ปลากระชังปากน้ำท่าทอง

อาชีพเลี้ยงปลาในกระชังเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของประชาชนตำบลท่าทอง  ซึ่งเดิมออกทะเลหาปลาเพียงอย่างเดียวทำให้รายได้ไม่แน่นอน  มีปัญหาความยากจน  จึงหันมาสร้างปลากะพงขาว  และออกทะเลมาหาปลาในท้องถิ่นมาสับเป็นชิ้นเล็กๆเป็นอาหารปลากะพง  แต่การเลี้ยงปลากะพงเพียงอย่างเดียว  มีปัญหาเรื่องตะไคร่น้ำเกาะกระชังปลา  การเติบโตของปลาอยู่ในระดับหนึ่งแต่เมื่อมีการจัดระบบนิเวศเชิงซ้อนขึ้นมา โดยการเลี้ยงปลากะพงควบคู่กับการเลี้ยงปลาดุกทะเล  และเลี้ยงหอยแมลงภู่  รอบๆกระชังทำให้มีการปรับเปลี่ยนระบบนิเวศเชิงซ้อนอิงรูปแบบธรรมชาติมากขึ้น เพราะหอยจะช่วยฟอกน  ปลาดุกจะช่วยกินตะไคร่นำอาหารหรือเศษอาหารที่เหลือจากปลากะพงจะช่วยให้ปลาดุกโตเร็ว  เป็นระบบที่ต่อกัน  ผู้วิจัยสนใจศึกษาระบบ  เทคนิควิธีการเลี้ยงปลา  และการพยายามปรับระบบนิเวศเชิงเดี่ยวเป็นแบบเชิงซ้อน  เพื่อค้นหาองค์ความรู้  ในการพัฒนาศักยภาพ การประกอบอาชีพเลี้ยงปลาในกระชังที่เหมาะสมต่อไป

ชุมชนปากน้ำท่าทอง  ตำบลท่าทอง  อำเภอกาญจนดิษฐ์  จังหวัดสุราษฎร์ธานี   เป็นชุมชนขนาดเล็ก   กระจายอยู่ตามริมคลองท่าทอง    บริเวณคลองท่าทองจะมีลักษณะน้ำจืด  น้ำกร่อยและน้ำเค็มมาผสมกัน   มีทรัพยากรทางธรรมชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์   เป็นบริเวณที่มีความเหมาะสมกับการเลี้ยงปลาในกระชังมาก   เพราะน้ำมีคุณภาพดีและเป็นพื้นที่ที่มีน้ำทะเลขึ้นลงทุกวัน  บางครั้งเป็นน้ำกร่อย   บางครั้งเป็นน้ำเค็ม   ชาวบ้านจึงได้รวมกลุ่มสร้างกะชังปลากะพงขาวมาเลี้ยงในกระชัง  เพราะปลากระพงขาวเป็นปลาที่ชอบน้ำขึ้นลงทุกวัน  จึงเป็นแนวทางในการประกอบอาชีพอีกทางหนึ่งนอกจากการการทำอาชีพหลักคือการทำประมง <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">                กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในกระชัง  หมู่ที่ 2   ตำบลท่าทอง  อำเภอกาญจนดิษฐ์  จังหวัดสุราษฎร์ธานีนั้น  เริ่มขึ้นมาเมื่อประมาณ   2-3   ปีที่ผ่านมา    การเลี้ยงปลาในกะชังนั้นกลุ่มเกษตรกรเป็นผู้เลี้ยงกันเอง    ดูแลกันเอง   ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในกระชังต้องแบกความเสี่ยงในการประกอบอาชีพเลี้ยงปลาในกระชังคือ  เรื่องการเจริญเติบโตของปลาไม่เต็มที่  ปลาตาย  ปัญหาไม่มีที่เลี้ยงปลาในกระชัง    ปัญหาเรื่องอาหารปลา   ปัญหาเรื่องน้ำ   สภาพราคาของน้ำมันแพงจึงไม่สามารถออกเรือหาปลาได้  เลยทำให้หาอาหารปลามีน้อย   และราคาสูง  </p>                การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นของเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในกระชัง  เป็นแนวทางหนึ่งในการผสมผสานองค์ความรู้ให้อยู่คู่ชุมชน   เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในกะชังจะต้องอาศัยความรู้และความสามารถในการเลี้ยงปลา   การจับปลา   บางคนมีความสามารถมาก  รู้ว่าเวลาไหนที่ใดและวิธีใดจะจับปลาได้ดีที่สุด  การเลี้ยงปลาในกะชังจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเลี้ยงแบบผสมผสาน   เป็นการถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีมาแต่โบราณ   การถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เป็นความรู้ที่ทำให้ชุมชนต่างๆ  ที่อาศัยอยู่ใกล้ลำน้ำ ไม่ว่าต้นน้ำหรือปลายน้ำ ได้รับการแบ่งปันน้ำอย่างยุติธรรม  กลายเป็นนวัตกรรมใหม่ที่สามารถแก้ปัญหาความยากจนของกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในกระชัง  ทำให้ทุกคนในชุมชนได้รับประโยชน์ร่วมกัน