ไอทีตามวิถีพอเพียง
เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาที่ชี้นำให้เห็นถึงแนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ฐานรากระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ โดยนำมาใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาและบริหารประเทศควบคู่ไปกับแนวคิดการพัฒนาแบบบูรณาการเป็นองค์รวมที่มีคนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา โดยดำเนินการไปในทางสายกลาง (Middle Path) บนพื้นฐานแห่งความสมดุลของการเปลี่ยนแปลง โดยการพัฒนาที่เชื่อมโยงทุกมิติของการพัฒนา ทั้งมิติด้านคน สังคม เศรษฐกิจ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม และการเมือง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจบนวิถีความเป็นอยู่อย่างพอเพียงในการดำเนินชีวิต ภายใต้กระแสยุคโลกาภิวัตน์ (Globalization) โดยมีกระบวนการคิดวิเคราะห์เพื่อนำไปสู่เป้าหมายแห่งการพัฒนาอย่างมีเหตุผล (Reasonableness) และใช้หลักความพอประมาณ (Moderation) ให้เกิดความสมดุลระหว่างวัตถุกับจิตใจของคน ความสมดุลระหว่างความสามารถในการพึ่งตนเองกับความสามารถในการแข่งขัน โดยที่มีการเตรียมระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี (Self-immunity) ด้วยการบริหารจัดการความเสี่ยงให้เพียงพอพร้อมรับผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งจากปัจจัยภายนอกและภายใน ทั้งนี้จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ ความระมัดระวังอย่างยิ่งในการนำวิชาการต่างๆ มาใช้ในการวางแผนและการดำเนินการทุกขั้นตอน ขณะเดียวกันจะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในทุกระดับให้มีสำนึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต
จากมิติการพัฒนาดังกล่าวข้างต้น เทคโนโลยีถือว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญหนึ่งที่ต้องยอมรับกันว่าจะสามารถช่วยเพิ่มโอกาสในการได้เปรียบเชิงการแข่งขัน (Competitive Advantage) อันได้แก่ ในเชิงของภาคธุรกิจ ภาคการศึกษา และบันเทิง เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านพาณิชย์นั้น ซึ่งมีอัตราการเจริญเติบโตอย่างสูง จำเป็นต้องรู้จักการนำเทคโนโลยีมาใช้ให้สอดคล้องและเหมาะสมกับความต้องการ และการพัฒนาเทคโนโลยีจากภูมิปัญญาให้มีความสอดคล้องเป็นประโยชน์ต่อสภาพแวดล้อมภายใต้หลักเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งลำพังเพียงแต่จะรู้จักการใช้เทคโนโลยีเพื่อนำไปสู่เศรษฐกิจพอเพียงนั้นยังไม่พอ แต่ควรต้องไตร่ตรองและทบทวนด้วยความรอบรู้และรอบคอบว่าจะใช้เทคโนโลยีอะไรมาเป็นเครื่องมือและจะใช้อย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างคุ้มค่า จึงจะสอดคล้องกับหลักการข้างต้น นอกจากนี้ รัฐบาลได้เล็งเห็นความสำคัญในการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้กับเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2545 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศไทย พ.ศ. 2545 – 2549 ซึ่งถือเป็นแผนแม่บทด้านเทคโนโลยีระดับชาติ โดยได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจมาเป็นหัวใจให้ทุกส่วนราชการ กระทรวง ทบวง กรมและรัฐวิสาหกิจในการจัดทำและ/หรือปรับแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของหน่วยงานหลักในการวางแผนดำเนินงาน ให้มีความสอดคล้องกับแผนแม่บทฯ ระดับประเทศ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระบรมราโชวาทว่า “ เทคโนโลยีนั้นโดยหลักการคือ การทำสิ่งที่มีอยู่ให้เกิดเป็นสิ่งที่นำมาใช้ประโยชน์ได้ ดังนั้นเทคโนโลยี ที่ดีสมบูรณ์แบบจึงควรจะสร้างสิ่งที่จะใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า และมีความสูญเปล่าหรือความเสียหายเกิดขึ้นน้อยที่สุด ”
โดยสรุปการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาปรับใช้ภายใต้เศรษฐกิจพอเพียงจะต้องยึดมั่นในหลัก 6 ประการ คือ ทางสายกลาง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล ความซื่อสัตย์สุจริต ความรอบรู้รอบคอบ และระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งในการพัฒนาประเทศตามแนวปรัชญซาเศรษฐกิจพอเพียงเทคโนโลยีที่จะนำมาใช้เพื่อการนี้ต้องมีลักษณะอันประกอบด้วย ได้แก่ 1) เทคโนโลยีจะต้องมีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างมีเหตุผล 2) เทคโนโลยีจะต้องไม่ถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม 3) เทคโนโลยีจะต้องสนับสนุนการทำงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้เกิดประโยชน์สูงสุด 4) เทคโนโลยีจะต้องส่งเสริมการกระจายรายได้และกระจายความเจริญไปสู่ท้องถิ่นในวงกว้าง 5) เทคโนโลยีมีความสอดคล้องกับหลักการพึ่งพาตนเองบนฐานของการทำงานร่วมกันของมวลชน โดยมีการผสมผสานภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีอย่างกลมกลืนในลักษณะที่นำเทคโนโลยีมาเสริมสร้างภูมิปัญญาดั้งเดิมให้คงอยู่และงอกงามต่อไป
อ้างอิง : http://www.sufficiencyeconomy.org
สวัสดีครับคุณ
หลักการหรือทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง สุดยอดอัฉริยะของพระองค์ท่านครับ แต่การปฏิบัติจะยากสำหรับคนเรา เพราะรากฐานฝังแน่นมากจากนานาประเทศ และกับการเจริญทางด้านวัตถุนั้นเร็วมาก ส่วนการเจริญทางด้านจิตใจกลับลดลง เห็นแก่ตัวมากขึ้น เพื่อสังคม และความอยู่รอด หลงในวัตถุคือพระเจ้า หลักการของพระองค์ท่านดีแต่กลับถูกมองข้าม เมื่อไม่มีอะไรเหลือแล้วจึงจะเห็นความสำคัญ
(สายไปแล้ว)........สรุปง่ายๆ พ่อแม่บอกอีกอย่าง
ครูพูดคนละอย่าง.........สังคมพูดคนละอย่าง การเมืองพูดคนละอีกอย่าง.......
พอที่แก้ไขได้ถ้าทุกคนหันมาศึกษาศาสนาของพระศรีอาริยเมตไตร หรือเรียกว่าศาสนาที่ช่วยเหลือโลก
ซึ่งมีหัวใจสำคัญคือ "ปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุข แล้วเราจึงจะสุขตาม"
จุดมุ่งหมายขจัด 3 อย่างนี้ออกไปแล้วมนุษย์เราจะมีความสุข
1. โรคภัยไข้เจ็บ
2. การทะเลาะวิวาทบาดหมาง
3. ความยากจน
วิธีปฏิบัติข้อที่ 1. การหลีกเลี่ยงสารเคมี
ข้อที่ 2.ใช้ 3 คำ คือ สวัสดี ขอบคุณ และขอโทษ
ข้อ 3.ผลมากข้อ 1และข้อ 2 เมื่อไม่มีโรคร่างกายแข็งแรง ไม่มีการทะเลาะกันในครอบครัวตั้งหน้าทำมาหากินปัญหาข้อ3 หมดไปไหมครับท่าน..
ป.ล.การแก้ปัญหาเราจะต้องปลูกจิตสำนึกตั้งแต่ยังเยาว์ และศาสนานั้นจะมีพลังพอที่จำทำให้มีปาฏิหาริ์เกิดขึ้นจึงจะดึงเอาจิตวิญญาณของเขามาแก้ปัญหา และทำให้เกิดแผ่นดินธรรมแผ่นดินทองตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอันเป็นที่รักยิ่งของพวกเราชาวไทยครับ..ท่าน
ขอโทษครับที่อาจจะนอกเรื่อง...........
ขอบคุณครับที่อ่านจนจบ
ครูโหล
24 /10 /2550
แอ๊ดว่าแนวคิดนี้ถือเป็นสิ่งดีนะค่ะ อย่างใช้เทคโนโลยีกับทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีเหตุผล เป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องคำนึงถึงข้อนี้ให้มากขึ้นเพราะทรัพยากรที่เราใช้กันเริ่มหมดขึ้นทุกวัน
เป็นสิ่งดีค่ะ ต้องพัฒนาให้ก้าวไกล
เกิดประโยชน์สูงสุดและสูญปล่าวน้อยที่สุด
ถูกต้องค่ะ ถ้าพวกเราทำได้จะเป็นประโยชน์ทั้งแก่ตนเองและชาติบ้านเมืองเลยเชียว
คิดถึงทุกชั่วโมงเลย (มากกว่าทุกวันนะ ฮิๆๆ)
อ่ะนะไม่ได้สิเค้าต้องคอนเซปต์นี้อยู่แล้ว ถูกต้อง
มาช้ายังดีกว่าไม่มานะสุดสวย
เทคโนโลยี ที่ดีสมบูรณ์แบบจึงควรจะสร้างสิ่งที่จะใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า และมีความสูญเปล่าหรือความเสียหายเกิดขึ้นน้อยที่สุด
บทความสอดคล้องกับความพอเพียง ทำให้เรารู้จักทางสายกลางเพิ่มขึ้นอีก 6 ประการเลย
เป็นการกล่าวถึงการใช้เทคโนโลยีตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้ตรงประเด็นสุดๆ โดยยังยึดการใช้ภูมิปัญญาดั้งเดิมทำให้วัฒนธรรมไทยไม่เปลี่ยนไป ดีจริงๆเลยคะ
เทคโนโลยีมีความสำคัญมากจริงๆ
เป็นการนำพระราชดำรัสเศรษฐกิจพอเพียงของพระเจ้าแผ่นดิน พระองค์ทรงพระราชดำรินี้ขึ้นมาเพื่อเป็นแนวทางพาพสกนิกรที่พระองค์ทรงรักยิ่ง ดำเนินชีวิตอยู่กับกระแสโลกในปัจจุบัน... บทความนี้ได้ตอบคำถามสำหรับผู้ที่ต้องการหลักของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อนำไปเป็นต้นแบบในการปฏิบัติได้อย่างดีครับ
ปล.สบายดีครับ..ขอบคุณมากๆ
ดูแลสุขภาพด้วยนะครับ
อธิบายเศรษฐกิจพอเพียงได้ดีมากเลยจ๊ะและแน่นอนว่าการเดินทางสายกลางตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่งความสมดุลของการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี 6 หลักของวิถีพอเพียงสามารถนำมาใช้ในการดำเนินชีวิตได้เป็นอย่างดีทีเดียว
เห็นด้วยอย่างยิ่งแนวคิดดังที่ได้กล่าวไว้ ซึ่งถ้าหากพิจารณาดูถึงผลลัพธ์หรือผลสัมฤทธิ์จากการแปลงแผนแม่บทลงสู่การปฏิบัติเพื่อที่ให้เป็นรูปธรรมนั้น ความสำเร็จส่วนหนึ่งที่ปฏิเสธเสียมิได้ก็คือเกิดจากการที่ผู้บริหารในทุกระดับมีการให้การสนับสนุนและลงมาเล่นคลุกคลีด้วยตัวเอง ทั้งนี้รวมถึงความตั้งใจของคนทุกคนในองค์กรที่มีความมุ่งมั่น ตั้งใจอย่างจริงจังในการดำเนินการดังกล่าว สุดท้ายนี้ขอให้ทุกคนเราคนขอได้น้อมนำแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้เป็นแนวทางในการครองตน ครองคน ครองงานในวิถีของคนไทย
ข้อสังเกต : สิ่งที่ตัวเองมีอยู่หารด้วยสิ่งตัวเองที่ต้องการ/ความอยาก
เงื่อนไข 1. < 1 = เราจะมีแต่ความทุกข์ (ทุกข์ใน 3 สิ่ง คือ อยากเป็น อยากได้ อยากมี)
> 1 = เราจะมีแต่ความสุข (พอเพียงกับสิ่งที่เรามี)
ทั้งนี้ หากเราต้องการอยากพบแต่วามสุขควรลดตัวหารลงและพิจารณาถึงความเสื่อม ก็จะพบกับอุเบกขา
ปล. จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
ต้องไม่ถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม
โอ้โฮ รู้ลึก รู้ดี รู้จริง สามารถนำไปปฏิบัติได้นะเนี่ย
เปิ้ลอธิบายได้เจ๋งสุด ๆ ฉะนั้นทุกคนควรที่จะใช้เทคโนโลยีให้อยู่ในหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนะจ๊ะ
เทคโนโลยีมันขึ้นอยู่กับคนที่นำมันไปใช้นะ ถ้าไปในทางที่ดีก็เป็นประโยชน์ ถ้าเอาไปทำไม่ดีมันก็เป็นผลเสียที่สามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว เอาแบบพอดีๆทางสายกลางกันนะจ๊ะ
ปล.จรินทรา
ชญาดา I'm fine thank u. น๊า อิอิ
"เศรษฐกิจพอเพียง" ปรัชญาพระราชทาน
ถ้าทุกคนรู้และเข้าใจหลักปฏิบัติอย่างถูกต้องและนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสมก้อจะเป็นประโยชน์มากในสถาวะสังคมปัจจุบันที่มีแต่การแข่งขันเกือบ 380 องศา บทความนี้ก้อเป็นบทความที่ดีครับ อ่านเข้าใจง่าย ควรที่จะส่งเสริมประชาสัมพันธ์ต่อๆ ไป เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนครับ
(เทคโนโลยีไม่เคยทำร้ายใคร มีแต่มนุษย์ด้วยกันเท่านั้นที่นำเทคโนโลยีมาทำร้ายกันและกัน)
MPA. 4 SWU.
แวะมาเยี่ยมครับ ได้สาระใหม่ๆเพิ่มเติม
เห็นด้วยนะการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาปรับใช้ภายใต้หลักเศรษฐกิจพอเพียง
เป็นการนําเทคโนโลยีมารวมกับความพอเพียง