เทคโนโลยีในการจัดการศึกษาตลอดชีวิต
เทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาการศึกษาอย่างยิ่ง การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ทางด้านการศึกษาถือได้ว่าเป็นเรื่องสำคัญในระดับประเทศเราจะเห็นได้ว่า รูปแบบการเรียนการสอนในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เดิมในท้องถิ่นที่ห่างไกลความเจริญ เด็ก ๆ แทบจะไม่มีโอกาสได้รับรู้ข้อมูลหรือข่าวสารจนกลายเป็นผู้ด้อยโอกาสทางสังคมไปแต่ในปัจจุบันเริ่มมีระบบการถ่ายทอดสัญญาณผ่านดาวเทียม ทำให้เด็กเหล่านี้ได้รับโอกาสเรียนรู้ ถึงแม้จะยังไม่แพร่หลายนักก็ตาม สำหรับเด็กในชุมชนที่มีโอกาสได้ใช้คอมพิวเตอร์นอกจากการใช้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลแล้ว ก็ยังสามารถแสวงหาความรู้จากแหล่งความรู้ที่มีอยู่อย่างมากมาย โดยการการเชื่อมต่อกับเครือข่ายผ่านระบบอินเตอร์เน็ตที่มีการเชื่อมโยงกันอยู่ทั่วโลก นอกเหนือไปจากความรู้ที่จะได้เรียนในห้องเรียนที่มีครูผู้สอนเป็นผู้ถ่ายทอดเท่านั้น นอกจากนี้ผู้ที่สอนและผู้เรียนยังสามารถติดต่อถึงกันได้อย่างไร้ขีดจำกัดของเวลา โดยผ่านทางระบบ อิเล็คทรอนิคเมล์ (E-Mail) ได้อีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งเทคโนโลยีมีบทบาทมาช่วยให้การจัดการศึกษาสามารถที่จะเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับทุกคนการใช้เทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยในด้านต่าง ๆ ส่งเสริมให้ผู้เรียนเรียนรู้ได้สะดวกยิ่งขึ้นได้แก่เทคโนโลยีที่เข้ามามีส่วนช่วยในเรื่องการเรียนรู้ ปัจจุบันมีเครื่องมือเครื่องใช้ที่ช่วยสนับสนุนการเรียนรู้หลายอย่าง มีระบบคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI) มีระบบมัลติมีเดีย (Multimedia) ระบบวิดีโอออนดีมานด์ (Video on Demand) วิดีโอเทเลคอนเฟอเรนซ์ (Video Teleconference) การศึกษาทางไกล และอินเตอร์เน็ต (Internet) เป็นต้น ระบบเหล่านี้เป็นระบบสนับสนุนการรับรู้ข่าวสารและการค้นหาข้อมูลข่าวสารเพื่อการเรียนรู้
เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาสนับสนุนการจัดการศึกษา โดยเฉพาะการจัดการศึกษาสมัยใหม่จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลข่าวสารเพื่อการวางแผน การดำเนินการ การติดตามและประเมินผลซึ่งอาศัยคอมพิวเตอร์และระบบสื่อสารโทรคมนาคมเข้ามามีบทบาทที่สำคัญ เทคโนโลยีสารสนเทศกับการสื่อสารระหว่างบุคคล ในเกือบทุกวงการทั้งทางด้านการศึกษาจำเป็นต้องอาศัยสื่อสัมพันธ์ระหว่างตัวบุคคล เช่น การสื่อสารระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน โดยใช้องค์ประกอบที่สำคัญช่วยสนับสนุนให้เกิดประสิทธิภาพในการดำเนินงาน เช่น การใช้โทรศัพท์ โทรสาร ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ เทเลคอมเฟอเรนซ์ และไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น เป็นต้น ส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างโรงเรียนกับโลกรอบด้านเพื่อขยายประโยชน์จากสิ่งแวดล้อมของการเรียนรู้ ทั้งครูและนักเรียนสามารถสนทนาแลกเปลี่ยนและร่วมมือกับสถาบันการศึกษาอื่นๆ ได้ทั้งในท้องถิ่นและต่างประเทศ การเชื่อมโยงสู่ความรู้ใหม่ๆ จะช่วยให้นักเรียนพัฒนามุมมองที่จำเป็นต่อการทำงานและการดำรงชีวิตในสังคมภายภาคหน้าที่ไร้พรมแดนได้ เสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ การเรียนรู้ตลอดชีวิตและความรับผิดชอบทางสังคม นักเรียนจะสามารถพัฒนาศักยภาพในการแสวงหา การวิเคราะห์และการประยุกต์ข่าวสารได้ดีขึ้น และเสริมสร้างนิสัยการคิดที่เป็นอิสระ ยุทธศาสตร์การเรียนรู้ที่มีเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นพื้นฐานนี้ จะช่วยให้เด็กสามารถสร้างสรรค์ความคิดความอ่านแบบใหม่ การร่วมมือทำงานกับเพื่อน และมีการตัดสินใจที่เป็นเหตุเป็นผล ผลักดันกระบวนการนวัตกรรมทางการศึกษา การประยุกต์เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ากับการศึกษาจะช่วยเพิ่มพูนนวัตกรรมให้กว้างขวางขึ้น เช่น การสร้างความเป็นไปได้ในการกำหนดหลักสูตรการเรียนและวิธีการประเมินผลแบบใหม่ นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้โรงเรียนมีอิสระในการใช้ทรัพยากรเทคโนโลยีสารสนเทศได้อย่างคล่องแคล่วและเต็มที่ ส่งเสริมความเป็นเลิศในการบริหารและการจัดการศึกษาเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการติดต่อภายในโรงเรียน ระหว่างโรงเรียน และระหว่างกระทรวงศึกษาธิการกับโรงเรียน ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพการบริหารจัดการดีขึ้น รวมทั้งการตัดสินใจทุกระดับจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะมี ข้อมูลที่สามารถเข้าถึงและนำมาใช้ได้โดยทันที
การใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้คนสามารถเรียนรู้ได้ตามความต้องการของตนเองไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรย่อมสะดวกมากยิ่งขึ้นส่งเสริมให้การรับรู้ข่าวสารและเรื่องราวต่าง ๆ และสามารถสร้างสรรค์ความคิดความอ่านแบบใหม่ การร่วมมือทำงานกับเพื่อน และมีการตัดสินใจที่เป็นเหตุเป็นผล ซึ่งสิ่งเหล่านี้ย่อมเป็นผลดีต่อการเรียนรู้ของคนเราโดยไม่มุ่งเน้นว่าคนเราจะศึกษาในระบบ นอกระบบ หรือตามอัธยาศัยก็ย่อมหาความรู้ได้
เอะ ! แล้วครูจะสอนอย่างไรดีครับ นักเรียนจึงจะสามารถนำเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับชีวิตของตน และอย่าลืม ! คุณธรรมด้วยนะครับ
ขอบคุณครับ