วันที่ 18 ตค. 50 ผมได้มีโอกาสเข้าฟังการบรรยายเรื่อง CSR ของ กฟผ. จากคุณประสาร  มฤคพิทักษ์ ซึ่งท่านได้เล่าเรื่องขำขันแต่แสดงให้เห็นสิ่งที่ทำให้การสื่อสารไม่สัมฤทธิ์ผล และทำให้งานไม่สำเร็จตามที่ต้องการ เรื่องที่ว่านี้คุณประสารได้ฟังมาเองจากปากแอร์โฮสเตสของการบินไทยเมื่อครั้งไปบรรยายที่นั่นเมื่อหลายปีก่อน เรื่องมีอยู่ว่า… ที่บ้านของแอร์โฮสเตสท่านนั้น พึ่งจะได้แม่บ้านมาใหม่ อยู่มาวันหนึ่ง แอร์ฯ ท่านนั้นจะไปทำงาน  เมื่อเตรียมตัวใกล้แล้วเสร็จจึงได้เรียกแม่บ้านมาสั่งว่า          แจ๋ว ไปเรียกรถแท๊กซี่ปากซอยมารับฉันที่บ้านหน่อย          คุณผู้หญิงจะไปไหนคะ แจ๋วถามด้วยท่าทางซื่อ          ฉันจะไปสิงคโปร์คุณแจ๋วรับคำแล้วออกจากบ้านไปเรียกแท๊กซี่ตามคำสั่ง แต่คุณโฮสเตสรออยู่เป็นนานสองนานก็ยังไม่เห็นทั้งคุณแจ๋วทั้งแท๊กซี่ ก็เลยตัดสินใจหิ้วกระเป๋าออกไปตามที่ปากซอย พอออกมาถึงปากซอยก็พบแจ๋วกำลังพยายามเรียกแท๊กซี่ ก็เลยเข้าไปถาม          ทำไมช้าจัง ไม่มีรถแท๊กซี่เลยหรือไง          มีค่ะ แต่ไม่มีคันไหนไปสิงคโปร์เลยค่ะ…..  มีอีกเรื่องที่เป็นลักษณะเดียวกัน เรื่องนี้เป็นเรื่องของเพื่อนซี้สมัยเรียนมัธยมของผม ที่ไปเป็นนายทหาร สมัยเรียนจบนายทหารมาใหม่ ๆ ยังไม่มีครอบครัว หน้าที่ในตอนนั้นก็คือฝึกทหารเกณฑ์ ซึ่งมักต้องเข้าเวรนอนค้างที่กองร้อยกับทหารเกณฑ์อยู่บ่อย ๆ ส่วนที่บ้านพักก็จะมีพลทหารทำหน้าที่เป็นทหารรับใช้ดูแลบ้านให้ วันหนึ่ง เพื่อนผมซื้อแตงโมมากินที่บ้านพักในตอนเช้า ตัวเองกินไปครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งที่เหลือก็วางทิ้งไว้บนโต๊ะตั้งใจว่าจะให้ทหารรับใช้กิน แล้วก็ออกไปทำงานตามปกติ พอตอนเย็นพอกลับจากทำงานมาที่บ้าน เห็นแตงโมยังวางอยู่ที่เดิม แต่เริ่มมีกลินบูดโชยออกมา เพื่อนผมก็เลยบ่นพลทหารรับใช้ว่า          กุมาร แตงโมเนี่ย ทำไมไม่รู้จักกินให้หมดพลฯ กุมาร นิ่งเงียบไม่ตอบ ด้วยกลัวผู้หมวดจะดุว่ามากไปกว่านี้ ผู้หมวดก็ไม่ได้ติดใจอะไรมาก ก็รีบอาบน้ำแต่งตัวไปเข้าเวรนอนที่กองร้อย จนรุ่งขึ้นผู้หมวดกลับมาบ้าน เห็นพลฯ กุมารนอนบิดตัวด้วยความปวดท้อง และมีอาการท้องเสียด้วย ก็รีบพาส่งโรงพยาบาล ระหว่างทางก็สงสัยเลยถาม          กุมาร ไปกินอะไรมา ถึงท้องเสียพลฯ บอยตอบด้วยน้ำเสียงอิดโรยว่าก็หมวดบอกให้ผมกินแตงโมบนโต๊ะให้หมด ผมก็กินจนหมด แต่แตงโมมันคงจะเสียแล้ว ครับผม ยังไม่หมดความ สำหรับเรื่องราวความซื่อของ พลทหารกุมาร .. มีอีกวันหนึ่งที่เพื่อนผมเห็นว่าหญ้าที่บริเวณรอบ ๆ บ้านพักชักจะยาวมาก ก็เลยสั่งพลฯ บอยตอนเช้าก่อนไปทำงานว่า          กุมาร.. วันนี้ตัดหญ้ารอบ ๆ บ้านให้เรียบร้อยนะ.. สั่งเสร็จผู้หมวดก็ออกไปทำงานตามปกติ พอตกเย็นก็กลับมาอาบน้ำที่บ้าน ไม่เห็นพลฯ กุมารอยู่บ้าน ก็นึกว่าคงจะออกไปกินมื้อเย็นที่โรงเลี้ยง แต่จนค่ำมืดแล้ว พลฯ กุมารก็ยังไม่กลับมา จึงออกตามหา ไปพบพลฯ กุมารนั่งถางหญ้าห่างออกไปจากบ้านมากพอสมควร          กุมาร.. มืดค่ำแล้วทำไมยังไม่กลับบ้าน          ก็หมวดบอกให้ผมตัดหญ้าให้เรียบร้อย ผมยังทำไม่เสร็จก็เลยยังไม่กล้ากลับ ครับผมเพื่อนผมบอกว่า หลังจากวันนั้น ถ้าจะใช้ให้พลฯ กุมารตัดหญ้า ก็ต้องกำหนดเขตให้ชัดเจน กะว่าใช้เวลาประมาณสักครึ่งวันตัดเสร็จ และชี้เขตให้พลกุมารทราบชัด ๆ ว่าวันนี้จะต้องทำแค่ไหน  เรื่องที่เล่ามาดูเป็นเรื่องขำขัน แต่วิเคราะห์ดูจะเห็นว่า ผู้พูดคิดเหมาเอาเองว่าผู้ฟังจะรู้เรื่องและเข้าใจเหมือนที่ตนเข้าใจ แต่ไม่ได้ประเมินว่าผู้ฟังจะเข้าใจอย่างที่คิดหรือเปล่านั่นเอง …