-

การบริหารเวลา 
 
 
 

      ในยุคที่เวลามีค่ามากเราจะนำความสำเร็จที่ผ่านมามาเป็นข้อมูลเท่านั้นและโปรดระลึกตลอดเวลาว่าเราให้เวลาเพื่อชื่นชมภาคภูมิใจกับความสำเร็จกับงานที่ผ่านมาเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้นจากนั้นเราจะใช้เวลาในการแสวงหาหนทางใหม่ในการพัฒนางานต่อไป 
 

โดย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร. วิทยาธรท่อแก้ว

สาขาวิชานิเทศศาสตร์  มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

บทนำ:อยากหลงความภูมิใจกับความสำเร็จเก่าๆ

จนลืมคิดสิ่งใหม่ทำสิ่งใหม่

      ในยุคของการทำงานที่เน้นคุณภาพของสินค้าและบริการที่เป็นหนึ่งหรือที่เป็นเลิศพนักงานทุกคนจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องปรับกระบวนทัศน์ใหม่ในการทำงานเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่มีจุดเน้นที่เปลี่ยนไปหากพนักงานยังคงติดยึดกระบวนทัศน์เก่าๆ วิธีการเก่า ๆ หรือภาพนึกเก่าก็จะทำให้การพัฒนาคุณภาพของงานไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรจะเป็น

      หลายคนคงเคยมีความภาคภูมิใจในการทำงานที่ประสบความสำเร็จมาในอดีตซึ่งงานนั้นอาจจะเกิดขึ้นมาหลายวันหลายเดือน หรืออาจจะหลายปีที่ผ่านมาความสำเร็จหรือความภาคภูมิใจต่างๆ เหล่านั้นหากผู้ปฏิบัติงานยังคงตรึงตาตรึงใจหรือชื่นชมภูมใจอยู่กับความสำเร็จเก่าๆ ที่ผ่านมานั้น ก็จะทำให้พนักงานไม่มีความกระตือรือร้นความทะยานยากหรือมีความต้องการอย่างแรงกล้าในการค้นหาแนวทางวิธีการใหม่ ๆ เพื่อมาพัฒนางานให้ก้าวล้ำนำหน้ายิ่งขึ้นไปอีกดังนั้นในยุคที่เวลามีค่ามากเราจะนำความสำเร็จที่ผ่านมามาเป็นข้อมูลเท่านั้นและโปรดระลึกตลอดเวลาว่าเราให้เวลาเพื่อชื่นชมภาคภูมิใจกับความสำเร็จกับงานที่ผ่านมาเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้นจากนั้นเราจะใช้เวลาในการแสวงหาหนทางใหม่ในการพัฒนาต่อไป 

กระบวนทัศน์ใหม่ในการทำงาน:ปรับเปลี่ยนให้ทันยุคสมัยของเวลา

      กระบวนทัศน์ใหม่หลายคนคงสงสัยว่าหมายถึงอะไรกันแน่ใคร่ขออธิบายง่าย ๆ ก็คือกรอบความคิดใหม่ที่เป็นแนวทางแนวการยึดถือเพื่อปฏิบัติงานดังนั้น การทำงานในแต่ละช่วงเวลาผู้ทำงานจะต้องปรับกรอบแนวความคิดใหม่เพื่อเป็นทิศทางในการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปโดยไม่ติดยึดกับแนวทางเก่าๆ  การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์เป็นกระบวนการเรียนรู้ทางสังคมที่ต้องใช้เวลาศึกษาและการฝึกฝนจึงจะเกิดความเปลี่ยนแปลงได้เช่น เราเคยผ่านเบ้าหลอมการวาดภาพวิวทิวทัศน์มาในสมัยเรียนเรียนหนังสือในตอนเด็กๆดังนั้นเราจึงมีภาพวิวที่เหมือนกันคือ  มีเส้นกึ่งกลางกระดาษ มีภูเขาสองลูกบนท้องฟ้ามีนกสองถึงสามตัวมีพระอาทิตย์สีแดงอยู่ระหว่างกลางภูเขาสองลูก  ด้านหน้ามีทะเลและเรือใบรวมทั้งชายหาดมีต้นมะพร้าวสองถึงสามต้นโดยต้นมะพร้าวมีลำต้นโค้งเข้าหาทะเล  การที่ทุกคนมีวิวทะเลเหมือนกันก็เกิดจากการเรียนรู้นั่นเอง

      ในปัจจุบันกระบวนทัศน์ใหม่ที่พนักงานทุกคนจะต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจเพื่อปรับแนวคิดในการทำงานเพื่อมุ่งไปสู่ความสำเร็จต่อการทำธุรกิจที่ยั่งยืนมี 5 ด้านดังต่อไปนี้

  1. คนเป็นปัจจัยนำคนเป็นองค์ประกอบที่สำคัญต่อความสำเร็จในการทำงานมากโดยคนเป็นปัจจัยนำเกี่ยวข้องกับ 3 ประเด็นด้วยกัน คือคนมีคุณค่าคนนำสู่ความสำเร็จและคนเป็นผู้เพิ่มผลผลิตในทุกด้านดังนั้นเราต้องมิความคิดและผลักดันในการพัฒนาตนเองให้มีความพร้อมให้เร็วที่สุดเพื่อทันต่อการพัฒนาและความเปลี่ยนแปลง
  2. มุ่งแสวงหาประสิทธิภาพประสิทธิภาพเป็นคำที่หน่วยงานต้องถามหาและนำมาปฏิบัติการที่หน่วยงานมุ่งแสวงหาประสิทธิภาพเกี่ยวข้องกับ 3 ประเด็นด้วยกันคือความรวดเร็วความถูกต้อง และความถูกใจดังนั้นทุกคนในองค์กรจะมีความคิดและต้องให้ร่วมมือร่วมแรงร่วมใจในการสร้างประสิทธิภาพ
  3. การมีส่วนร่วม  ในยุคของการทำงานเป็นทีมเพื่อความสำเร็จร่วมกันจะต้องเกี่ยวข้องกับ 3 ประเด็นด้วยกันคือการร่วมกันคิดการร่วมกันปฏิบัติและการร่วมประเมินเพื่อการพัฒนาให้ดีขึ้นดังนั้นเราจึงต้องมีความคิดและปฏิบัติอย่างมีส่วนร่วมอย่างจริงจังและจริงใจ
  4. ความเป็นเลิศในการบริการ  เกี่ยวข้องกับ 3 ประเด็นด้วยกันคือทุกคนในหน่วยงานเป็นผู้ให้บริการทุกคนทำในสิ่งที่เหนือความคาดหมายในเชิงบวกเสมอและ การบริการจะต้องมีมาตรฐานที่สูงกว่าทุกคนจะต้องมีความคิดและปฏิบัติต่อกันเพื่อบริการซึ่งกันและกันทั้งกับลูกค้าภายในและภายนอกให้เป็นที่ประจักษ์
  5. การมีทักษะที่ดีเกี่ยวข้องกับ 3 ประเด็นด้วยกันคือการคิดดี การจัดการดีและ การสื่อสารที่ดี  ดังนั้นทุกคนในหน่วยงานจะต้องคิดและพัฒนาตนเองให้มีทักษะเพราะทักษะเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นมากในยุคนี้

ความสำคัญของการบริหารเวลา: เวลาเป็นทรัพยากรที่หมดไป

      จากกระบวนทัศน์ 5 ประการดังกล่าว ทุกคนในองค์กรจะต้องยึดถือปฏิบัติให้บรรลุผลตามเป้าหมายโดยเร็วทั้งนี้ต้องทำงานแข่งกับเวลากล่าวคือ ใช้เวลาในการปรับตัวและมีทักษะทั้ง 5 ด้านโดยเร็วที่สุด ดังนั้นการบริหารเวลาของทุก ๆ คนจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีแผนงานที่ชัดเจนที่จะมุ่งไปสู่ความสำเร็จในที่สุด

      เรามักจะได้ยินกันอยู่บ่อยว่าที่ทำงานหนักมาก……เครียดมากในการทำงาน…..เบื่องานที่ทำเหลือเกิน……ไม่มีเวลาให้กับครอบครัว……ไม่มีเวลาในการอ่านหนังสือ….ทั้งเรียนทั้งทำงานเป็นภาระที่หนักคำกล่าวต่าง ๆ เหล่านี้จะหมดไปถ้าหากผู้ที่บ่นดังกล่าวข้างต้นรู้จักการใช้เวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุด

      มีนักวิจัยค้นพบว่ามนุษย์เรานั้นได้ใช้ประโยชน์จากเวลาที่มีอยู่ทั้งหมดเพียง 30 ถึง 40 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นและยังมีเวลา 60 ถึง 70 เปอร์เซ็นต์เป็นเวลาที่สูญเปล่าไม่ก่อประโยชน์ใด   ดังนั้น เราควรจะหันมาสนใจในการจัดการเวลาหรือที่เรียกว่า บริหารเวลาให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองหน่วยงาน ครอบครัว และประเทศชาติ

ความหมาย/ลักษณะของเวลา:ควบคุมเวลาดีกว่าให้เวลาควบคุม

      การบริหารเวลาหมายถึงการกำหนดและการควบคุมการปฏิบัติงานให้บรรลุผลตามเวลาและวัตถุประสงค์ที่กำหนดเพื่อก่อให้เกิดประสิทธิภาพในงานหน้าที่ที่รับผิดชอบ

      เวลามีความสำคัญต่อทุกคน ทั้งนี้เพราะธรรมชาติของเวลามีลักษณะพิเศษคือ

    1. เวลาเป็นทรัพยากรที่มีจำกัดใช้แล้วหมดไป
    2. เวลาไม่สามารถซื้อเพิ่มได้ไม่ว่ารวยหรือจน
    3. เวลาไม่สามารถเก็บเอาไว้ใช้ได้
    4. เวลาผ่านไปเรื่อยๆ ไม่หวนย้อนกลับมาอีก

 

      จากธรรมชาติของเวลาดังกล่าวข้างต้นเราผู้ปฏิบัติงานควรใจจดใจจ่อกับการบริหารเวลาเพื่อให้ชีวิตและการงานบรรลุผลได้อย่างรวดเร็วทั้งนี้เพราะ มีคำกล่าวของนักปราชญ์ที่ว่าการคลาดสายตาจากเป้าหมายเราจะใช้เวลาเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในการค้นหาดังนั้นเราอย่าเสียเวลาอีกเลยใช้เวลากับเป้าหมายนั้นเถิดแล้วจะเกิดผลดีตามมา

หลักการบริหารเวลา:กำหนดเป้าหมายชีวิตและงาน

      หลักการบริหารเวลาควบคุมเวลาและงานแทนที่จะให้เวลาและงานมาควบคุมจงกำหนดเป้าหมายของตัวเองเกี่ยวกับงานและชีวิตการกำหนดนั้นจะทำให้ตัวเองมีจุดยืนที่ชัดเจนว่าตัวเองนั้นต้องการอะไรทั้งด้านการงานและชีวิต เช่นบางคนกำหนดเป้าหมายของตัวเองเกี่ยวกับงานว่าจะเป็นผู้จัดการฝ่ายภายในระยะเวลา 5 ปี หรือกำหนดตัวเองเกี่ยวกับชีวิตว่าจะเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กเมื่อมีอายุ 50 ปี การกำหนดเป้าหมายของงานและชีวิตมักจะกำหนดเป็นช่วง ๆ เช่นก่อนขึ้นปีใหม่ หลังจากรับตำแหน่งใหม่หรือหลังจากความเปลี่ยนแปลงจากหน้าที่การงานและชีวิต

      การกำหนดเป้าหมายหลักการ วิธีการทำให้บรรลุผลระยะเวลา  รวมทั้งความสำเร็จจะต้องคิดควบคู่กันอย่างเป็นระบบ(ตามเอกสารแบบฝึกปฏิบัติ)

การจัดสรรเวลา:ปันส่วนในทุกด้านเพื่อความสมบูรณ์

      เราทุกคนควรจะจัดสรรเวลาเพื่อก่อให้เกิดความสำเร็จในหลายๆ ด้าน เพราะการจัดสรรเวลาจะเป็นกรอบแนวทางในการให้บรรลุความสำเร็จดังนั้น เราควรจัดสรรเวลาในประเด็นต่างๆ ดังต่อไปนี้

    1. จงจัดสรรเวลาให้กับการทำงานเพื่อความสำเร็จในการทำงานและชีวิต
    2. จงจัดสรรเวลาให้กับการคิดเพื่อเป็นคลังแห่งปัญญา
    3. จงจัดสรรเวลาให้กับการอ่านเพื่อรวบรวมเป็นฐานข้อมูล
    4. จงจัดสรรเวลาให้กับการเล่นเพื่อความเป็นหนุ่มสาว
    5. จงจัดสรรเวลาให้กับการหัวเราะเพื่อสร้างเสียงดนตรีในหัวใจ
    6. จงจัดสรรเวลาให้กับความรักเพื่อความอิ่มเอิบเบิกบาน หัวใจ

หลักการจัดสรรเวลา:ทั้ง 24 ชั่งโมงมีความหมาย

      การจัดสรรเวลาในแต่ละวันเริ่มต้นจากตื่นนอนจบลงด้วยการเข้านอนโดยการเขียนกิจกรรมทั้งหมดจนครบแต่ละวันหรือ 24 ชั่งโมง จากนั้นลองจัดหมวดหมู่กิจกรรมหลักว่าใช้เวลาไปเท่าใดแล้วนำมาเทียบกับหลักเพื่อปรับตัวเองให้สอดคล้องกับหลักการ(ตามเอกสารแบบฝึกปฏิบัติ)

หลักในการจัดสรรเวลาสำหรับกิจกรรมหลักๆ ในแต่ละวันมีดังต่อไปนี้

    1. ทำงานประมาณ 8 ชั่วโมง
    2. พักผ่อนประมาณ 6-8 ชั่วโมง
    3. แสวงหาความรู้ประมาณ 1-3 ชั่วโมง
    4. เดินทางประมาณ 1ชั่วโมง
    5. กิจกรรมสุขภาพ 1-2 ชั่วโมง

การจัดลำดับความสำคัญและความเร่งด่วน:จงแยกแยะให้ชัดแจ้ง

การจัดลำดับความสำคัญและความเร่งด่วนในการทำงานมีหลักดังต่อไปนี้

    1. จัดทำบัญชีรายชื่องานเก่างานใหม่ งานที่ไม่คาดคิดและงานที่เกิดขึ้นเป็นประจำ
    2. จัดประเภทของงานได้แก่ งานตามเวลา งานไม่ตามเวลางานเร่งด่วน งานไม่เร่งด่วนงานสำคัญ และงานไม่สำคัญ
    3. จัดลำดับงานโดยเรียงตามลำดับคือ งานตามเวลา งานเร่งด่วนงานสำคัญ และงานที่เหลือทั้งหมด
    4. จัดตารางปฏิบัติงานโดยเริ่มจากลงตารางจากงานตามเวลางานเร่งด่วน และงานสำคัญรวมทั้งงานที่เหลือทั้งหมด
    5. ปฏิบัติงานตามตารางเวลาที่กำหนด
    6. ประเมินผลงานเป็นการประเมินผลว่าในรอบวันได้ปฏิบัติงานตามที่กำหนดครบถ้วนหรือไม่เพียงใดหากมีงานใดที่ยังคงคั่งค้างให้ระบุงานนั้นเพื่อนำไปวางแผนในวันต่อไป
    7. จัดทำบัญชีรายชื่องานเก่าที่ค้างตามข้อ 6 งานใหม่ งานที่ไม่คาดคิดงานที่เกิดประจำ และดำเนินการวางแผนตามข้อ 2 และข้ออื่น ๆ ตามลำดับ

การวิเคราะห์งาน/สาเหตุที่ทำให้เสียเวลา:รู้จุดอ่อนเพื่อเพิ่มจุดแข็ง

     การวิเคราะห์เป็นการจำแนกงานที่ทำอยู่ว่าเป็นงานประเภทใดซึ่งจัดแบ่งงานเกี่ยวข้องได้ 4 ประเภทคือ

    1. วิเคราะห์งานเก่า
    2. วิเคราะห์งานใหม่
    3. วิเคราะห์งานที่ไม่คาดคิด
    4. วิเคราะห์งานที่เกิดขึ้นเป็นประจำ

 

      การวิเคราะห์งานทั้งสี่ด้านดังกล่าวผู้ปฏิบัติงานจะต้องวิเคราะห์สิ่งที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เสียเวลาในการปฏิบัติงานเพื่อค้นหาวิธีการแนวทางการแก้ไข เพื่อทำให้งานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นสาเหตุที่ทำให้เสียเวลาในการปฏิบัติงานที่มักจะพบอยู่เป็นประจำมีหลากประการลองสำรวจตัวเองตามรายการจำนวน 40 ข้อ ดังต่อนี้คือ 

      1 ..........  ขาดการมอบหมายงานให้ผู้อื่นทำ

      2 ..........  ชอบผ่อนผัน ผัดวันประกันพรุ่งในการทำงาน

      3 ..........  ขาดการวางแผนกำหนดวิธีการปฏิบัติของงานที่จะทำล่วงหน้า

      4 ..........  ไม่ได้กำหนดวัตถุประสงค์เป้าหมายในการทำงานที่ชัดเจน

      5 ..........  ไม่มีการกำหนดแผนการปฏิบัติงานประจำวันและสัปดาห์

      6 ..........  เสียเวลาให้กับงานอื่นๆที่ไม่มีความสำคัญมากเกินไป

      7 ..........  ไม่ได้ลำดับความสำคัญก่อนหรือหลังหรือความเร่งด่วนของงาน

      8 ..........  ไม่ได้กำหนดระยะเวลาที่จะต้องทำให้เสร็จในแต่ละงาน

      9 ..........  ชอบทำงานหลายอย่างพร้อมกันทั้ง ๆ ที่งานอื่นยังไม่เสร็จเสร็จ

      10..........  ชอบก้าวก่ายการทำงานของคนอื่นแทนที่จะสนใจ ใส่ใจทำงานของตนเอง

      11..........  ขาดระบบการควบคุมติดตามงานที่มีประสิทธิผล

      12..........  มีทัศนคติเชิงลบหรือไม่ชอบงานที่ทำ

      13.......... ขาดการสอนงานผู้ใต้บังคับบัญชาให้สามารถทำงานได้

      14.......... ขาดการปรับปรุงงานพัฒนางาน

      15.......... ให้ความสำคัญกับรายละเอียดปลีกย่อยของงานมากเกินไป

      16.......... ไม่กล้า ลังเลในการตัดสินใจ

      17.......... เสียเวลากับการแก้ปัญหาการทำงานของผู้ใต้บังคับบัญชามากไป

      18.......... ใช้เวลาพักรับประทานอาหารกลางวันนานเกินไป

      19.......... เสียเวลากับการพุดคุยกับบุคคลอื่นในเรื่องไร้สาระมากไป

      20.......... เสียเวลากับการค้นหาและจัดเก็บเอกสารมากเกินไป

      21.......... พูดคุยโทรศัพท์นานเกินไป

      22.......... ใช้เวลากับการอ่าน และโต้ตอบหนังสือหรือจดหมายมากไป

      23.......... ใช้เวลาอ่านหนังสือพิมพ์วารสาร สิ่งพิมพ์ในระหว่างเวลามากเกินไป

      24.......... มีโทรศัพท์เข้ามามากเกินไป

      25.......... ขาดข้อมูลของหน่วยงานที่ต้องมีการติดต่อกันอยู่เสมอ

      26.......... ไม่กล้าปฏิเสธกับการขอข้องขอความช่วยเหลือจากคนอื่น

      27.......... มีคนอื่นมารบกวน หรือขัดจังหวะบ่อยในขณะที่กำลังทำงาน

      28..........