แล้วผมจะไปหามาจากไหนกันเล่า ชุดนักเรียนบ้านผมต้องขาสั้น ผมเกรียน ไอ้หยา หนาวจริงๆ

วันที่ 20 ตุลาคม 2550

วันนี้เป็นวันเสาร์ครับ วันที่ผมควรจะได้กลับบ้านในสัปดาห์ที่ 24 ของการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ นี่นับถอยหลังไปก็เหลือเพียง 25 วันเท่านั้น <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>แล้วทำไมวันนี้ผมต้องอยู่ที่น่ะเหรอครับ อย่างแรกก็คือ ผมเพิ่งกลับบ้านไปเมื่อสัปดาห์ก่อน และต้นเหตุของการกลับไปเมื่อสัปดาห์ก่อนนั้นก็คือ คืนนี้จะมีงานเลี้ยงประจำปีของโรงพยาบาล KKH ครับ เขาเรียกงานเลี้ยงนี้ว่า D&D party หรือ dinner and dance แค่ชื่อก็เล่นเอาผมหนาวๆร้อนๆมานานแล้ว อีกทั้งปีนี้เขาบอกว่า theme ของงานคือ back to school ครับ เราควรจะใส่ชุดนักเรียนไปงานครับ แล้วผมจะไปหามาจากไหนกันเล่า ชุดนักเรียนบ้านผมต้องขาสั้น ผมเกรียน ไอ้หยา หนาวจริงๆ แต่เพื่อนๆบอกว่าไม่ต้องกังวล ชุดอะไรก็ได้ทั้งนั้นแหละ อย่าแก้ผ้าไปก็แล้วกัน ผมเลยกะว่าจะใส่เสื้อขาว กางเกงขายาวสีดำ เอาเป็นว่าเป็นชุดนักเรียนโพลีเทคนิคก็แล้วกันครับ ฮ่า ฮ่า <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">บัตรเชิญด้านหน้า </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"> ผลการเรียนของผม</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>ผมนัดกับพี่การ์ตูนเอาไว้ว่าจะเจอกันที่ล๊อบบี้ของโรงแรม Swissotel The Stamford โรงแรมที่สูงที่สุดในสิงคโปร์ เวลานัดคือ 6 โมง 45 นาที ผมไปถึงก่อนเวลาเล็กน้อย เมื่อพี่การ์ตูนมาถึงในชุดนักศึกษามหาวิทยาลัยไทย ก็ยื่นถุงส่งมาให้ผมถุงหนึ่ง ฝากถือหน่อยนะจ๊ะ พี่ไปซื้อของมา โถพี่ เล่นหิ้วกระทะ ตะหลิวมาเพียบ หนักล่ะสิท่า (หนักจริงๆด้วยครับ ฮ่า ฮ่า) หูกระทะนี่โผล่ออกมายังกะเป็นหางเลย <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>งานเลี้ยงจัดขึ้นที่ชั้น 4 ห้อง Rafles Ballroom ครับ เขายังไม่เปิดห้อง แขกทุกคนต้องอยู่หน้าห้อง ดื่มน้ำ เล่นเกม เกมแบบสมัยนักเรียน เช่นกระโดดเชือก ทอยก้อนหิน ผมนี่แทบก๊าก เพราะว่าบางคนแก่แล้วก็มากระโดดต๊อกๆ กลัวเหลือเกินว่ากระดูกจะหัก ผมเดินควงพี่การ์ตูนไปเรื่อยๆ ก็นับว่าเป็นผลดี เพราะว่าพี่ได้แนะนำให้ผมรู้จักกับหมอผู้ใหญ่หลายๆคน ทั้งผ.อ.โรงพยาบาล หัวหน้าภาควิชาต่างๆ นับว่าเป็นโชคดีของผมครับ มีอยู่ท่านหนึ่งเขาถามพี่การ์ตูนก่อนที่จะแนะนำตัวผม นี่เป็นช่างภาพประจำตัวเหรอ ลองนึกดูสภาพผมตอนนั้นนะครับ ชุดนักศึกษา(ฝึกงาน) หิ้วถุงใส่กระทะ (ที่มีด้ามจับโผล่ออกมาเกือบทั้งดุ้น) แขวนกล้องถ่ายรูปตัวเขื่อง ฮาระเบิดเถิดเทิงเลยครับ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>Prof Tey ซึ่งเป็นผ.อ.ของโรงพยาบาล เมื่อท่านได้ทราบว่าผมมาจากม.อ. ก็บอกผมว่า ท่านเป็นเพื่อนกับอาจารย์วิรัช อาจารย์วิรัชท่านเป็นหมอมะเร็งนรีเวช ครูอีกท่านหนึ่งของผมนั่นเองครับ แล้วพรอฟเท (เขาเรียกกันอย่างนั้น) ก็บอกว่าอาจารย์ของผมเป็นนักร้องเสียงดีที่ใครๆก็จดจำได้ครับ เล่นเอาผมตัวพองด้วยความภูมิใจไปเลยทีเดียว (อย่านึกถึงอึ่งอ่างนะครับ) <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>เวลาประมาณทุ่มครึ่งเขาก็เปิดประตูให้เข้าไปในงาน ผมนั่งที่โต๊ะ 5 ภายในงานโอ่งโถงและโอ่อ่ามาก นี่โรงพยาบาลเขารวยขนาดนี้เชียวหรือ พนักงานทุกคนมาร่วมงานกัน คาดว่ามีคนประมาณเกือบ 2000 คนในนี้ แต่อย่าเพิ่งถลึงตาตามผมครับ ต้องซื้อบัตรเข้าร่วมงานครับ หน่วยงานไหนหัวหน้าดีหน่อยก็จะซื้อให้ลูกน้อง หรือใช้เงินกองกลางของหน่วยงาน อย่างเช่นภาคของผม ทราบมาว่าบางหน่วยงานหัวหน้าไม่มางาน ลูกน้องก็ยกพวกหนีหายไปเลย <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">ครอบครัว UG ครับ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>เขาเริ่มงานด้วยการเสนอมิวสิควิดีโอเลียนแบบเพลง We are the world โดยไปถ่ายภาพผู้บริหารหลายคนมาก ทำท่าร้องเพลง เลียนแบบของจริงเลยครับ (ลองไปดูที่นี่นะครับ http://www.youtube.com/watch?v=WmxT21uFRwM ) เขาร้องกันจริงๆ แล้วแปลงเพลงเป็น We are KKH เนื้อหาก็ตลกทีเดียว เล่นเอาหัวเราะกันท้องคัดท้องแข็ง ตามมาด้วยการเปิดงานของ Ivy Ng ซึ่งเป็น CEO ของโรงพยาบาล เธอคนนี้มุขตลกเพียบเชียวครับ เธอบอกว่างานเลี้ยงของโรงเรียนในวันนี้มีกฎ 3 ข้อ ก็คือ กินและกิน แสดงความเถื่อนออกมาได้เต็มที่ และสุดท้ายคือ หากจะไปเข้าห้องน้ำก็ไม่ต้องขออนุญาตก่อน โห่กันลั่นห้องเลยครับ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>พิธีกรในงานเป็นผู้ชายครับ ผมคิดว่าเขานี่สุดยอดมากในความคิดของผม เขาพูดภาษาอังกฤษได้ไพเราะมาก สำนวนเป็นฝรั่ง โดยเฉพาะในช่วงแรกของงานที่ต้องเปิดงาน มอบรางวัลต่างๆ เขาพาให้งานลื่นไหลไปได้อย่างน่าชม ไม่มีพิธีรีตองมากมายแบบบ้านเรา แค่เปิดเพลงล้อไปเรื่อยๆ ดังบ้างเบาบ้างตามการประกาศของเขา จังหวะจะโคนก็เหมาะสมกันในแต่ละช่วง เขาทำได้ยังไงเนี่ย จนมาในช่วงกลางๆของงานซึ่งเป็นการเล่นเกม เขาก็พูดเป็นภาษาซิงกลิชบ้าง มาเลย์บ้าง จีนบ้าง ล้อคนเล่นเกมได้อย่างไม่ฝืดเคืองมุข เขาสามารถทำให้คนในงาน ขึ้นมาบนเวทีแล้วเดินแบบ คิดดูสิครับว่าผมจะไม่ท้องคัดท้องแข็งไปได้อย่างไรกัน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>ว่าด้วยเรื่องอาหารก็เร้าใจ เขาเปิดด้วยออร์เดิฟที่มีแมงกะพรุน แคลิฟฟอเนียมากิ เป็นตัวชูโรง ตามมาด้วยซุปหูฉลาม (ฮือ ฮือ สงสารฉลาม ฮือ ฮือ อร่อยจัง) ไก่น้ำแดง ปลานึ่งกับอะไรไม่รู้ (อร่อยเป็นบ้า) ผัดเห็ดอะไรซักอย่างกับผัก ผัดหมี่ฮกเกี้ยน กับอะไรอีกก็ชักจะเลือนๆ เพราะซดไวน์แดงไปราวๆ 5 แก้ว ตบท้ายด้วยขนมหวานสาคูกับแคนตาลูป ทั้งหมดรวมแล้วก็ 10 พอดีพอดิบ จบมื้อสุดท้ายก็จบงานพอดี 5 ทุ่มครึ่ง เรียกว่ากินและดื่มมาราทอนกันเลยครับ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">งานเลี้ยงคืนนี้สร้างความสุขให้ผมเป็นอย่างมาก ได้ไอเดียดีๆไปมาก หากมีโอกาสก็จะจัดงานแบบนี้บ้างกับโรงพยาบาลที่บ้านผม (เอาเงินมาจากไหนหว่า) ที่สำคัญคือ ได้มีโอกาสแจกรางวัลสำหรับพนักงานดีเด่นในด้านต่างๆ ตั้งแต่ระดับหมอมาจนถึงคนงานเลยทีเดียวครับ สนุกก็สนุก เพราะพิธีกรส่วนหนึ่งและเนื่องจากรูปแบบของงานอีกส่วนหนึ่ง เล่นเอากระผมแทบบ้าไปเลย</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p> ฮูเร <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>เมื่อเลิกงานก็กะว่าจะกลับที่พัก พอดีคุณหมอตัน เตียม ฉ่าย ซึ่งเป็น registra เพื่อนคนหนึ่งของผมเดินมาชวนไปเที่ยวต่อ เขาบอกว่าจะพาผมไปเลี้ยงส่ง เห็นว่าจะกลับแล้ว ก็เลยไปกันกับเขา หว่องฟุก แทมมี่และไอชิง เราไปกันที่ Ministry of Sound ครับ ฟังชื่อแล้วดูเป็นทางการมาก อยู่ที่ Clarke Quay เมื่อไปถึงก็พบว่าคนแน่นมาก ต่อแถวกันยาวเหยียดเพื่อที่จะเข้าไปในนั้น หว่องฟุกบอกว่าสงสัยได้จอดรถพรุ่งนี้แน่ๆ เขาเลยหย่อนพวกเราลงแล้วก็กลับบ้านไป ผมต้องจ่ายเงินค่าเข้าไป 28 เหรียญ เมื่อเข้าไปก็พบว่า MOS ก็คือดิสโก้เทค พระเจ้าช่วย นี่ผมเข้ามาในดิสโก้เทคเหรอเนี่ย <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>ผมแทบจะบ้าตายครับ เพราะว่าผมเกลียดดิสโก้เทค ผมไม่ชอบเสียงดัง ผมไม่ชอบจังหวะเพลง ตุ๊บๆ ผมไม่ชอบกินเหล้า (เบียร์กับไวน์เท่านั้นครับ) เข้าไปก็เจอเหล่าบรรดา MO ราวๆ 10 คน หมอวีเพื่อนผมก็อยู่ด้วยเหมือนกัน ดูเขาก็สนุกกันดีครับ ไม่มีช่องว่างระหว่างวัยเลย <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>ทนนั่งไปตั่งแต่เที่ยงคืน จนตี 3 ก็เลยขอตัวออกไปก่อน เขาบอกว่าที่นี่ปิดตี 5 ครับ แม่เจ้า เต้นมาราทอนกันไปเลยเชียวครับ เชื่อไหมว่า ผมเข้าเทคครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2535 นู่น