ลมหนาวระลอกแรกแทรกปะทะฝ่าแนวลมฝนมาเยือนดงหลวงในวันที่สิบห้าตุลาคมถือว่าลมหนาวยังมาตามเวลานัดหมายเป็นปกติ
แม้ว่าปีนี้หรือหลายๆปี ที่ลมฝนดูคล้ายกับจะทดสอบความอดทนของมวลมนุษย์ ให้ประสบกับความแร้นแค้นซ้ำซาก ฝนแถวเชิงภูพานปีนี้ มาล่าช้าเหลือเกิน จนพี่น้องทำนาได้เพียงเจ็ดสิบแปดสิบส่วนร้อย มาช้าแล้วยังอ้อยอิ่งอยู่อีกไม่ไปสักทีข้าวไร่ข้าวนาดอของพี่น้องดงหลวงเก็บเกี่ยวไม่ได้
ลมหนาวมา ข้าวในนาเริ่มสุกเหลืองดังทองทาทั่วทุ่ง พี่น้องเตรียมตอกมัดข้าวตากไว้ทุกหลังคาเรือน ถือโอกาสหลบจากนั่งเขียนรายงานหน้าคอมฯไปโสกับพี่น้องผู้นำเกษตรกรให้หายเครียดดีกว่า
ไปหลายที่ครับทั้งตำบลกกตูม พังแดง หนองแคน และมาจบที่สวนป่าของพ่อแสนที่ดงหลวง
พ่อแสนหรือสหายสกล ไปเจอกันครั้งใดก็มีแต่ยิ้ม จำไม่ได้ว่าเคยเจอพ่อแสนหน้าบึ้งหรือบ่นสักครั้งหรือไม่ ถามน้องๆ ทุกคนต่างยืนยันว่าไม่เคย
ไปหาพ่อแสนที่สวนวนเกษตร (หรือสวนล่างพบแต่แม่ คนนี้ก็สุดยอดองค์ความรู้ฝ่ายหญิงอีกคนที่ผมยกมือไหว้ได้ทั้งใจ เพราะเป็นผู้ที่ลงมือตอนผักหวานป่าตัวจริงปีหนึ่งหลายสิบกิ่ง เรียกว่าพ่อแสนต้องยอมเพราะพ่อแสนมัวแต่ไปประชุมบ้างอบรมบ้าง) แม่บอกว่าพ่อแสนอยู่สวนบน หรือสวนป่า
สวนป่าหรือสวนบน ต่างจากสวนวนเกษตรตรงที่สวนป่านั้นพ่อแสนไม่ตัดต้นไม้เดิมแม้แต่ต้นเดียว เพียงแต่ดูแลให้เขางอกงามโดยการล้อมรั้วกันวัวควาย และป้องกันไฟป่า บางแห่งปลูกหวาย ผักหวานป่า สะตอป่าเสริมไว้เก็บผลผลิต ส่วนสวนวนเกษตรสวนล่างนั้นพ่อแสนและแม่ดัดแปลงจากสวนมะขามหวาน โดยการปลูกผักหวานป่า และไม้ผลไม้ยืนต้นพื้นเมืองต่างๆ เช่นหมากมอนไข่ คอนแคน หมากเบน เสริมภายหลัง
วันนี้ที่สวนป่าของพ่อแสน ประดับประดาด้วยมวลดอกไม้ป่าที่พร้อมกันบานเบ่งเพื่อต้อนรับลมหนาวแรกของปี เชิญชมความงดงามได้ครับ
ดอกหญ้าสีขาวนวลขึ้นแซมกับไมยราพ

ดอกกระดุมม่วง(ชื่อตั้งเอง) สีม่วงขลัง

ชะบาป่าบานอวดสีชมพูแกมแสด

ดอกเข็มป่าสีส้มสดใสแฝงอยู่ในพงป่า

ช่อดอกขี้เหล็กเหลืองละออน่าชม
ผมถ่ายรูประยะใกล้ๆอย่างนี้ไม่ดีเหมือนหลายๆท่านที่ได้แสดงฝีมือไว้ บางรูปที่สวยๆข้างบนนั้นผู้ช่วยผมเป็นผู้บันทึกครับเนื่องจากเขาเห็นท่าว่าหากปล่อยให้ผมบรรจงถ่ายรูปอยู่อย่างนั้น ฟ้าหมดแสงเมื่อไรนั่นแหละถึงจะยอมกลับบ้านส่วนรูปที่ไม่ชัดมุมกล้องไม่งามนั่นฝีมือผมเอง
เย็นนั้นพ่อแสนรับไหว้พวกเราที่สวัสดีลา ด้วยรอยยิ้มแบบที่พบทุกครั้งเมื่อเจอพ่อแสนและผมก็จากพ่อแสนด้วยความรู้สึกผิด และความขัดเคืองใจเหมือนทุกครั้งที่มาเยี่ยมพ่อแสน เพราะผมรู้สึกว่าได้ให้พ่อแสน น้อยเกินไป เมื่อเทียบกับน้ำใจที่พ่อแสนให้มา
เนื่องจากที่สวนพ่อแสนอยู่ติดเขตป่า ยังไม่ได้ออกใบเอกสารสิทธิ์ สปก.4-01พ่อแสนจึงเป็นผู้ร่วมโครงการประเภท2ที่ไม่มีสิทธิ์ได้รับการสนับสนุนใดๆจากโครงการ
ไม่ได้รับสระประจำไร่นา ทั้งๆที่พื้นที่เหมาะสมมาก ความต้องการของสวนมีมาก
ไม่ได้รับระบบชลประทานน้ำหยด ทั้งๆที่พืชที่ปลูกมีครบถ้วนพร้อมที่จะให้น้ำจะขาดก็เอกสารสิทธิ์นี่แหละ
แต่ก็ไม่เคยได้ยินพ่อแสนเรียกร้องอะไร ให้ก็เอาไม่ให้ก็ไม่เอา
เมื่อไรหนอ กรอบที่ขีดไว้เหล่านี้จะสามารถลบหายไปได้ จากระบบระเบียบของทางราชการเสียที
ตามมา อิอิ