ขวัญวัน

พิธีมงคลทำขวัญวัน                เรื่องลูก  ย่อมเป็นที่รักสุดใจคน  ดังนั้น  ในเวลาที่รู้ว่าตั้งท้อง  ทั้งพ่อแม่ย่อมบำรุงรักษา  คอยวันคืนเพื่อต้องการเชยชมบุตรของตน  แม่นั้นลำบากกว่าพ่อหลายร้อยเท่านัก   ทั้งอุ้มท้อง ทั้งต้องงดบริโภคของเปรี้ยวจัด  เค็มจัด เผ็ดจัด  เพราะกลัวว่าลูกในอุทรจะทุรนทุรายเดือดร้อน  ฝ่ายพ่อก็ทะนุถนอมน้ำใจแม่  คอยหาหมอหรือยาไว้ให้  ทั้งไม่ให้ทำงานหนัก  ด้วยกลัวลูกจะมีอันตราย                ครั้นถึงเวลาจะคลอด  ต้องตระเตรียมการต่างๆ  ไว้ให้พร้อม  ตั้งแต่จัดหาฟืนใช้ในการอยู่ไฟ (ปัจจุบันนี้  การอยู่ไฟมีแต่ในชนบท  ในเมืองหลวงหรือถิ่นเจริญนิยมคลอดบุตรตามวิธีของแพทย์แฟนปัจจุบัน)  เตรียมหาหมอมาประจำ  เตรียมสมุดดินสอไว้จดวันเดือนปีเกิดของลูก  เตรียมน้ำผึ้งกับทองคำเปลวไว้ให้หมอกวาดต้นลิ้นของเด็ก                ธรรมดาเด็กที่คลอดนั้น  ย่อมมีก้อนเลือดจุกปากอยู่ก้อนหนึ่ง  ขณะเมื่อเด็กคลอดพอไหล่พ้นออกมา  หมอผดุงครรภ์ (หมอตำแย)  ก็ควักเอาก้อนเลือดนั้นออกจากปาก  เมื่อเด็กตกฟากก็ร้อง (ถ้าไม่ร้อง  หมอเขาบอกว่าต้องจับขายกขึ้น  ตบก้น  เด็กจึงจะร้อง)ถ้าควักเอาก้อนเลือดนั้นออกไม่หมด  หรือไม่ได้ควักออก  ถือกันว่า  เด็กมักมีโรคป่วยเจ็บตานทรางต่าง ๆ  ครั้นแล้ว  หมอก็เอาน้ำผึ้งกังทองคำเปลวกวาดลิ้นเด็ก  ต่อไปก็เอาเด็กนั้นมาตัดสายอุทร(สะดือ)ที่ติดอยู่กับรก                วิธีตัดสายอุทร  คือเอาด้ายดิบที่ย้อมครามผูกสายอุทรที่จะตัดให้แน่น  ตามนิยมโบราณมา  ต้องไว้สายอุทรให้เสมอเข่าเด็ก  เวลาจะตัด  เอาก้อนดินแข็ง ๆ มารอง เอาผิวไม้ไผ่รวกตัด  รกที่ตัดขาดแล้วนั้น  ต้องเอามาล้างน้ำจนสะอาดดีแล้วใส่ลงในหม้อตาล  แล้วเอาเกลือใส่ทับอีกชั้นหนึ่ง  การที่เอารกมาล้างน้ำ  ถือกันว่า  ป้องกันมิให้เด็กเจ็บป่วยเป็นแผลพุพอง                ตัดสายอุทรเสร็จเรียบร้อยแล้ว  หมอก็เอาเด็กนั้นอาบน้ำชำระกายให้หมดจด  เสร็จแล้วปูเบาะในกระด้ง  เอาเด็กวางบนเบาะนั้น                  สำหรับแม่ของเด็กนั้น  เมื่อคลอดบุตรแล้ว  ต้องกินน้ำส้มมะขามเปียกกับเกลือก่อนนอนไฟอยู่ด้วยเตาเชิงกรานมีฟืน ๓ ดุ้น  จนครบกำหนด ๓วัน                ครั้นถึงฤกษ์วันดี  ทอดเตาไฟใหญ่  หาหมอมาทำน้ำมนต์ธรณีสารประพรมเตาไฟ  เสกข้าวสารกับเกลือ  เคี้ยวพ่นหลังพ่นท้องแม่ของเด็ก  และพ่นเตาไฟ(เรียกว่าดับพิษไฟ)                แล้วแม่ของเด็ก  กราบไหว้ระลึกบูชาคุณพระเพลิง  พระพาย  พระธรณี  พระคงคาแล้วหมอเสกขมิ้นกับปูนทาหลังทาท้องเด็ก  แล้วจึงขึ้นอยู่บนกระดาน  ดื่มยาแก้โลหิตเช้าเย็น  จนกว่าจะออกไฟ  อนึ่ง  หม้อใส่รกนั้นต้องวางไว้ริมเตาไฟด้วย  เพื่อต้องการให้สายอุทรของเด็กแห้งเร็ว                ครั้นสายอุทรของเด็กหลุดแล้ว  หมอเขาเอาใบพลูสดลนควันได้เสม็ดพอใบพลูอุ่น ๆ มาทาบกับสะดือเด็ก  โรยผงดินสอพองบ้างพิมเสนบ้าง  เอาผลมะกรูดลนควันไฟมาคลึงทองเด็ก  เพื่อต้องการจะให้สะดือเด็กนั้นแห้งเร็ว  และให้เนื้อท้องหนาขึ้น  จะได้ไม่ปวดท้อง                เมื่อเด็กนั้นนอนอยู่ในกระด้งอายุครบ ๓ วันแล้ว  มีพิธีต้องทำขวัญเด็ก  เรียกว่า  ทำขวัญวัน  พิธีนี้เป็นพิธีน้อย ๆ  ในกลุ่มวงศ์ญาติพี่น้อง  มีวิธีการ  ดังต่อไปนี้1.       จัดบายศรีปากชาม ๑ สำรับ2.       จัดเครื่องกระยาบวด ๑ สำรับ3.       แป้งกระแจะ,น้ำมัน  ล้วนแต่เครื่องหอม4.       ขันเล็ก ๆ ใส่น้ำอุ่น  และช้อนเล็ก ๆ ๑ คัน  ครั้นได้ฤกษ์  ญาติพี่น้องก็มานั่งชุมนุมล้อมกันเป็นวง  ให้เด็กน้อยอยู่กลางวง                แล้วให้ผู้หลักผู้ใหญ่ในกลุ่มนั้น  จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย  ทั้งกล่าวคำอัญเชิญเทวดา  ขอให้เกิดความสวัสดีแก่เด็ก  จากนั้นเอาสายสิญจน์ลูบแขนและมือ  ปัดเคราะห์โศกโรคภัย  แล้วนำด้ายสายสิญจน์เส้นใหม่  ผูกข้อมือทั้ง ๒ ของเด็ก  ข้างละเส้น  เอากระแจะเจิมหน้าผาก  หากจะเวียนเทียนด้วยก็ได้  ผู้เฒ่าผู้แก่ที่มาร่วมให้ศีลให้พร  เป็นเสร็จพิธี  และยกเด็กขึ้นจากกระด้ง  เสร็จพิธีทำขวัญวันเพียงนี้