การพัฒนาทักษะการพิมพ์โดยใช้โปรแกรม Microsoft Word ของ นักเรียน ได้จัดทำขึ้นเพื่อแก้ปัญหาการพิมพ์ของนักเรียนที่มีปัญหาทางด้านการพิมพ์ที่ล่าช้าโดยเฉพาะภาษาไทย ไม่รู้หลักของการก้าวนิ้ว จำแป้นเหย้าและแป้นอักษรไม่ได้ ได้มีการจัดทำชุดแบบฝึกพิมพ์เพื่อฝึกทักษะให้นักเรียนมีพื้นฐานในการพิมพ์งานที่ดีขึ้น จนทำให้นักเรียนมีทักษะทางด้านการพิมพ์งาน
ความสำคัญและที่มา
ปัจจุบันนี้การทำหนังสือ รายงาน หรือเอกสารต่าง ๆ เรามักนิยมใช้คอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการพิมพ์งานแทนการเขียนด้วยมือ เพราะทำให้เอกสารหรืองานที่ทำนั้น อ่านง่าย สะอาด เรียบร้อยและสวยงาม
จุดประสงค์
1. เพื่อพัฒนาพื้นฐานการวางนิ้วบนแป้นเหย้าและการก้าวนิ้วอย่างถูกต้อง
2. เพื่อแก้ปัญหานักเรียนที่ขาดทักษะในการพิมพ์งานให้สามารถพิมพ์งานได้เร็วขึ้น
กรอบแนวคิด
ใช้หลักการเรียนรู้จากง่ายไปหายาก ใช้การฝึกพิมพ์บ่อย ๆ ซ้ำกันหลายครั้ง
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
เพื่อช่วยพัฒนาทักษะการพิมพ์งานของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ให้ถูกต้อง และช่วยให้นักเรียนสามารถพิมพ์งานได้เร็วขึ้น
วิธีดำเนินการ
1. สร้างแบบฝึกทักษะการพิมพ์ เริ่มจากการวางนิ้วบนแป้นเหย้า การฝึกพิมพ์เน้นย้ำตัวอักษร การฝึกพิมพ์เป็นคำ การฝึกพิมพ์สัมผัสเป็นประโยค
2. ให้นักเรียนฝึกพิมพ์จากแบบฝึกทักษะการพิมพ์ที่ได้เตรียมไว้ พร้อมทั้งจับเวลาในการพิมพ์งาน ฝึกพิมพ์บ่อย ๆ จนกว่าจะจำตำแหน่งอักษรแป้นเหย้ารวมทั้งการก้าวนิ้วไปยังอักษรตัวอื่น ๆ
3. เปรียบเทียบผลการพิมพ์ระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียน
สรุปผล
จากการให้นักเรียนได้ฝึกพิมพ์ตัวอักษรแป้นเหย้าซ้ำ ๆ กันหลายครั้งในสัปดาห์แรก ทำให้นักเรียนจำตัวอักษรแป้นเหย้าได้และวางนิ้วได้ถูกต้อง จึงให้นักเรียนฝึกพิมพ์ก้าวนิ้วในการพิมพ์ตัวอักษร อื่น ๆ นักเรียนสามารถก้าวนิ้วได้โดยที่ไม่เก็งนิ้วเหมือนก่อน พอเข้าสัปดาห์ที่ 3 ของการสอนได้ฝึกให้พิมพ์เป็นคำ มีนักเรียนบางคนยังมองแป้นอักษรอยู่ เพราะยังไม่สามารถจำแป้นตัวอักษรได้ทั้งหมด จึงให้กลับไปทบทวนการก้าวนิ้วแป้นอักษรซ้ำใหม่อีก นักเรียนเริ่มพิมพ์ได้ดีขึ้นกว่าเดิม พอย่างเข้าสัปดาห์ที่ 4 ให้ฝึกพิมพ์เป็นประโยค นักเรียนบางคนสับสนกับการก้าวนิ้วจึงต้องมองแป้นอักษรทำให้พิมพ์งานล่าช้าและมีคำที่พิมพ์ผิด จึงให้นักเรียนพิมพ์งานซ้ำอีก ไม่ให้มองแป้นอักษร หัดพิมพ์ก้าวนิ้วอย่างช้าและพิมพ์ให้ถูกต้อง เมื่อนักเรียนเริ่มที่จะจำแป้นอักษรได้ก็เริ่มฝึกด้านความเร็วโดยจับเวลาในการพิมพ์ 1 นาที, 3 นาที และ 5 นาที จนกระทั้งครบ 8 สัปดาห์พบว่า นักเรียนสามารถพิมพ์งานได้เร็วขึ้นและถูกต้องเกิน 60% ซึ่งอยู่ในระดับที่พอใจพอสมควร และถ้านักเรียนได้มีการฝึกพิมพ์บ่อย ๆ จะทำให้นักเรียนพิมพ์งานได้ถูกต้องและเร็วขึ้นอีก
ข้อคิดที่ได้
การทำวิจัยนี้เป็นประโยชน์กับผู้วิจัยมาก เพราะสามารถมองเห็นปัญหาในการพิมพ์ที่ชัดเจนทำให้มีการเตรียมแบบฝึกพิมพ์ที่เหมาะสำหรับนักเรียน แก้ปัญหาได้ตรงจุด และให้ความช่วยเหลือหรือคำแนะนำแก่นักเรียน ทำให้นักเรียนสามารถแก้ไขข้อผิดพลาดได้ ผู้เรียนสามารถพัฒนาศักยภาพของตนได้อย่างเป็นธรรมชาติ สร้างความสนุกสนานและเพลิดเพลินในการพิมพ์งานขึ้นด้วย
จะชื่นชมมากครับ ถ้าเปลี่ยนจาก MS Word เป็น Openoffice
ขอบคุณสำหรับคำชี้แนะค่ะ
ดีมากเลย ..
^^^