ในการประชุมที่ห้องท่านรองนายกฯ ไพบูลย์ เมื่อวันที่ 8 ต.ค.50 (ก่อนท่านจะป่วนต้องผ่าตัดเส้นเลือดหัวใจ 1 วัน) ผมให้ความเห็นต่อที่ประชุมโดยใช้ถ้อยคำค่อนข้างรุนแรงอย่างที่เขียน และบอกว่าผมให้ความเห็นโดยไม่ยืนยันความถูกต้อง เพราะผมอาจคิดแบบนี้เพราะความเขลาของผมเองก็ได้
จึงเอามายืนยันความไม่แน่ใจของตนเอง ในความถูกต้องของข้อคิดเห็นชุดระบบวิจัยของประเทศ
ผมมองว่า เรามี "ทรัพยากรเพื่อการวิจัย" มากมายที่เราไม่เห็น เพราะเราคิดแบบโลกยุค second wave มองแค่วัตถุ เงิน คน และการจัดการ (material, money, man, management) เป็นปัจจัยสำคัญ
เพราะมองแบบตกยุค เราจึงมองไม่เห็นทรัพยากรวิจัยที่สำคัญที่สุดคือ Intellectual Capital (IC) ซึ่งเป็นนามธรรมและซ่อนตัวอยู่ ไม่มองไม่เห็น มองไม่ทะลุไม่เห็น
IC เพื่อการวิจัยคือ กิจกรรมทุกด้านในบ้านเมืองของเรา ยิ่งเป็นกิจกรรมที่มี Creativity สูง มีมิติของความเป็นมนุษย์สูง ยิ่งมี IC เพื่อการวิจัยมาก
นักศึกษาจำนวนไม่ต่ำกว่า 10% ของทั้งหมดเป็น IC เพื่อการวิจัย ในแต่ละปีมีเด็กเกิดใหม่ 7 - 8 แสนคน ร้อยละ 10 เป็น talented & gifted ซึ่งถ้าจัดการเป็นจะกลายเป็น IC เพื่อการวิจัย
ในโรงพยาบาล ผู้ป่วยเป็น IC เพื่อการวิจัย ในโรงเรียนนักเรียนเป็น IC เพื่อการวิจัย
ไล่ไปเถิดครับ เรามี IC เพื่อการวิจัยอยู่ในสังคมเต็มไปหมด แต่เราไม่รู้ ไม่มีวิธีคิด ไม่มีวิธีจัดการให้เป็นทรัพยากรเพื่อการวิจัย
วิจารณ์ พานิช
13 ต.ค.50