เหมาะสมในแต่ละชุมชนหรือแต่ละกลุ่มประชาชนที่เข้าร่วม</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">ขั้นตอนในกระบวนการของ PRA จากประสบการในการนำไปใช้ในพื้นที่โครงการประชาคมสุขภาพตำบล</p>