วันที่ 17 ตุลาคม 2550
วันนี้เป็นวันพุธ กลางสัปดาห์ที่ 24 นับถอยหลังไปก็คงเหลือเพียง 28 วันเท่านั้น <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> วันนี้ต้องเริ่มต้นว่า เธอมาอีกแล้วภาค 2 เพราะว่า คู่กรณีของผมรายที่ 2 ซึ่งเป็นรายใหญ่เสียด้วย มานั่งรอตรวจอยู่ แค่นี้ก็เสียวพุงแล้วใช่ไหมครับ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> จำเรื่องราวของเมื่อวันศุกร์ที่แล้วได้ไหมครับ วันที่ผมเขียนใบสั่งยาไปแล้วปรากฏว่าคนไข้มีประวัติแพ้ยา แล้วลูกสาวโทรมาด่าน่ะ วันนี้ช่วงเช้าผมต้องตรวจคนไข้ที่คลินิกกับครูหาญ ผมก็เดินลงไปก่อนเวลาเล็กน้อยตามปกติ เห็นแม่ลูกชาวอินเดียคู่หนึ่งนั่งรออยู่ แวบเดี๋ยวก็เสียวสันหลังวูบ ฤาจะเป็นเธอคนนั้น!! ทั้งที่ไม่รู้จักหน้าค่าตากันมาก่อน แต่มีอะไรบางอย่างบอกผมว่า เธอนั่นแหละใช่เลย <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> แล้วแทมมี่กับเจ๊ลินดาก็เดินเข้ามารายงานทันทีที่ผมหย่อนตูดนั่งลง ว่าคนนี้นี่แหละไม่ผิดตัว ผมเลยบอกว่าให้เรียกเข้ามาเป็นคนแรกเลย แล้วก็แนะนำตัว ถามเขาว่าเป็นคนที่ผมคุยด้วยใช่ไหม เธอตอบว่าใช่ แล้วผมก็ขอโทษเธออีกครั้ง แล้วก็อธิบายเรื่องราวต่างๆให้เธอฟังทั้งหมด เธอก็เริ่มบอกผมว่า ตกลงแล้วก็ยังงงงง เพราะว่าจริงๆแล้วตอนนี้แม่เธอก็กิน penicillin อยู่อีกทั้งเมื่อเดือนก่อนก็เป็นผิวหนังอักเสบต้องนอนโรงพยาบาลและฉีดยา ซึ่งผมว่ามันน่าจะเป็น cloxacillin ด้วย แล้วนี่ผมสั่ง cephalexin คนไข้จะแพ้ได้อย่างไร ผมจึงบอกให้ลูกสาวไปถามหมอผิวหนังคนที่สั่ง penicillin ดูว่า สามารถตรวจสอบได้จริงๆหรือไม่ที่จะทดสอบการแพ้ เขาน่าจะเชี่ยวชาญกว่าผม อีกอย่างหากไม่แพ้แล้วก็จะเป็นประโยชน์กับแม่เธออย่างมาก เพราะว่ายาตัวนี้ดีกว่า nitrofurantoin เห็นๆ เราคุยกันพักหนึ่ง เธอไม่ได้ดุอย่างที่ได้ยินทางโทรศัพท์แฮะ ท้ายที่สุดก่อนออกไป เธอก็บอกผมว่า glad to meet you doctor เล่นเอาผมปลื้ม <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ช่วงบ่ายก็ตรวจคนไข้ต่อ แต่ก็ไม่ได้ยุ่งมากนัก ผมเจอแต่คนไข้น่ารัก มีป้าแก่ๆท่านหนึ่งเธอมาลูบแก้มผมเป็นการขอบคุณด้วย เราสามารถเลิกคลินิกได้ราวๆ 4 โมงครึ่ง จึงเรียกนาตาลีไปดูคนไข้ก่อนผ่าตัดด้วยกัน เดี๋ยวนี้เราต้องเหน็บเอาไอชิงไป round ด้วยทุกครั้ง เนื่องจากเราต้องเก็บข้อมูลวิจัยที่เกี่ยวกับการผ่าตัด TVT-O และ TVT-secur ด้วย เป็นงานที่ทำให้เธอเหนื่อยพอสมควร</p> เลิกงานก็กลับบ้าน ล้างหน้าล้างตา แล้วออกเดินทางไป Clarke Quay เนื่องจากวันนี้จะมีงานเลี้ยงส่งเท้ง หมอโรคหัวใจเพื่อนสนิทผม พรุ่งนี้เขาจะกลับเมืองไทยแล้ว ระหว่างการเดินทางก็มีโทรศัพท์เข้ามาหาผม อาร์เธอโทรมาครับ เขาบอกว่าวันนี้ได้ไปคุยกับครูหาญมา เขาได้เล่าเรื่องที่ไม่มีใครเอาก๊อซออกจากช่องคลอดคนไข้ แล้วเขาบอกว่าปัญหาเกิดจากคนบางคนไม่เขียนรายละเอียดลงไปในใบบันทึกผ่าตัด เขาบอกว่าไปดูมาแล้ว พบว่าผมเป็นคนเขียนบันทึกนั้น (ผมหัวเราะในใจ มารูปไหนหว่า หว่องฟุกเพื่อนผมต่างหากที่เป็นคนเขียน) เขายังบอกว่า boss ไม่พอใจอย่างมาก แต่เขาไม่ได้บอกหรอกนะว่าผมเป็นคนบันทึกการผ่าตัดนั้น (ฮ่า ฮ่า) พรุ่งนี้ถ้าถูก boss ด่าก็อย่าโกรธเขาก็แล้วกัน เพราะเขาไม่ได้บอกจริงๆว่าใครเป็นคนบันทึกการผ่าตัด (ฮ่า ฮ่า สนุกชิ๊ปเป๋ง) ถ้าเขาด่าผมนั่นแสดงว่าเขาไปดูในแฟ้มเอาเอง (คร๊าบบบบบบ) ทีหน้าทีหลังต้องทำงานให้เรียบร้อนนะ (คร๊าบบ) บอกตรงๆว่าในใจนั้นผมสงสารเขาจริง (สมเพชด้วย) <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>Jessica เธอนัดเหล่าบรรดา fellows ทั้งหมดที่โรงแรม Swissotel Merchant Court ณ ห้องอาหาร Ellenborough Market Café หรูเชียวครับ อาหารเป็นบุฟเฟ่ กินกันจนพุงหลาม ดันดีพาภรรยาไปด้วย ผมถามเขาเรื่อง MRI สมอง พบว่าปกติดี ก็โล่งใจไปอีกเปลาะหนึ่ง <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p>เราเลิกงานเลี้ยงราว 3 ทุ่มครึ่ง จากนั้น consultant ของเท้งก็มาแล้วพาเราย้ายไปกินกันต่อที่ Breworkz อีกแล้ว งานนี้ consultant ได้เล่าเรื่องราวการเรียนหมอของชีวิตเขาให้ฟังได้อย่างน่าสนใจมาก เขาเป็นคนมาเลเซียเชื้อสายจีน ซึ่งที่ประเทศเขามีการกีดกันการศึกษาของคนเชื้อสายจีนเป็นอย่างมาก มหาวิทยาลัยต้องรับคนมาเลย์ก่อน ที่เหลือจึงให้คนจีนเรียนได้ คนที่ได้เรียนก็ต้องเป็นคนที่เก่งจริงๆที่เขาปฏิเสธไม่ได้แล้วนั่นแหละ นอกจากเรื่องเรียนแล้วก็เรื่องการทำธุรกิจ คนเชื้อสายจีนนั้นหากจะมีกิจการของตัวเอง ต้องมีคนพื้นเมืองถือหุ้นอยู่ 51% มีการกีดกันต่างๆมากมายระหว่างคนมาเลย์กับคนมาเลย์เชื้อสายจีน เขาจึงไปเรียนที่ออสเตรเลีย เป็นไงครับ บ้านเราดีกว่ามากเลยใช่ไหม <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> กว่าจะกลับบ้านก็ปาเข้าไป 5 ทุ่มครึ่ง บอกลาเท้งแล้วก็แยกย้ายจากกันไป เฮ้อ จบไปอีกคนเพื่อนผม เดือนหน้าก็เป็นรอบของหนุ่มและผม หนุ่มจะจบก่อนผม 10 วัน ใกล้แล้วครับ ใกล้เต็มทีแล้ว สิงคโปร์
สวัสดีค่ะ
สวัสดีครับคุณแม่น้องหอย (โข่ง)
กาแฟนี่ผมก็เข้าขั้น mania เช่นเดียวกัน แต่นั่นก็เป็นแบบขอให้ได้กลิ่น ได้ลิ้มรส ก็พอครับ ไม่ถึงขึ้นไปนั่นดูดดื่มในร้านกาแฟแมลงดาวสุดหรูหรอกครับ
ที่ชอบมากๆเห็นจะเป็น Iris coffee ครับ
ไอ้หยา ไม่พ้นใส่เหล้ารัมลงไปอีกจนได้ เพราะเมื่อดื่มเสร็จ ก็ยังไม่รู้เลยว่าจะสดชื่นหรือมึนๆดี ฮ่า ฮ่า
มาเยี่ยมค่ะ
มาพร้อมกาแฟโบราณ คราวนี้ ชอบไหมคะ
สวัสดีครับคุณศศินันท์
กาแฟโบราณผมก็โปรดครับ แต่รูปที่ฝากมานั้น ท่าทางจะโบราณแบบหลุยส์วิตตองไปนิดนึงครับ
อย่างผมต้องแก้วบ้านๆ ใสๆ กาแฟสีดำปี๋ มีนมข้นหวานอยู่ก้นแก้วครับ
ต่อมกาแฟกระตุกอีกแล้ว
สวัสดีครับพี่โอ๋
วันนี้พี่โอ๋มาแปลกแฮะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า
หายไปนานเลยนะครับ
นิทานเรื่องนี้สอนผมในเรื่องการประคองชีวิตอย่างดีเลยครับ
ดูไปดูมาก็มีประโยชน์เหมือนกันที่เขียนลงมา เพื่อเราจะได้เตือนใจตัวเอง (และคนอื่นบ้าง) ว่า ระวังอย่าให้เรื่อง (เน่า : ตามนิยามของพี่โอ๋) แบบนี้เกิดขึ้นกับเราหรือหากเกิดขึ้นก็อย่าไหลตามมันไป