เป็นมะหยีน่ะพอไหว ได้อยู่บ้านรักร้อยกับลูกหว้าคนสวย พอไหวพอไหว อิอิ

            วันนี้คงมีอะไรแน่ๆเลย  ตั้งใจจะเขียนเรื่องสถานสงเคราะห์สัตว์เทศบาลนครพิษณุโลก  พอเปิดคอมก็หาอะไรอ่านเล่นก่อน  ก็เจอ บทความมะหมา..สี่ขา..น่าสงสาร..เยี่ยมคอนโดสุนัขที่วัดสวนแก้ว  ของคุณ ผึ้งงาน_SDU จากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ  น่าสนใจมากครับ

             อ่านเสร็จก็อ่านเจอ ขอแรงคนพิษณุโลก ช่วยเหลือหมาโดนรถชนตัวนี้ด้วยเถิดค่ะ รักษาเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่สะดวกที่จะรับเลี้ยงเค้า !!!!!! ของคุณปิ๊กก้าจัง  ก็เลยเสียเวลาประสานงานให้ทีมงานจัดการติดต่อเพื่อรับเจ้ามะหมา เคราะห์ร้ายตัวนี้มาอยู่ที่สถานสงเคราะห์ฯ ( แก่นจัง ช่วย post ใน pantip เพื่อติดต่อคนใจบุญที่ช่วยรักษาเจ้ามะหมา เคราะห์ร้ายให้  ทำเองไม่เป็น  ไม่ใช่วัยสะรุ่น จะใช้ลูกสาวตัวเองก็เห็นเตรียมตัวสอบ  ใช้ลูกสาวครูบาดีกว่า อิอิ )
 
           สถานสงเคราะห์สัตว์เทศบาลนครพิษณุโลก อยู่ที่ หมู่ 11 บ. โรงบ่ม ต.วังทอง อ.วังทอง จ. พิษณุโลก  มีพื้นที่ 60 ไร่  เริ่มเปิดดำเนินการ  แต่ยังรับมะหมาได้แค่ 150 ตัว  ตอนนี้ก็เต็มไปแล้ว

     
 

           บ้านผมน่าอยู่มั๊ยครับ                          ครอบครัวอบอุ่น                               ลูกหมานะครับ         


           แนวคิดของการเปิดสถานสงเคราะห์สัตว์เทศบาลนครพิษณุโลกก็คือไม่ใช่ที่จำคุกมะหมาตลอดชีวิต  เพราะเจ้ามะหมาไม่ได้ทำผิดกฏหมายอะไร ( จริงรึเปล่าครับ ท่านทนายชาวเกาะ นาย บัณฑูร - ทองตัน)  ที่นี่จะเป็นสถานพักฟื้นให้มีสุขภาพดีทั้งร่างกายและจิตใจ  ให้เรียนหนังสือ ( มีการฝึกสุนัขด้วยนะครับ ) เรียนจบแล้วก็หาบ้านใหม่ให้อยู่  โดยหาผู้ที่สนใจมารับไปเลี้ยง  อิอิ  ทำอย่างนี้จึงจะมีที่ว่าง  จะได้รับรุ่นใหม่เข้าพักฟื้นเพิ่มเติมอีก

     

                เด็กอนุบาล                จบแล้วพาผมไปอยู่บ้านนะครับ            ไปอยู่กับพ่อ-แม่ที่สกลนครนะลูก

           นอกจากนี้ยังต้องมีมาตรการที่จะตัดวงจรสุนัขจรจัด  เพื่อลดจำนวนสุนัขจรจัดลงในอนาคต  ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชนอย่างมาก  คงต้องเหนื่อยทำความเข้าใจ  ปรับเปลี่ยนความคิด  ต้องสื่อสาร อธิบายกันปากเปียกปากแฉะกันแหละครับ  ทำไงได้  เพราะถ้าชาวบ้านเข้าใจก็จะให้ความร่วมมือ  อยู่ดีๆจะเริ่มอะไรใหม่  กระทบวิถีชีวิตประชาชนก็ต้องออกแรง  ฟังเสียงบ่นเสียงด่าสักพักใหญ่ๆครับ

           การออกเทศบัญญัติการเลี้ยงและปล่อยสุนัขก็เป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งที่จำเป็นต้องใช้  ได้เปิดเวทีให้ประชาชน  ผู้สนใจมาร่วมกันแสดงความคิดเห็น  ช่วยกันยกร่างเทศบัญญัติฯ หลายรอบแล้วครับ  ขณะนี้ก็อยู่ในขั้นตอนที่จะนำเสนอต่อสภาเทศบาลนครพิษณุโลกเพื่อให้ความเห็นชอบตราเป็นเทศบัญญัติต่อไปครับ

           หลักการก็คงง่ายๆ  แต่ทำยาก  ( ยังไงก็ต้องทำ อิอิ )  ใครจะเลี้ยงมะหมาก็ต้องมาขึ้นทะเบียนเพื่อควบคุมจำนวนสุนัข  ใครเลี้ยงแล้วไม่ดูแล  ตอนเล็กๆน่ารักดี  แต่พอโตขึ้นไม่น่ารักไม่อยากเลี้ยง ( เหมือนพวกชอบเลี้ยงต้อยเลย )   อยากให้เทศบาลรับไปเลี้ยงหรือปล่อยให้เป็นสุนัขจรจัด ( กรณีไม่คุมกำเนิด  มีลูกมะหมาแล้วเอาไปปล่อยก็เหมือนกัน )  ก็จะมีความผิดและต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในกรณีที่เทศบาลต้องนำไปดูแลต่อ

           กรณีวัด โรงเรียน  หรือสถานที่ราชการต้องการให้เทศบาลมารับเอาสุนัขจรจัดไปดูแล  ก็จะต้องมีการทำความเข้าใจและบันทึกข้อตกลงกันไว้  ว่ารุ่นแรกนี้ถ้ามีที่ว่าง  เทศบาลก็จะรับไปดูแลให้  แต่ต้องช่วยดูแลระมัดระวังบริเวณที่รับผิดชอบไม่ให้มีรุ่นใหม่อีก  ถ้าในอนาคตมีรุ่นใหม่อีกก็ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายให้กับทางเทศบาล  ไม่งั้นทางเทศบาลก็ไม่ไหว ( จะคุยรู้เรื่องมั๊ยเนี่ย  หลวงพี่ )         

           ซึ่งถ้าไม่ทำอย่างนี้  จำนวนสุนัขจรจัดก็จะมากจนใช้ที่เป็นพันๆไร่  ใช้งบประมาณมหาศาลก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้นะครับ  สมมุติมะหมา 1 ตัว  ค่าใช้จ่ายวันละ 10 บาท  ปีนึงก็ 3,650 บาทแล้ว  ถ้ามะหมาอายุยืน  10 ปีก็จะเป็นค่าใช้จ่ายตัวละ 36,500 บาท  อิอิ   ถ้าที่ท่านๆเลี้ยงไว้มีลูกครอกนึง 10 ตัว  เอามาให้เทศบาลเลี้ยงหรือปล่อยเป็นสุนัขจรจัด  แล้วเทศบาลต้องไปรับมาเลี้ยง  ครอกนี้ค่าใช้จ่ายก็ตก 365,000 บาทแล้วครับ

           ท่านเลี้ยงมะหมาก็ไม่มีใครว่านะครับ  ดีซะอีก  แต่ถ้าเล่นสร้างภาระให้ต้องใช้เงินภาษีอากรของส่วนรวมมาแก้ปัญหาที่ท่านก่อเป็นจำนวนไม่น้อย  คงไม่ไหวครับ  ต้องทุ่มเทงบประมาณจำนวนมหาศาลไปดูแลมะหมา  แทนที่จะนำเงินเหล่านี้มาปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน  สนับสนุนการศึกษา  การสาธารณสุข  หรือดูแลผู้ด้อยโอกาสทางสังคม

           คงดูไม่จืดนะครับ  ผู้สูงอายุไม่มีงบประมาณดูแลสนับสนุน  แต่ดันเอาไปทำคอนโดให้มะหมาอยู่  อ่านเล่นสนุกๆนะครับ  เดี๋ยวน้อยใจอยากเกิดเป็นมะหมาจะยุ่งกันใหญ่  เป็นมะหยีน่ะพอไหว  ได้อยู่บ้านรักร้อยกับอ.ลูกหว้า คนสวย  พอไหวพอไหว  อิอิ