หลังจากที่คุณทศพล ภูรัดสาย ได้นำเสนอเด็กออทิสติกในบันทึกที่แล้ว ลองดูอีกตัวอย่างที่น่าสนใจครับ

กรณีเด็กสมาธิสั้นคนนี้ จากการให้กิจกรรมตรวจประเมินหาปัญหา ผมว่าเด็กมีปัญหาในเรื่อง Attention & Follow command

ผมได้วางแผนการรักษาร่วมกับนักศึกษา มธ ด้านจิตวิทยาคลินิก โดยให้กิจกรรมหนึ่ง มีการเปลี่ยนผู้ทดสอบ....ผมเริ่มให้คำสั่งเด็กแบบรวดเดียวจนจบกิจกรรม แต่น้องนักศึกษาจะให้คำสั่งทีละขั้นตอนได้ดีกว่า เราจึงได้ข้อคิดว่าควรจะให้คำสั่งที่ชัดเจนทีละขั้นตอนแก่เด็กจะดีกว่า

จากนั้นเราอยากทราบถึงปัญหาเกี่ยวกับวิธีการจัดการของผู้ปกครองของเด็ก เนื่องจากทราบมาว่าเด็กไม่ยอมทำกิจกรรมเองขณะอยู่ที่บ้าน หรือทำกิจกรรมไม่เสร็จ แต่ขณะเดียวกันอยู่ที่โรงเรียนสามารถทำได้เอง ...เราจึงทดสอบโดยให้ผู้ปกครองเด็กสื่อสารคำสั่งให้เด็กทำกิจกรรมเดียวกันกับที่ผมทำ ปรากฎว่าผู้ปกครองไม่สามารถควบคุมเด็กให้ทำกิจกรรมจนเสร็จได้และให้ความช่วยเหลือในการทำกิจกรรมแก่เด็กมากเกินไป จากตรงนี้ทำให้ผมเห็นปัญหาเพิ่มขึ้นจากสภาพแวดล้อมของเด็กคือผู้ปกครองนั่นเอง

หลังจากนั้นเราพักประมาณ 10 นาที เพื่อหากิจกรรมใหม่ที่จะนำมาสาธิตวิธีการสื่อสารคำสั่งให้เด็กทำและผู้ปกครองดู โดยเราตกลงกันว่าจะให้ผมเป็นคนควบคุมเด็กทำกิจกรรม และน้องนักศึกษาจิตวิทยาคลินิกเป็นคนให้คำปรึกษากับผู้ปกครองเด็ก ขณะทำกิจกรรมปรากฎว่า ผมสามารถสื่อสารและควบคุมจนเด็กสามารถทำกิจกรรมจนเสร็จได้ และแสดงให้ผู้ปกครองเห็นความแตกต่างของการสื่อสารให้เด็กทำกิจกรรมระหว่างนักกิจกรรมบำบัดกับตัวผู้ปกครองเอง

หลังจากนั้นพวกเราจึงมาวางแผนการรักษาร่วมกันระหว่างนักกิจกรรมบำบัด นักศึกษาจิตวิทยาคลินิก และผู้ปกครองของเด็ก โดยขอข้อมูลทางการเรียนจากครูโรงเรียนประจำของเด็ก เพื่อวางแผนการให้กิจกรรมการรักษาที่สอดคล้องกับเตรียมความพร้อมทางการเรียนในปัจจุบัน

จากกรณีดังกล่าวทำให้ผมเรียนรู้ว่า การรักษาผู้ป่วยคนหนึ่งเพียงวิชาชีพใดวิชาชีพหนึ่งไม่เพียงพอต่อการรักษา เราจึงต้องมีทีมรักษาจากหลายๆ วิชาชีพเข้ามาวางแผนการรักษาร่วมกัน เพื่อเกิดความเห็นและมุมมองที่หลากหลายในการรักษาผู้ป่วย

++++++++++++ดอกเตอร์ป๊อป ประทับใจที่ "ความร่วมมือในทีมการรักษาทำให้เราสามารถระดมความคิดและหาเหตุผลทางคลินิกได้ชัดเจนมากขึ้น ลองแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันข้างล่างครับ+++++++++++