ตนตื่นรู้หายเหว่ว้า................เหงาโหยหาว้าเหว่หาย

ทางกระจ่าง สว่างสงบ.........ไปสู่ภพ สงบสว่าง
ดุ่มเดิน เพื่อพ้นทาง............. วัฏฏ์ทิ้งขว้าง เพื่อทางพ้น
ทางสว่าง หนทางธรรม..........ก้าวงามล้ำ ธรรมทางหน
ความสุข ผองชั้นชน..............เยือนยินยล ชนชั้นผอง
ทางสว่าง ท่องธารมรรค.........ไร้รูปลักษณ์ มรรคธารท่อง
เหตุผล ฉายคันฉ่อง...............แสงรังรอง ฉ่องคันฉาย
ตนตื่นรู้ หายเหว่ว้า................เหงาโหยหา ว้าเหว่หาย
กาลเวลา เลือนลับคล้าย......ฤๅกลับกลาย คล้ายลับเลือน
ประชุม เพื่อนคณะดี................เลิศศักดิ์ศรี ดีคณะเพื่อน
คำสอน วอนย้ำเตือน.............ทุกข์ปล่อยเลือน เตือนย้ำวอน
ขอขอบคุณแหล่งภาพสวยสุดสะดุดธรรม
www.krungshing.com
ชอบบทกวีบทนี้และภาพนี้
ขอใส่ คำว่า Digital divide และ Knowledge divide (ฮา ขอดื้อ ๆ )
ธรรมะนำพาให้พบกับความสว่าง ที่ใดมีธรรมะที่นั่นมีแต่ความสงบร่มเย็น
หนทางธรรมสว่างล้ำ .. ให้ยินดี จริง ๆ ค่ะ
ชอบค่ะ ^_^
ขอขอบคุณทุก ๆ ความคิดเห็น
เชิญร่วมแสดงความคิดรูปแบบ..
ร้อยกรองด้วยกัน ค่ะ
ชื่นชมบทกวีนี้จังครับ เมื่อชมภาพแล้วอ่านบทกวีทำให้ได้รับรสกวีที่งดงาม
ไม่รู้จะบรรยายอย่างไรดี
:)
ขอบคุณนะคะ
ต้องให้เครดิตคุณทิชา ด้วยค่ะ
บทกลอนนี้ เพราะมากค่ะ ให้อารมณ์ดีจังเลย
...ตามมาอ่านค่ะ
เป็นบทกลอนที่งดงามมากค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ชอบเพราะ เหมือน ๆ อิมโพรไวส์ คือมันผุดออกมาได้เร็วจนเพื่อนสนิทคนหนึ่งที่ได้ยินบทนี้ บอกว่า เฮ่ แต่ก่อนไม่ยักรู้นะว่า เรา(หมายถึงดิฉัน) ก็เขียนกลอนน้ำดีเป็น(ไม่ยุงชุม) แถมเล่นกลบท ด้วย
ภาพที่เห็นเป็นฝีมือพี่ชายคนหนึ่งค่ะ
ภาพพาให้เกิดแรงใจด้วยค่ะ
กำลังพยายามเขียนอีก ก็ไม่ค่อยจะรื่น ไหล เหมือนบทนี้ค่ะ
อยากชื่นชมในรูปแบบร้อยกรองเหลือเกิน...แต่ไม่มีความสามารถเอาซะเลย..ขอชื่นชมคุณภูสุภานะคะ..เก่งจริงๆ
หัดเขียนสิคะ
แหมพี่ทำเป็นแนะนำ เดี๋ยวนี้ก็เขียนไม่ค่อยได้แล้วค่ะ รา(ขึ้น)มือไปนาน
ขอบคุณอีกครั้งที่ให้เกียรติ นำบทกวีไปใช้ พี่ก็แต่งให้"แม่" ในวาระที่ท่านจากไปค่ะ