Model ที่ดีจะต้องไม่ได้มาจากการคิดแบบ “ไม่ติดดิน” หากแต่ว่าจะต้องมาจากการผสมผสานระหว่าง หลักการ ทฤษฎี และประสบการณ์ที่ได้มาจากการปฏิบัติจริง

<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">        การที่เราตกลงไปในร่องใดร่องหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น ร่องการคิด ร่องการทำ หรือร่องการเรียนรู้ ก็ตาม ใช่ว่าจะแย่เสมอไป เพียงแต่เราต้องไม่ไป  ติดกับ ไม่ไป จมปลัก คือต้องไม่อยู่ในร่องนั้นนาน เกินไป เพราะจะทำให้เราไม่ เลื่อนไหล ไม่เกิดการ Flow จากการคิดไปสู่การทำไปสู่การเรียนรู้ ตกลงหลักใหญ่ที่สำคัญก็คือ ทำอย่างไรก็ได้เพื่อให้วงจรที่ว่านี้ เคลื่อนไหวและเลื่อนไหลไปได้ก็แล้วกัน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>        มีบางท่านชอบแซวผมอยู่เสมอว่าเป็น เจ้าโมเดลชอบคิดนั่นคิดนี่ . . . สิ่งนี้เป็นผลพวงของการเป็น Engineer ครับ Engineer ถูกสอนให้เริ่มต้นด้วยโมเดล เริ่มต้นด้วยแบบแปลน หรือพิมพ์เขียว (Blueprint) แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องไม่ติดกับพิมพ์เขียว จนเกินไป คือตอนที่ไปทำ ไปสร้าง ถ้าพบว่าสิ่งที่คิด (ออกแบบ) ไว้ไม่ตรงกับสภาพพื้นที่จริง ก็ต้องปรับเปลี่ยนแก้ไขไปตามสถานการณ์ ยิ่งถ้าเป็นงานด้านการพัฒนาสังคม (Social Development) พิมพ์เขียวหรือโมเดลที่ว่านี้ บางทีก็เป็นได้แค่ “แบบร่าง (Sketch)” เท่านั้นครับ ไม่สามารถลงรายละเอียดได้มากมายเหมือนงานด้านวิศวกรรม (Engineering)</p><p>       ไม่ว่าเราจะเริ่มต้นด้วยแบบร่าง (Sketch) หรือ Model สิ่งที่สำคัญที่เราต้องตระหนักก็คือสิ่งเหล่านี้มีไว้ให้เรา “เริ่มต้น” ไปได้ มีไว้เพื่อให้เราได้ใช้ (ทดลอง) ปฏิบัติ ถ้าเราไม่ (ทดลอง) ปฏิบัติ ก็จะไม่เกิดความ คมชัดไม่สามารถ เรียนรู้ ได้อย่างแท้จริง Model ที่ดีจะต้องไม่ได้มาจากการคิดแบบ ไม่ติดดิน หากแต่ว่าจะต้องมาจากการผสมผสานระหว่าง หลักการ ทฤษฎี และประสบการณ์ที่ได้มาจากการปฏิบัติจริง  Model จะมีความคมชัดก็ต่อเมื่อได้นำไปใช้ ได้เรียนรู้ และได้ผ่านวงจรแห่งการปรับปรุงมาแล้ว</p><p>       เห็นไหมครับว่า คิดอย่างเดียว ไม่พอ ต้องผ่านการกระทำ และต้องนำการเรียนรู้ที่ได้นี้กลับมาคิด (วางแผน) ใหม่ กลับมา (ลอง) ทำใหม่ วนเวียนไปอย่างไม่จบสิ้น ไม่ว่าเราจะเรียกสิ่งนี้ว่าอะไร จะเป็น CQI  เป็น PDCA หรืออะไรก็ตาม ความสำคัญของตรงนี้อยู่ที่ว่า . . . ทำอย่างไรจึงจะทำให้วงจร คิด ทำ เรียนรู้ นี้หมุนเวียนไปได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่รู้จบเท่านั้นเอง!!</p>