ยายของฉัน เป็นผู้หญิงตัวเล็กนิดเดียว ขยันทำงานกลางแจ้งมาก ยายตื่นตั้งแต่ตี 4 ลงไปดูแลสวน หรือไม่ก็นำของในสวนไปขายในเมืองอย่างใดอย่างหนึ่งทุกวัน ไม่มีวันหยุด ก็ยายมีลูกตั้ง 7 คน แถมตาของฉันเสียไปตั้งแต่ลูกคนเล็กอายุแค่ 4 ขวบเอง

         ภาพของยายที่ติดตาเสมอคือ หญิงกลางคนตัวบาง ผิวขาว มวยผม เดินเร็ว ใส่เสื้อแขนยาวม่อฮ้อม สวมงอบที่มีดอกไม้กลิ่นหอมแรง เช่น  ดอกพุดซ้อน   มหาหงส์   มะลิวัลย์ เสียบไว้มุมขวาเยื้องมาด้านหน้าเล็กน้อย ถือเสียมเล็กๆ ดายหญ้า หรือไม่ก็มีดเล็กพร้อมตะกร้าเก็บผักในสวนซึ่งมีหลากชนิดทั้งที่ปลูกเอง และขึ้นเอง  แต่ถ้าไปวัดยายจะเปลี่ยนจากเสียบดอกไม้ไว้ที่งอบมาทัดหูหรือเสียบไว้ที่มวยผมแทน ดอกไม้เสียบผมอาจเปลี่ยนเป็นดอกเอื้องผึ้งแทนในบางฤดู ยายไปวัดทุกวันพระ 8 ค่ำและ 15 ค่ำ สวดมนต์ไม่มีพลาด ไหว้พระก่อนนอนทุกคืนอันนี้ฉันได้มาเต็มๆ

         ครั้งนึงเคยถามยายว่า ทำไมต้องเสียบดอกไม้กลิ่นแรงๆ เหล่านั้นไว้ที่งอบด้วย ยายตอบว่า ดอกไม้กลิ่นหอมแรงๆไล่แมลงต่างๆ ได้ และเราก็ได้กลิ่นหอมเวลาทำงานด้วย ลองมาคิดเล่นๆ ก็ได้เหตุผลอีกข้อนึงคือ เพื่อแสดงความอ่อนหวานของผู้หญิงเราอีกต่างหากนิ

         ในวัยชรา ยายเป็นหญิงชราที่เดินเร็วที่สุดในชีวิตของฉัน และเหมือนกับมีมือสัก 10 มือ ทำอะไรได้ทั้งวัน

         งานที่ยายทำทุกวันคือ 

         ตีสี่  ตื่นนอนแต่งตัวแบบชาวสวน จุดตะเกียง เหน็บมีดปาดใบตองเล็กๆ ด้ามแบนๆ  ติดตัวไปด้วย ฉีกใบตองแห้งที่มีเต็มสวน กองไว้ตามต้นไปเรื่อยๆ พอฟ้าสว่าง ยายก็ได้ใบตองกองใหญ่ ยายเอาใบตองมาทำอะไรนะเหรอ ตอนสายๆ ยายจะเอามาพับแล้วตัดให้มีขนาด พอดีห่อยาสูบแบบชาวบ้านได้แล้วก็ม้วนรวมกันเป็นม้วนๆ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 นื้ว หลังจากนั้นก็เอาม้วนใบตองมามัดรวมกันมัดละ 10 ม้วน ขายได้นะเออ ไม่ต้องเอาไปขายด้วย มีคนมาขอซื้อถึงบ้านนะ ถ้าไม่มีใบตองแห้งยายก็ยังตื่นเช้าอยู่ดี เพราะบ้านเรามีต้นฝ้ายดอกเล็กๆ สีขาวมี 3-4 ปุยใน 1 ดอก ถ้านึกภาพไม่ออก ลองผ่ามังคุดครึ่งลูกดู นั่นเลยปุยดอกฝ้ายของยาย ยายบอกว่าต้องเก็บตอนเช้ามืด ฉันไม่ได้ถามว่าเพราะอะไร ตอนนี้ถึงสงสัยก็ไม่ได้คำตอบจากยายแล้วหล่ะ

         พอฟ้าสว่างเก็บใบตองมาวางไว้ก่อน แล้วยายก็หาผักในสวนมาทำอาหาร ฉันแทบไม่เคยรู้จักอาการท้องผูกเลยตอนที่อยู่กับยาย เพราะกินผักเป็นตั้งแต่เด็กๆ คุณน่าจะเดาได้ว่า รสผักที่ชอบเป็นพิเศษของฉันคือ รสขม ก็ฉันโตมากับยายนี่นะ

         หลังจากทานข้าวเช้าแล้ว ยายในวัยเด็กของฉันจะมวนบุหรี่มวนเล็กมากสูบพร้อมกับอมใบเมี่ยงใส่เกลือและขิงสด จำได้ว่ากลิ่นยาของยายหอมกว่ากลิ่นบุหรี่ที่เจอะเจอในปัจจุบันมาก

         พอข้าวเรียงเม็ด ยายจะเริ่มทำงาน ถ้าไม่ม้วนใบตองที่เก็บมาตอนเช้าและมัดรวมกันไว้ ก็จะเอาดอกฝ้ายมาแกะเอาเม็ดสีดำๆ เหมือนขี้แพะ ใช่เลยเหมือนมาก ออกจากปุยฝ้ายแล้วแผ่ปุยฝ้ายเป็นแผ่นบางๆ กลมๆวางซ้อนกัน พอได้ตามจำนวนต้องการ ก็จะเอาไม้เหลากลมๆ เหมือนไม้ตะเกียบเสียบตรงกลางและทำให้ฝ้ายฟูด้วยการตีไม้เข้ากับมือ ฉันชอบกระบวนการทำให้ฝ้ายฟูของยายมากเพราะงานนี้ฉันถนัดจนกว่าปุยฝ้ายจะเป็นขนมสายไหม จากนั้นยายจะม้วนฝ้ายให้เป็นม้วนยาวๆ คราวนี้จะเข้าสู่กระบวนการสร้างเส้นด้ายที่ฉันไม่สามารถ ทำได้เลย แม้จะพยายามทดลองแค่ไหน ยายมีเครื่องปั่นด้าย เป็นกงล้อใหญ่ข้างเล็กข้าง นั่งลงหมุนๆๆๆ ได้ผลผลิตเป็นเส้นด้ายสีขาวออกมา ภาพนั้นชัดเจนในความทรงจำจริงๆ

         ฉันช่วยยายได้หลังจากกระบวนการนี้ คือการม้วนเส้นด้ายด้วยเครื่องมือม้วนที่มีลักษณะคล้ายๆ บูมเมอแรง เฮ้อ จะไปเอารูปอุปกรณ์พวกนี้จากไหนมาประกอบดีน้อ ถึงจะอธิบายได้ให้เห็นชัดอย่างที่ความทรงจำในส่วนหนึ่งของสมองเล็กๆ ของฉันบรรจุไว้

         พักทานอาหารกลางวัน แน่นอนเป็นอาหารง่ายๆ ที่หาได้ในสวนของเรา วันหนึ่งๆ เราไม่ต้องออกจากบ้านไปไหนได้เลย ไม่มีวันที่เราจะอดแน่ๆ เพราะอาหารมีเต็มไปหมดในสวน ขนาดเวลาป่วยยายยังเป็นหมอฝนยาแก้ไข้ให้ เป็นเวลาที่ใฝ่ฝันนะตอนเด็ก ที่ได้นอนเป็นคนไข้ดูยายฝนยาแก้ไข้ปากก็พึมพัมคาถาไปด้วย ยายเป็นสุดยอดของคนเก่งในสายตาของฉันเลยตอนนั้น

         ตอนบ่ายยายอยู่สวนจ๊ะ เก็บผักในสวนมัดเป็นกำๆ ใส่ตะกร้า ขนุนอ่อน 2-3 ลูก แล้วแต่ว่าจะมีผักอะไรพอขายได้ใส่ตะกร้าให้ฉันหิ้วไปตามถนนในหมู่บ้าน แม่ค้าบ้านสวนมาแล้วจ้า ผักสดๆ ราคาถูกๆ สนุกสนานในบางครั้ง และอิดออดเพราะขี้เกียจในบางที ก็เด็กนี่นาอยากเล่นมากกว่า บางวันยายเก็บผักในสวนขนานใหญ่ เป็นอันว่าวันนั้นฉันต้องเข้านอนหัวค่ำมากๆ เพราะจะได้ตื่นเช้ามืดทันยายไปขายผักในเมือง ไปด้วยไปด้วย อิอิ

         ตอนเย็น ยายจะหยุดพักนิดหน่อยก่อนเราจะลงมือทำกับข้าวเย็น ยายทำกับข้าวง่ายๆ แต่อร่อยทุกมื้อ แม่ของฉันได้มรดกรสมือของยายมา แต่ฉันไม่ได้มาเลยสักนิด เป็นแต่เด็ดผัก ล้างผักเป็นลูกมือตำน้ำพริกแกง แต่ไม่เคยลงมือทำเองเลยสักมื้อ

         ตอนกลางคืนเหตุที่ฉันเป็นเด็กขี้สงสัยมักจะถามโน่นถามนี่ และยายก็ชอบเล่า ฉันเลยรู้ว่ายายเป็นสาวน้อยจากแม่สอด เมืองหน้าด่านติดชายแดนพม่า อืมม์ ฉันมั่นใจมากว่ายายต้องมีเชื้อไทยใหญ่มาแน่ๆ ผิวขาวๆ ตัวเล็กๆ บางๆ ขยันซะขนาดนั้น และเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตยายมากมายการเสียของตาหลังจากบ้านเราถูกปล้นและโจรเอาปืนพาดบ่าตายิงขู่ ตาตกใจและคงเสียใจที่ดูแลครอบครัวให้ปลอดภัยไม่ได้ เลยตรอมใจ ป่วยกระเสาะกระแสะจนจากไปในที่สุด ฉันไม่รู้ว่ายายเหงาบ้างรึเปล่า ร้องไห้บางรึไม่ เพราะฉันไม่เคยเห็นอาการประมาณนั้นของยายเลย

         ตอนนี้ยายจากไปแล้วด้วยวัย 88 ปี โดยล้มหมอนนอนเสื่อ 6 เดือนก่อนจากไปด้วยโรคปอดอักเสบ รวมกับอาการความจำเสื่อมที่แม้แต่ฉันยายก็จำไม่ได้ ยายมองฉันด้วยดวงตาว่างเปล่าเหมือนคนแปลกหน้า ฉันร้องไห้ทุกครั้งที่คิดถึงภาพดวงตาว่างเปล่าคู่นั้นของยาย ขอหยุดไปล้างหน้าแป้บนึงนะ

         ปอดอักเสบของยายน่าจะมาจากการสูบบุหรี่ เพราะตอนอายุ 50 ยายต้องเข้าโรงพยาบาลด้วยโรคปอดอักเสบและคุณหมอสั่งงดสูบบุหรี่ ยายใจเด็ดมาก เลิกบุหรี่แบบหักดิบได้ด้วยตนเอง ไม่ต้องอาศัยอะไรช่วยทั้งสิ้น นอกจากขยันแล้วยายยังเข้มแข็งและใจเด็ดมากแต่อาการมันก็มากำเริบอีกตอนสุขภาพยายอ่อนแอ

         ยายจากไปแต่ทิ้งมรดกไว้ให้ฉันมากมายจนจำไม่หวาดไหว ฉันอาจขยันไม่ได้ครึ่งนึงของยาย แต่พอนึกถึงยายฉันก็ลุกมาทำนั่นทำนี่ได้ ฉันอาจจะใจเด็ดไม่เท่ายาย แต่ถ้าฉันทุกข์และนึกถึงยายฉันจะทุกข์น้อยลง ยายทิ้งนิสัยรักการทานผักไว้ให้ฉัน ยายทิ้งนิสัยชอบเดินไว้ให้ฉัน ยายทิ้งนิสัยรักความเงียบและอยู่กับตัวเองโดยไม่กลัว ไม่เหงาไว้ไห้ฉัน ยายสอนให้ฉันสวดมนต์ไหว้พระแต่เด็ก โดยไม่เคยชวนหรือบังคับเลย แต่ทำให้เห็นทุกคืนก่อนนอน แถมแบบ full optionในวันพระ 8 ค่ำ และ 15 ค่ำ

         แต่ทายาทการดูแลสวนและเก็บผักปลอดสารพิษร้อยเปอร์เซ็นต์ในสวนขายตอนนี้ไม่ใช่ใครเลย มหาเศรษฐีรายได้วันละ 50 บาทพร้อมความสุขร้อยล้าน แม่ฉันเอง