ฝาห้องนั้นหนาเจ้าช่างหนาสักเพียงใด?
ฝาห้องนั้นหนาเจ้าช่างทำไมช่างกั้นความรักและความห่วงใยจากเราสู่แม่ได้
ฝาห้องนั้นหนาเจ้าช่างร้ายกายร้ายลึกเกินกว่าที่เราครั้งอดีตจะมองผ่านข้ามเจ้าไปหาแม่...
“แค่ฝาห้องกั้น” ทำให้บางครั้งเราลืม พลั้งเผลอ เผลอเรอ ไม่ดูแล แม้จะเอาใส่ใจ พ่อและแม่อยู่อยู่ใกล้กันเพียงแค่ฝาห้องกัน
“แค่ฝาห้องกั้น” ทำให้บางครั้งหลงละเมอใฝ่เพ้อฝันถึงใครต่อใครซึ่งช่างอยู่ไกลกัน โถใจเรานั้นช่างโง่เขลาเสียนี่กะไร
ผู้หญิงคนดีที่หนึ่งคนนี้อยู่ใกล้แค่ฝาห้องกั้น แหมใจเราช่างเพ้อพก อกสั่นไหว
ผู้หญิงคนดีที่หนึ่งคนนี้อยู่ใกล้แค่รอยใจ แหมเราไซร้มองไม่เห็นคุณแม่เรา
แตกต่าง กับกาล ในวันนี้
เราอยู่ห่าง ไกลแสนที่ จะเอื้อมหา
แต่มั่นนั้น ยังดั้นด้น เดินทางหา
เยี่ยมลูกยา ลูกที่รัก ดั่งดวงใจ
อันรักแม่ แม่นแท้ ในกาลนี้
อยู่ห่างที่ แต่ใจนี้ มิมีกั้น
มิมีฝา หรือแผ่นฟ้า มากางกัน
เพราะจิตนั่น พันผูก ลูกแม่เอย...

นมัสการ ... พระคุณเจ้า
กราบลา พระอาจารย์ครับ
คำคม คม..
“พ่อ แม่ คือ พระในบ้าน”
รักใดเล่า รักแน่ เท่าแม่รัก
ผูกสมัคร รักมั่น มิหวั่นไหว
ห่วงใดเล่า เท่าห่วง ดั่งดวงใจ
ที่แม่ให้ กับลูก อยู่ทุกครา
ยามลูกขื่น แม่ขม ตรมหลายเท่า
ยามลูกเศร้า แม่โศก วิโยคกว่า
ยามลูกหาย แม่ห่วง คอยดวงตา
ยามลูกมา แม่หมด ลดห่วงใย
ถามว่ารู้ได้ยังไง..ก็เราเป็นแม่คนมา 4 ปีแล้ว
คิดถึงแม่จังเลย
อยากไปอยู่กับแม่แต่คงไปไม่ได้
ชาติหน้ามีจริงขอเกิดเป็นลูกแม่อีก
รักแม่ ไม่ต้องรอวันแม่
รักแม่ อย่ารอให้ท่านต้องมาหาเรา
แม่จากเราไปครบ 3 เดือนแล้วแต่ก็ทำใจไม่ได้สักที ไม่มีวันไหนที่ไม่คิดถึงแม่ เลิกงานอยากกลับบ้านไวๆ เพราะมีความรู้สึกว่าแม่รอเราอยู่ทีบ้าน ลูกคิดถึงแม่มากๆ ขอให้เกิดมาเป็นลูกของแม่เหมือนเดิม